ความเชื่อมั่นสู่ความสำเร็จ
เรามีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการศึกษา โรงเรียนมักสอนให้เราเป็นลูกจ้างที่ดี มีความรู้พร้อมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เวลาเราเผชิญกับความล้มเหลวแทนที่จะได้เรียนรู้ถึงข้อผิดพลาด กลับกลายเป็นว่าความผิดพลาดเหล่านั้นคือตราบาป ถ้ามันเกิดขึ้น เราจะเดือดร้อน และถูกตำหนิว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย ซึ่งมันก็จริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันการศึกษาก็น่าจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อที่เวลาออกไปทำงานจะได้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด ไม่ใช่ตำหนิถึงข้อผิดพลาดจนคนเรากลัวความผิดพลาดมากเสียจนไม่สามารถเรียนรู้อะไรได้เลย
เวลาเราคบหาสมาคมกับเพื่อนหรือแฟน เราอยากคบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวเรา โดยไม่มีการท้วงติงถึงความผิดพลาดของตน เราอาจรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเท่าไหร่นักเลย แทนที่จะได้พบปะกับผู้คนที่มีความสามารถ การที่พวกเขาท้วงติง ชี้แนะให้กับเรา นั่นเท่ากับว่าเราได้เริ่มเรียนรู้กับทักษะใหม่ นับว่าเป็นความท้าทายพาตัวเองประสบความสำเร็จได้ไปอีกขั้น
การชี้แนะ ท้วงติง สำหรับบางคน เขารู้สึกว่าเขาถูกลดคุณค่าในตัวเอง ยิ่งถ้าผู้ชี้แนะรายนั้นมีความทิฐิมานะสูงจะยิ่งรู้สึกถึงการลดคุณค่าในตนเองมากกว่า ทั้งที่จริงๆแล้วคุณค่าของตนเองอยู่เราเป็นคนให้ค่ามากกว่า
ความสำเร็จบางครั้งต้องใช้เวลา แต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน การศึกษาในโรงเรียนจะเร่งรัดให้ทำความเข้าใจในเนื้อหาของบทเรียนเพื่อที่ปีการศึกษาถัดไปจะได้พร้อมรับกับเนื้อหาใหม่โดยมีพื้นฐานเก่าเพียงพอ ทว่านักเรียนบางคนต้องใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจในบทเรียนมากกว่านั้น หรือต้องศึกษาแก้ไขจุดบกพร่องในส่วนที่คนๆนั้นเกิดปัญหา แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะเช็คได้ว่าแต่ละคนมีอุปสรรคทางความคิดในเรื่องไหน ทำไมถึงเข้าใจในเนื้อหาเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น ไม่ เราทำแบบนั้นไม่ได้ มันใช้เวลามากเกินไปและถ่วงคนอื่นที่เขาจะเดินหน้าไปต่อ มันเลยกลายเป็นกับดักทางความคิดตีความว่าเรามีปัญหาและด้อยปัญญากว่าผู้อื่น เราเลยเกิดความท้อเหนื่อยหน่ายใจต่อความพยายามที่ไม่เห็นผลเท่าที่ควร ทั้งๆที่ความจริงเราสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วยความรู้สึกเชื่อมั่น แต่สังคมที่เราอยู่ทุกวันนี้มีสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเชื่อมั่นเช่นนั้นน้อยเหลือเกิน
สิ่งหนึ่งที่เรายังทำได้คือสร้างเชื่อมั่นให้กับตนเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครให้การชื่นชมก่อนถึงจะเกิดความเชื่อมั่น
ผมอ่านเจอบทความหนึ่งของหนังสือชื่อ mindset ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา ของ Carol S Dweck. เธอผู้เขียนได้โดยสารรถคันหนึ่ง เธอได้ชวนพูดคุยกับคนขับรถผู้ซึ่งฟังเพลงโอเปร่า ทั้งๆที่คนขับรถก็ไม่ได้ชอบ เขาบ่นให้เธอฟังว่าเขาต้องพยายามอย่างหนักในการฟังซ้ำหรือเปิดอ่านตัวโน๊ตก็แล้วแต่ก็ไม่ยักจะชอบโอเปร่าได้เลย จนเธอแนะนำว่าเลิกฝืนใจตัวเองดีกว่า มีคนอีกตั้งเยอะที่ทั้งฉลาดและมาจากครอบครัวที่ดี แต่ไม่ได้ชอบฟังโอเปร่า ทำไมคุณถึงไม่คิดว่าคุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ความเชื่อมั่นอาจต้องอาศัยความพยายามเสริมเข้าไปในสิ่งที่เราต้องการจะฝึกฝนมัน แต่ถ้ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชาชีพของเรา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหาเลี้ยงชีพ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ เราพยายามแล้วมันไม่อาจทำใจให้ชอบได้จริงๆก็ไม่ควรฝืน
เราควรยอมรับข้อบกพร่องตัวเอง แล้วจะหาทางแก้ไขจุดบกพร่องนั้นได้ง่ายขึ้น ความเชื่อมั่นก็จะเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดมา
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ฟินแลนด์ถึงญี่ปุ่น ทำไมวัฒนธรรมกินจืดถูกโยงกับสุขภาพ
ส้มแขก สมุนไพรใต้รสเปรี้ยวกับ HCA ที่ควรรู้ก่อนกินดูแลรูปร่าง
ปลาสิงโตจากตัวรุกรานทะเล สู่เมนูที่ช่วยลดแรงกดต่อปะการัง
เทศกาลที่มีสถิติผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในโลก
ฮ่องกงเริ่มปรับบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ นักท่องเที่ยวต้องรู้
อาเซียนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ประเทศไทยอยู่ตรงไหนใน 5 อันดับ
ฟินแลนด์ถึงญี่ปุ่น ทำไมวัฒนธรรมกินจืดถูกโยงกับสุขภาพ
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
อิหร่านขู่ใช้อาวุธใหม่ หลังทรัมป์ปัดข้อเสนอฮอร์มุซ
เงินเดือนครูกับพนักงาน อบต. ต่างกันแค่ไหน งานไหนมั่นคงกว่าระยะยาว



