ความลับของวันพฤหัสบดี ต้นกำเนิดชื่อวันที่ถูกซ่อนไว้จากเทพเจ้าแห่งสายฟ้า
ถ้าคุณคิดว่า "วันพฤหัสบดี" เป็นแค่วันทำงานธรรมดาก่อนถึงวันศุกร์ คุณอาจต้องคิดใหม่! เพราะเบื้องหลังชื่อวันนี้ซ่อนเรื่องราวอันน่าทึ่งที่เชื่อมโยงกับตำนานเทพเจ้าแห่งสายฟ้าจากหลายอารยธรรมทั่วโลก มาร่วมไขความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานกว่าพันปี!
จุดเริ่มต้นของคำว่า "Thursday" ในภาษาอังกฤษนั้นน่าสนใจกว่าที่คิด โดยพัฒนามาจากคำว่า "Thunresdæg" ในภาษาอังกฤษโบราณ ซึ่งต่อมาถูกย่อเป็น "Thuresday" ในยุคกลาง และกลายมาเป็น "Thursday" ในปัจจุบัน ความหมายแท้จริงคือ "วันของธอร์" (Thor's Day) ตามชื่อเทพธอร์แห่งตำนานนอร์ส ผู้ครองพลังอำนาจสายฟ้าและพายุ
แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ไม่เพียงแต่วัฒนธรรมนอร์สเท่านั้นที่บูชาเทพแห่งสายฟ้า เกือบทุกอารยธรรมในยุโรปต่างก็มีเทพเจ้าสายฟ้าของตัวเอง:
- ชาวเยอรมันเรียกเทพนี้ว่า "ดอนาร์" (Donar) เป็นที่มาของคำว่า "Donnerstag" ในภาษาเยอรมัน - ชาวดัตช์เรียก "Donderdag" - ภาษาเดนมาร์ก/นอร์เวย์/สวีเดน ใช้ "Torsdag" - แม้แต่ภาษาฟินแลนด์ที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลเจอร์แมนิกก็ยังรับอิทธิพลนี้มาเป็น "Torstai"
ทางตอนใต้ของยุโรปที่ใช้ภาษากลุ่มโรมานซ์กลับมีที่มาต่างออกไป โดยตั้งชื่อวันตามเทพจูปิเตอร์ของโรมัน ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าและสายฟ้าด้วย ในภาษาละตินเรียกวันนี้ว่า "Iovis Dies" (วันของจูปิเตอร์) ซึ่งพัฒนามาเป็น:
- ฝรั่งเศส: "jeudi" - สเปน: "jueves" - อิตาลี: "giovedì" - โรมาเนีย: "joi"
ความเชื่อมโยงนี้ยังเห็นได้ชัดในภาษากลุ่มเซลติก เช่น เวลส์ที่เรียกวันพฤหัสบดีว่า "Dydd Iau" ซึ่งก็มาจากชื่อจูปิเตอร์เช่นกัน
ทางกลุ่มสลาฟก็มีเรื่องน่าสนใจไม่แพ้กัน ในภาษาสลาฟโบราณเรียกวันพฤหัสว่า "Perundan" ตามชื่อเทพเปรุน เทพเจ้าแห่งสายฟ้าของชาวสลาฟ ที่น่าสนใจคือเทพเปรุนมีลักษณะคล้ายเทพธอร์และเทพจูปิเตอร์อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งสามต่างถือค้อนหรือสายฟ้าเป็นอาวุธ
ในทางโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ สัญลักษณ์ของดาวพฤหัสบดี (♃) มักถูกใช้แทนวันพฤหัสบดี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงอันยาวนานระหว่างเทพเจ้าแห่งสายฟ้ากับดาวเคราะห์ดวงนี้
ทำไมวัฒนธรรมต่างๆ ถึงบูชาเทพเจ้าแห่งสายฟ้า? นักมานุษยวิทยาอธิบายว่า ในสังคมเกษตรกรรมโบราณ ฟ้าร้องฟ้าผ่าและฝนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ทั้งน่ากลัวและจำเป็น จึงเกิดการบูชาเพื่อขอความคุ้มครองและผลผลิตที่ดี
ที่น่าทึ่งคือ แม้แต่ในวัฒนธรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกันก็มีเทพสายฟ้าเช่นกัน: - กรีก: ซีอุส - ฮินดู: อินทรา - เมโสโปเตเมีย: อาดัด - แอซเท็ก: Tlaloc
การที่ชื่อวันพฤหัสบดีในภาษาต่างๆ ยังคงรักษาความเชื่อนี้ไว้ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันยาวนานของตำนานเทพเจ้าแห่งสายฟ้าที่ฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์มาหลายพันปี
ในยุคปัจจุบัน เราเห็นร่องรอยของความเชื่อนี้ในวัฒนธรรมป๊อป: - ตัวละคร Thor ในจักรวาลมาร์เวล - วันพฤหัสบดีมักถูกใช้เป็นวันเปิดตัวภาพยนตร์ใหญ่ในฮอลลีวูด - ในญี่ปุ่นมีคำว่า "木曜日" ที่หมายถึงวันพฤหัสบดี แต่ใช้สัญลักษณ์ต้นไม้แทน
ครั้งต่อไปเมื่อคุณพูดถึงวันพฤหัสบดี ลองนึกย้อนไปถึงตำนานอันยาวนานที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อวันธรรมดาๆ นี้ ที่เชื่อมโยงเรากับความเชื่อโบราณจากทั่วทุกมุมโลก ผ่านทางภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
ความจริงแล้ว ชื่อวันต่างๆ ในสัปดาห์ล้วนมีที่มาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แต่เรื่องราวของวันพฤหัสบดีอาจเป็นเรื่องที่โดดเด่นที่สุด เพราะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อร่วมกันของมนุษยชาติในการบูชาพลังอำนาจแห่งธรรมชาติ
แม้เวลาจะผ่านไปหลายศตวรรษ แต่ชื่อวันพฤหัสบดีในภาษาต่างๆ ยังคงเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงตำนานเทพเจ้าแห่งสายฟ้าที่เคยถูกบูชาในอดีต และอาจเป็นหนึ่งในสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในภาษาปัจจุบัน
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ลูกเรือสายการบินไหนรายได้ดีที่สุด? เปิดอันดับ Top 5 ของโลก
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
เหล็กแข็งแรงมาก แต่ทำไมสุดท้ายถึงแพ้สนิมได้
ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับ
ทำไมการสอบข้าราชการท้องถิ่นถึงแข่งขันสูงขึ้นทุกปี
บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะเป็นแบบไหน?
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
เลขจากหางประทัด "บอล เชิญยิ้ม..วัดยางใหญ่ ตาพรานบุญ
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เร็วแค่ไหน แล้วทำไมยานอวกาศยังเหมือน “ตามโลกทัน”



