หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขนมเทียนในวันหยุดสบาย ๆ

เขียนโดย เหลือจะเชื่อ

การทำขนมเทียนไส้กล้วยกินเอง เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เราอยากหยิบมาเล่า เพราะมันไม่ได้เป็นแค่การทำของหวานพื้นบ้านเท่านั้น แต่มันคือการได้กลับไปเชื่อมโยงกับกลิ่นอายของบ้าน กลิ่นใบตอง กลิ่นมะพร้าวคั่ว และเสียงหัวเราะที่ลอยวนอยู่ในครัวเล็ก ๆ

เราเริ่มต้นจากการคิดถึงขนมเทียนที่เคยกินตอนเด็ก มันเหนียวนุ่ม หอมใบตอง มีรสหวานของกล้วยที่ถูกนึ่งจนฉ่ำ ละลายในปากไม่แพ้ของหวานฝรั่งเลยสักนิด พอถึงวันหยุดยาว เราก็ตัดสินใจว่าจะลองทำดูเองสักครั้ง

วัตถุดิบที่เตรียม

ขั้นตอนที่ทำให้รู้ว่าการทำขนมคือการฝึกสมาธิ

เริ่มจากการทำไส้ก่อน เราหั่นกล้วยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วคลุกกับน้ำตาลทรายแดง ใส่มะพร้าวขูดคั่วกับเกลือนิดหน่อย คลุกทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วพักไว้ให้ไส้เซตตัว

จากนั้นก็มาทำแป้ง ผสมน้ำลงในแป้งข้าวเหนียวทีละนิด แล้วนวดจนเนื้อแป้งนุ่ม เหนียวแต่ไม่แฉะ เราใช้เวลาตรงนี้นานที่สุด เพราะต้องค่อย ๆ เติมน้ำแล้วกะด้วยมือให้แป้งไม่แฉะเกินไป

พอได้แป้งกับไส้แล้วก็ถึงขั้นตอนห่อ ห่อขนมคือศิลปะ ใบตองต้องลนไฟให้พองนุ่ม ไม่อย่างนั้นจะหักเวลาเราพับ พอวางแป้งลงบนใบตอง ใส่ไส้ แล้วห่อเป็นทรงสามเหลี่ยม มันก็เป็นความรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ ที่ทำให้เรายิ้มออกมาได้ ทั้งที่นิ้วมือเปื้อนแป้งไปหมด

กลิ่นหอมจากหม้อนึ่ง

ตอนเอาขนมไปนึ่ง เราใช้หม้อนึ่งที่แม่เคยใช้ตอนทำขนมชั้น หม้อนั้นเก่าหน่อยแต่ยังใช้ดี เราวางขนมเรียงให้ห่างกัน แล้วเปิดไฟแรงจนมีไอน้ำฟุ้ง กลิ่นใบตอง กลิ่นมะพร้าว กลิ่นกล้วย ลอยขึ้นมาอย่างอบอุ่น มันหอมจนทำให้เรานึกถึงบรรยากาศในงานบุญบ้านนอก

ประมาณ 30 นาที ขนมก็เริ่มสุก เราลองหยิบออกมาหนึ่งห่อ—ใบตองเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลนวล แป้งนุ่มแน่นและมีกลิ่นหอมของกล้วยคละเคล้ากับใบตอง พอลองกัดคำแรก มันเหนียว หวาน และหอมละมุนแบบที่เรานึกถึงมาตลอด

สิ่งที่ได้มากกว่าขนม

ขนมเทียนไส้กล้วยที่เราทำออกมาอาจไม่ได้สวยเหมือนซื้อจากตลาด แต่ทุกคำที่กินเข้าไป มันคือรสชาติของความตั้งใจ ความอดทน และความรักในความเป็นพื้นบ้านที่เรากำลังพยายามรักษาไว้ด้วยสองมือเราเอง

การทำขนมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลองสูตรใหม่ แต่คือการนั่งลง หายใจลึก ๆ แล้วใช้เวลาทำอะไรสักอย่างโดยไม่เร่งรีบ เราคิดว่าในโลกที่หมุนเร็วแบบนี้ การได้มีช่วงเวลาช้า ๆ กับขนมเทียน มันคือการพักใจที่ดีแบบหนึ่งเลย

 

ถ้าใครไม่เคยลอง เราอยากให้ลองดูสักครั้ง ขนมที่เราทำเอง มักจะอร่อยกว่าที่คิดเสมอ

เนื้อหาโดย: เหลือจะเชื่อ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เหลือจะเชื่อ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 123 ครั้ง
เขียนโดย เหลือจะเชื่อ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เหลือจะเชื่อ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569รายงานสภาพความยากจนของคนไทยตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569ทำไมเสียงฝนช่วยให้บางคนหลับง่ายมีบัตรคนจน สมัครไทยช่วยไทย พลัสได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนสับสนเรื่องสิทธิควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวเลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โยเกิร์ตรสผลไม้บางถ้วยน้ำตาลเยอะกว่าที่คิดวิวัฒนาการ "เกาเหลา" จากต้มจืดชาวจีนสู่เมนูคีโตยุคใหม่รายงานสภาพความยากจนของคนไทยตัดจากศพ ห่อด้วยกระดาษ เมื่อขยะชันสูตรและเศษหินทำเนียบขาว ถูกแย่งชิงในราคาแพงลิบ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ศิลปะย่อส่วนในขวดแก้ว: ทำความรู้จักกับ "สวนขวด" (Terrarium) นวัตกรรมสีเขียวสำหรับคนเมือง“ของสำคัญที่สุด ไม่จำเป็นต้องห้อยให้เห็น” ทำไม“ช้าง”สัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่มีถุงอัณฑะห้อยอยู่ด้านนอกเหมือนมนุษย์?ไม่ใช่แค่ซามูไร! พารู้จัก 5 ลำดับขั้นขุนนางญี่ปุ่นโบราณที่คุณอาจไม่เคยรู้เรื่องราวของ "จุดเริ่มต้นของมัทฉะ" จากยารักษาโรคในราชสำนักจีน สู่จิตวิญญาณแห่งวิถีเซนในญี่ปุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่