Jamais vu คืออะไร? อาการตรงข้ามของ Déjà vu ที่คุณอาจเคยเจอโดยไม่รู้ตัว
หลายท่านอาจคุ้นเคยกับคำว่า Déjà vu หรือ “เดจาวู” ซึ่งหมายถึงความรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านั้น เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างน่าประหลาด แม้จะไม่สามารถอธิบายที่มาของความรู้สึกนั้นได้อย่างชัดเจน
แต่ทราบหรือไม่ว่า ยังมีอีกหนึ่งอาการที่เป็น “ด้านตรงข้าม” ของเดจาวู และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Jamais vu (จาเมส์วู)
ในกระทู้นี้ ผู้เขียนขอพาทุกท่านไปรู้จักกับปรากฏการณ์ที่น่าสนใจนี้ให้มากขึ้น ว่ามันคืออะไร เกิดจากอะไร และหากเกิดขึ้นกับตนเองควรรับมืออย่างไร
Jamais vu คืออะไร?
Jamais vu เป็นคำในภาษาฝรั่งเศส แปลตรงตัวว่า “ไม่เคยเห็นมาก่อน” ใช้เรียกภาวะที่บุคคลรู้สึกว่าเหตุการณ์ บุคคล หรือวัตถุที่คุ้นเคย กลับดูแปลกตา ราวกับไม่เคยพบเห็นหรือมีประสบการณ์มาก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริง เราเคยพบเห็นหรือทำสิ่งเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กล่าวอย่างง่าย คือ เป็นอาการที่สมองไม่สามารถรับรู้หรือเชื่อมโยงกับความคุ้นเคยในสิ่งที่ “ควรคุ้นเคย” ได้ในขณะนั้น
ตัวอย่างของอาการ Jamais vu
ขณะเขียนคำธรรมดา เช่น “บ้าน” หรือ “เวลา” จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเขียนยังไงก็ผิด หรือตัวอักษรดูประหลาดไป
เดินกลับบ้านเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย แต่รู้สึกเหมือนกำลังหลงทางหรือไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือไม่
พูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว แล้วรู้สึกแปลกหน้ากับเสียงหรือใบหน้าของเขาอย่างไม่มีเหตุผล
สาเหตุของการเกิด Jamais vu
แม้ยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน แต่จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญพบว่า Jamais vu อาจเกิดจาก “ความผิดปกติชั่วคราวในการทำงานของสมอง” โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรับรู้ความคุ้นเคย เช่น:
ความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสม
การนอนหลับไม่เพียงพอ
ความผิดพลาดชั่วคราวในการประมวลผลของสมอง
ในบางกรณี อาจสัมพันธ์กับภาวะไมเกรน โรคลมชัก หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับความจำ
แล้วJamais vu เป็นอันตรายหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว อาการ Jamais vu มักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่มีความอันตรายทางกายภาพ หากเกิดขึ้นไม่บ่อยก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม หากอาการนี้เกิดถี่ขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น:
เวียนศีรษะหรือหมดสติ
ปวดศีรษะรุนแรง
สูญเสียความจำบางช่วงเวลา
มีปัญหาในการจดจำข้อมูลทั่วไป
ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อแยกแยะจากโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่อาจซ่อนอยู่
สรุป
Jamais vu เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกับ Déjà vu โดยบุคคลจะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่ควรคุ้นเคย แม้จะมีประสบการณ์ร่วมกับสิ่งนั้นมาก่อนแล้วก็ตาม เป็นอาการที่สะท้อนความซับซ้อนในการทำงานของสมอง และแม้จะไม่ใช่ภาวะอันตรายโดยตรง แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรสังเกต โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ
หากท่านใดเคยประสบกับอาการที่ว่า “เราเคยมาแถวนี้หรือยังนะ?” หรือ “ทำไมคำง่าย ๆ ถึงเขียนดูประหลาดไปหมด” ก็อาจเป็นไปได้ว่าท่านได้สัมผัสกับ Jamais vu มาแล้วโดยไม่รู้ตัว
ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอฝากไว้ว่า แม้สมองมนุษย์จะมีศักยภาพที่มหาศาล แต่ในบางครั้งความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรรับฟัง และหากดูแลสุขภาพกายใจให้สมดุลอยู่เสมอ อาการต่าง ๆ เหล่านี้ก็มักจะไม่เป็นปัญหาในระยะยาว
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุด
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
พระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
พระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
"ผู้ใหญ่เต๊าะ" เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ "แม่สุนารี" หลังออกจากห้อง ICU
ทำไมพระวินัยจึงกำหนดให้บาตรพระทำจากเหล็กหรือดินเผา
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทย
เทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย
5,000 ปีที่ชื่อคนธรรมดายังอยู่ — “คูชิม” อาจเป็นชื่อบุคคลเก่าแก่ที่สุดที่โลกรู้จัก
มาม่าไทยแบรนด์ไหนกันแน่ที่ชาวลาวคุ้นเคย จนกลายเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคู่ครัว?
แอปเปิ้ลพันธุ์ไหนปลูกในไทยยาก เหตุผลไม่ใช่เพราะดิน แต่เพราะ “หนาวไม่พอ”
ประเทศไหนไม่ค่อยนิยมกินแมลง? เปิดโลกอาหารที่คนบางชาติเมินแมลง