หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รังแค…ขี้เกลือบนหัวที่ไม่ได้เกิดจากความสกปรกเสมอไป!

เขียนโดย นางสาวทานตะวัน

 

เคยไหม?  แต่งตัวดี หน้าเป๊ะ ผมสวย...แต่พอก้มมองไหล่เสื้อดำแล้วสะดุ้ง

“เฮ้ย! นี่มันขี้เกลือหรือหิมะปลอม!?”

ใช่แล้วค่ะ นั่นแหละ “รังแค”

ศัตรูตัวร้ายที่ทำให้เราหมดความมั่นใจ ทั้งคัน ทั้งรำคาญ และยังดูไม่สะอาด ทั้งที่จริงๆ แล้ว รังแคไม่ได้เกิดจากความสกปรกอย่างเดียว แต่มีหลายสาเหตุที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!

 

 

🔎 สาเหตุหลักของรังแค

 

1. เชื้อราบนหนังศีรษะ (Malassezia)

เชื้อราชนิดนี้มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่เมื่อมันเจริญเติบโตมากเกินไป (เพราะหนังศีรษะมัน หรือฮอร์โมนเปลี่ยน) มันจะทำให้เซลล์ผิวหนังผลัดตัวเร็วผิดปกติ กลายเป็นขุยขาวๆ หรือเหลืองๆ ที่เรียกว่า “รังแค”

 

2. หนังศีรษะแห้งเกินไป

โดยเฉพาะในฤดูหนาว หรือคนที่ชอบสระผมด้วยน้ำร้อน

ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ทำให้หลุดลอกออกมาเป็นสะเก็ดคล้ายรังแค

 

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับสภาพผิว

แชมพูที่มีสารเคมีรุนแรง หรือสเปรย์จัดแต่งผมบางชนิด

อาจระคายเคืองหนังศีรษะ ทำให้เกิดการอักเสบและรังแคตามมา

 

4. ไม่สระผม หรือปล่อยให้หนังศีรษะอับชื้นนานเกินไป

ไม่ได้แปลว่าต้องสระทุกวัน แต่หากปล่อยให้ผมมัน เหงื่อเยอะ หรือใส่หมวกตลอดเวลา ก็อาจทำให้เชื้อราขยายตัว และเกิดรังแคได้

 

5. ความเครียดและฮอร์โมน

ความเครียดกระทบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการผลิตไขมันบนหนังศีรษะ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดรังแคมากขึ้น

 

6. โรคผิวหนังบางชนิด เช่น เซ็บเดิร์ม หรือสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

กรณีนี้รังแคอาจมีลักษณะหนา แดง คันมาก และต้องดูแลโดยแพทย์ผิวหนัง

 

💡 วิธีเบื้องต้นในการจัดการกับรังแค

ใช้แชมพูสูตรขจัดรังแค (เช่นมีส่วนผสมของ zinc pyrithione, ketoconazole หรือ coal tar)

หลีกเลี่ยงการเกาหนังศีรษะแรงๆ เพราะอาจทำให้แผลและการอักเสบแย่ลง

สระผมให้สะอาด และเช็ดให้แห้งสนิทก่อนนอนทุกครั้ง

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่ทำให้หนังศีรษะอุดตัน

ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด

 

 สรุปสั้นๆ : รังแคไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่ความผิดของใครมันคือ “ภาวะ” ที่ดูแลได้ ถ้ารู้สาเหตุและใส่ใจสภาพหนังศีรษะของตัวเอง

 

ถ้าใช้แชมพูแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือมีอาการแดง คันมาก ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

โพสท์โดย: ฉันคือแมวเหมียว
อ้างอิงจาก: Google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
นางสาวทานตะวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 107 ครั้ง
เขียนโดย นางสาวทานตะวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ninnoi, ฉันคือแมวเหมียว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาลนอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างสืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 รายจังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศรายได้ 10 สายการบินชั้นนำ3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“หยดเลือดพิสูจน์สายเลือด” ในจีนโบราณ: เมื่อโลกยังไม่มี DNA Testรวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกันแซลมอนสด อาหารยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งคนญี่ปุ่นเคย "อี๋" มาก่อนงานวิจัย ม.เกียวโตเผย! ดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน ช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม?
ตั้งกระทู้ใหม่