หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หัวหอมและกระเทียม ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้กลิ่นฉุน จากอดีตสู่ปัจจุบัน

เนื้อหาโดย Boss Panuwat

หัวหอมและสมาชิกอีกมากมายในตระกูลลิลลี่นี้ มีทั้งพันธุ์ประดับและพันธุ์กินได้อย่างกระเทียม ต้นหอมญี่ปุ่น และกุยช่าย สิ่งที่ทำให้พืชตระกูลนี้มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวก็คือสารระเหยที่ออกฤทธิ์ระคายเคืองนั่นเอง

คำว่า "onion" ในภาษาอังกฤษมีที่มาจากภาษาละตินคำว่า "unio" ซึ่งแปลว่าหัวหอม แต่ชื่อของพืชชนิดนี้ในภาษาสันสกฤต ฮีบรู และกรีกโบราณกลับไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แสดงให้เห็นว่ามนุษย์รู้จักปลูกหัวหอมมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว

หัวหอมธรรมดา กระเทียม และต้นหอมลีกล้วนมีถิ่นกำเนิดในเอเชียกลาง ก่อนจะแพร่กระจายไปยังเอเชียตะวันตกและแถบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนต้นหอมญี่ปุ่นเชื่อกันว่ามาจากจีน สิ่งที่น่าสนใจคือคำว่า "Welsh" ในชื่อไม่ได้หมายถึงเวลส์ แต่มาจากคำเยอรมันที่แปลว่า "ต่างชาติ" นั่นเอง

หลักฐานจากภาพวาดและจารึกบนอนุสาวรีย์แสดงให้เห็นว่าชาวอียิปต์โบราณใช้หัวหอมอย่างแพร่หลาย แม้แต่ในคัมภีร์ไบเบิลยังกล่าวถึงช่วงที่ชาวอิสราเอลรำลึกถึงหัวหอม กระเทียม และต้นหอมลีกที่เคยกินในอียิปต์

ในช่วงศตวรรษแรก มีหัวหอมหลากหลายพันธุ์ ทั้งยาว กลม แดง เหลือง ขาว กลิ่นแรงและกลิ่นอ่อน น่าสนใจว่ายุคกลางหัวหอมกลับไม่เป็นที่นิยมเท่ากระเทียมและต้นหอมลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับยุคปัจจุบัน

หลังจากสเปนค้นพบหมู่เกาะเวสต์อินดีส หัวหอมก็ถูกนำไปปลูกที่นั่นและแพร่กระจายไปทั่วอเมริกา ทั้งชาวอาณานิคมและชาวอินเดียนแดงต่างปลูกหัวหอมกันอย่างแพร่หลาย

ต้นหอมญี่ปุ่นนั้นไม่มีการสร้างหัวกลมเหมือนหัวหอมทั่วไป แต่จะให้ก้านยาวสีขาวหลายก้าน พันธุ์นี้เป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออก แต่ก็ปลูกได้แทบทุกที่ ในญี่ปุ่นมักเรียกผิดๆ ว่า "ต้นหอมลีกญี่ปุ่น"

หัวหอมอีกชนิดที่น่าสนใจคือหัวหอมต้นหรือหัวหอมอียิปต์ ที่ผลิตหัวเล็กๆ บนยอดต้นแทนที่จะเป็นดอกและเมล็ด

ต้นหอมลีกก็เช่นกัน ที่ไม่สร้างหัวกลม แต่ให้ก้านทรงกระบอกแทน ใบของต้นหอมลีกจะแบนและตัน ในขณะที่ใบหัวหอมธรรมดาจะกลวงและเป็นทรงกระบอก

คำว่า "leek" (ต้นหอมลีก) มาจากคำแองโกล-แซกซอน "leac" ส่วนชาวโรมันเรียกมันว่า "porrum" ซึ่งยังคงใช้ในชื่อวิทยาศาสตร์จนถึงปัจจุบัน เรื่องตลกคือจักรพรรดิเนโรได้ฉายา "Porrophagus" (ผู้กินต้นหอมลีก) เนื่องจากชอบกินต้นหอมลีกมาก เขาเชื่อว่าการกินต้นหอมลีกบ่อยๆ จะช่วยให้เสียงดีขึ้น!

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile


โพสท์โดย: Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดูอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหามหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิกจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนอำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประกันโรคร้ายแรง เกราะกันโรคร้าย ที่พร้อมจ่ายทันทีไม่ต้องลุ้น?ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งหนังคนล่ะม้วน เมื่อ ICE ยิงเด็กตๅย!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีอายุหลังก่อตั้งจังหวัดไม่ถึง 20 ปี
ตั้งกระทู้ใหม่