หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กรรมกับความรู้สึกลิขิต

เขียนโดย machete007

ผมเห็นด้วยกับนิยามที่ว่ากรรมที่ส่งผลมาจากความรู้สึกของเราเอง ต้องยอมรับก่อนว่าการตัดสินใจแต่ละครั้งมาจากความรู้สึกส่วนลึกในจิตใจ ไม่ใช่เหตุผลเสียทีเดียว เราตัดสินใจจากความรู้สึกก่อนที่จะบอกเหตุผลได้ว่าเหตุผลที่ตัดสินใจเช่นนั้นเป็นเพราะอะไร จึงเป็นที่มาของวลีที่ว่า "เอาที่มึงสบายใจ" เพราะการตัดสินใจที่เลือกแล้วสบายใจมันคือการตัดสินใจเพื่อสิ่งที่เราต้องการจริงๆ

กรรมก็จะส่งผลจากจังหวะนี้ เช่น การเลือกแฟน เราทั้งรักทั้งลุ่มหลงผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน พอเมื่อได้คบหาดูใจกันจริงๆแล้วนั้นแทบเข็ดขยาดเพราะได้รู้นิสัยใจคอที่แท้จริงอยู่แล้วร้อนใจ ไม่เป็นสุข ถือเป็นคู่เวรคู่กรรมต่างมาชดใช้ให้กรรมเก่านั้นหมดไป หากเป็นคู่บุญอยู่ด้วยกันส่งเสริมความสำเร็จต่อกัน ช่วยกันนำพาความสำเร็จเข้าสู่ชีวิตด้วยกัน ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขถือเป็นกรรมดี

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าการตัดสินใจของเราจะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งก็จะต้องมีทั้งถูกและผิดปะปนกันไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องความรู้สึกโกรธพยาบาท อาฆาตแค้น เช่น บางคนถูกเดินชนไหล่ในทางเดินแคบๆ ก็จะไม่โกรธพร้อมเอ่ยปากขอโทษก่อนด้วยซ้ำ แต่กับบางคนถูกเดินชนไหล่เข้าก็โกรธแค้น ไม่พอใจรุนแรง ถ้าไม่บ่นอะไรก็มักกลับมามองด้วยหางตาแทน ถือว่าเป็นการผูกใจเจ็บอยู่ ยังไม่อยากให้อภัย เหตุการณ์เดียวกันแต่สร้างความรู้สึกในแต่ละคนไม่เหมือนกัน นี่คือความรู้สึกลิขิต ที่บางครั้งก็ส่งผลให้ผู้คนพบเจอแต่สิ่งดีๆ ประสบความสำเร็จจากการตัดสินใจในแต่ละครั้ง บางครั้งก็ส่งผลให้ผู้คนพบเจอแต่เรื่องเลวร้าย ล้มเหลว หรือไม่ก็บันดาลโทสะทำร้ายผู้อื่นจนนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตนเองได้

ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่จับอาการสังเกตมันได้ คือคอยรับรู้ความโกรธ ความเครียด ความกดดัน ความกลัว รับรู้อารมณ์เหล่านั้นแล้วปล่อยมันไป ไม่ต้องไปคิดถึงว่าโกรธเขาแล้วจะต้องหาทางคิดแผนทำร้ายเขาให้สาสมอย่างไรดี ไม่ต้องขับไสไล่ส่งอารมณ์โกรธ กลัว ยอมรับอารมณ์ที่้เกิดขึ้น แล้วค่อยๆให้อารมณ์เลือนลางจางหายไป ให้เวลากับตัวเองเสียหน่อยเท่านั้นเอง อารมณ์ที่เป็นด้านบวกก็สามารถจับอารมณ์เพื่อรับรู้ได้เช่นกัน รู้ว่าสุข รู้ว่ากำลังเคลิ้มรัก อบอุ่นใจ รู้ว่ากำลังรู้สึกภาคภูมิใจ อาการเหล่านี้หากมีมากไปเราจะยึดติดสุข อยากให้มันเกิดขึ้นกับตนบ่อยๆ แล้วหากมันไม่เกิดขึ้นกับตนอีก เราก็จะเครียด รู้สึกไม่มีคุณค่า หมดกำลังใจ ฯลฯ

การรับรู้ความรู้สึกสุขทุกข์ช่วยให้จิตใจสงบอารมณ์เป็นกลาง จะทำการณ์ใดก็จะสุขุมนุ่มลึกชัดเจนกว่า มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า การนั่งสมาธิเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยตามจับรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้ทันมากขึ้น ซึ่งต้องค่อยๆใช้เวลา อย่างน้อยในระหว่างการฝึกฝนนั้นก็ช่วยให้เรากำกับสติให้ตัดสินใจถูกต้อง ไม่บันดาลโทสะหุนหันพลันแล่นเลือดร้อนไปเสียก่อน แล้วการส่งผลของกรรมก็จะลดลงไปได้ส่วนหนึ่ง แม้จะไม่สามารถป้องกันกรรมได้ทั้งหมด แต่ถ้าลดกรรมที่จะส่งผลส่วนหนึ่งได้ ก็เป็นเรื่องน่ายินดีแล้วล่ะครับ

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 78 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: machete007
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักเลขมงคล "มังกรเมรัย" 1/6/69เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทยมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยประเทศที่มีร้านสะดวกซื้อเยอะที่สุดในโลกมหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุดรายได้ข้าราชการทหารของไทยถนนสายหลักที่ชาวอีสานใช้เดินทางมากที่สุดย้อนตำนาน “ไทยไดมารู” ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย จุดเริ่มต้นยุคโมเดิร์นค้าปลีก ที่ยังอยู่ในความทรงจำสะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกเกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทยทำไมต้องดื่มกาแฟ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
เรื่องเล่า the shock ที่ยอดวิวสูงที่สุด!!เรื่องเล่าthe ghost radioที่ยอดวิวสูงที่สุด!!แค่พิมพ์ "รับทราบ" มันยากตรงไหน?สองแถวสายในสมุทรปราการ ซิ่งระดับฟอร์มูล่าวัน ขับแบบนี้คิดว่าถนนสร้างมาคนเดียวอ่อ?
ตั้งกระทู้ใหม่