ทึ่งทั่วโลก : “หินช้าง” (Elephant Rock) มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติบนเกาะเฮย์เมย์ ไอซ์แลนด์
เขียนโดย dukedick
ท่ามกลางท้องทะเลทางใต้ของไอซ์แลนด์ ท่ามกลางหมู่เกาะเวสต์มานที่กระจัดกระจายอยู่ในผืนน้ำเย็นเยียบ มีเกาะหนึ่งโดดเด่นขึ้นมาไม่เพียงเพราะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่ยังเพราะเป็นเพียงเกาะเดียวในกลุ่มที่มีผู้คนอาศัยอยู่ นั่นคือเกาะเฮย์เมย์ (Heimaey) เกาะภูเขาไฟที่มีธรรมชาติแสนดิบแต่ก็งดงามจับใจ ที่นี่เองคือสถานที่ตั้งของหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่ได้รับการกล่าวขานจากนักเดินทางทั่วโลก — หินช้าง (Elephant Rock)
หินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านริมชายฝั่งของเกาะ ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดและสายลมที่พัดแรงอย่างไม่มีหยุดพัก รูปร่างของมันดูล้อเลียนสัตว์ที่ยิ่งใหญ่บนบกอย่าง “ช้าง” ได้อย่างน่าประหลาด จากมุมที่เหมาะสม คุณจะเห็นศีรษะของช้างอย่างชัดเจน ทั้งดวงตา หู และงวงยาวที่ทอดจุ่มลงสู่ทะเลเย็นฉ่ำ ผิวของหินที่ขรุขระ แตกเป็นร่องลึกทั่วทั้งก้อน ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความเหมือนของผิวหนังช้างจริง ๆ จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติหรือจิตรกรลึกลับจากโลกอื่น
แต่แท้จริงแล้ว หินช้างคือผลลัพธ์ของกระบวนการธรรมชาติอันยาวนาน มันเกิดจากการเย็นตัวของลาวาหลังการปะทุของภูเขาไฟเอลด์เฟลล์ (Eldfell) บนเกาะเฮย์เมย์ หินที่เห็นคือหินบะซอลต์ (Basalt) ซึ่งเป็นหินอัคนีภูเขาไฟชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในไอซ์แลนด์ เมื่อแมกมาไหลออกมาสู่ผิวโลกแล้วเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว มันจะหดตัวและแตกร้าวเป็นเสาหินหกเหลี่ยม ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของหินบะซอลต์ และเมื่อเวลาผ่านไปอีกนับพันปี แรงกัดเซาะจากลม น้ำ และน้ำแข็ง ก็ค่อย ๆ เจียระไนก้อนหินธรรมดาให้กลายเป็นรูปทรงช้างอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้
หากคุณต้องการมาชมหินช้างด้วยตนเอง วิธีที่สะดวกที่สุดคือขึ้นเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Landeyjahöfn บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที เมื่อมาถึงเกาะเฮย์เมย์ ทัวร์เรือรอบเกาะคือทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้เห็นหินช้างอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังจะได้สำรวจถ้ำทะเลอันซับซ้อน หน้าผาหินสูงชัน และการก่อตัวของหินอื่น ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งกาลเวลา
ในฤดูร้อน เกาะเฮย์เมย์จะเปี่ยมไปด้วยชีวิต เสียงนกพัฟฟิน (Puffin) ก้องกังวานตามหน้าผา พวกมันบินกลับมาทำรังนับหมื่นคู่ สีสันและเสียงชีวิตเติมความคึกคักให้กับธรรมชาติอันดิบเถื่อนของเกาะ นักท่องเที่ยวที่โชคดีอาจได้เห็นฝูงวาฬ หรือแม้แต่ฝูงแมวน้ำที่โผล่หัวขึ้นจากทะเลมาทักทายอย่างเงียบงัน
เกาะแห่งนี้ไม่เพียงมีหินช้างเป็นสัญลักษณ์ แต่ยังมีอดีตที่ถูกหล่อหลอมด้วยเปลวไฟจากโลกใต้พิภพ การระเบิดของภูเขาไฟเอลด์เฟลล์ในปี 1973 เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของเกาะไปอย่างถาวร หลายพื้นที่ถูกกลืนโดยลาวา บ้านเรือนพังทลาย แต่ผู้คนไม่ยอมแพ้ พวกเขากลับมาสร้างบ้าน สร้างชีวิต และเก็บเรื่องราวเหล่านั้นไว้ในพิพิธภัณฑ์ Eldheimar ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวหินช้าง
หินช้างจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกตาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังสร้างสรรค์ของโลก และจิตวิญญาณแห่งการฟื้นฟูของมนุษย์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้ธรรมชาติจะรุนแรงเพียงใด แต่มันก็สามารถสร้างความงดงามและแรงบันดาลใจได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืน
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนู
ศึกสายเลือดผู้นำ! ฮันเตอร์ ไบเดน ท้าดวลกำปั้นลูกชายทรัมป์ บนสังเวียนมวยกรง




