“การอาบป่า” ชินรินโยคุ (森林浴) ธรรมชาติบำบัดของชาวญี่ปุ่น การอยู่กับป่า คือ การกลับมาอยู่กับตัวเอง
การอาบป่า ชินรินโยคุ (Shinrin-yoku / 森林浴) แยกออกเป็นคำว่า
- Shinrin (森林) แปลว่า ป่า
- yoku (浴) แปลว่า อาบ หรือ แช่ตัว
แปลรวมกันว่า การอาบป่า หรือ การรับรู้บรรยากาศป่าผ่านประสาทสัมผัสของเรา
การอาบป่า เป็นศาสตร์บำบัดจากญี่ปุ่น เรียกว่า Shinrin Yoku ที่ใช้การสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้า ศาสตร์นี้เป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1982 กระทั่งปี 2002 จึงมีการก่อตั้งสมาคมป่าบำบัดขึ้น เพื่อวิจัยผลกระทบของสิ่งแวดล้อมในป่าที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนเรา
มหัศจรรย์การอาบป่า ศาสตร์นี้ได้รับการทดลองและวิจัยในญี่ปุ่น พบว่า
- ช่วยฟื้นฟูกลไกของร่างกาย สารเคมีที่ปล่อยมาจากต้นไม้ในป่า ชื่อว่า ไฟทอนไซด์ (Phytoncide) ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย การอาบป่าในธรรมชาติที่เริ่มส่งผลต่อร่างกาย ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น
- ส่งผลให้อารมณ์ คุณภาพในการนอนหลับ และการทำสมาธิดีขึ้น
- ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการซึมเศร้า
- ช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นการส่งเสริมสุขภาพกาย และสุขภาพจิตในคราวเดียวกัน
- การได้สูดออกซิเจนจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และเพิ่ม NK Cells ที่ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้
- ช่วยลดความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
คำแนะนำในการไปอาบป่า
- แนะนำให้วางสมาร์ตโฟน หรือกล้องถ่ายรูปเอาไว้ก่อน
- เข้าไปหาจุดจุดหนึ่งในป่า โดยการเดินไปเรื่อย ๆอย่างช้า ๆ ใช้ร่างกายนำทาง ใช้ประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการเงี่ยหูฟังเสียงป่า หรือเสียงนกร้อง ใช้จมูกสูดเอาอากาศสดชื่น กลิ่นจากต้นไม้ และกลิ่นจากธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากสารไฟทอนไซด์ เข้าไปลึก ๆ ช้า ๆ
- ใช้ร่างกายสัมผัสกับลมบาง ๆ ที่พัดผ่านผิวหนัง และพัดผ่านต้นไม้ก่อให้เกิดเสียงแผ่ว ๆ
- ใช้สายตามองไปยังเฉดสีอันแตกต่างหลากหลายที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้น แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา
- ใช้มือสัมผัสลำต้นของต้นไม้ หรือนอนลง เพื่อให้ร่างกายทุกส่วนสัมผัสกับพื้นดิน ปล่อยตัวตามสบาย ทำจิตใจให้สงบ การใช้ประสาทสัมผัสของเราเชื่อมต่อกับธรรมชาติจะช่วยให้ทั้งร่างกาย และจิตใจของเราให้รู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง
ที่ไหนก็ทำ การอาบป่า ได้
การอาบป่า ถ้าให้ดีต้องทำในป่า แต่ก็ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว เราสามารถไปอาบป่าได้ทุกที่บนโลก ไม่จำเป็นต้องปีนเขา หรือเดินไกล บางคนอาจเลือกนั่งเงียบ ๆ ใต้ต้นไม้ พายเรือในป่าชายเลน เดินช้า ๆ อยู่ในสวนใกล้บ้าน หรือแม้กระทั่งสวนในบ้านของเราเอง ก็เพียงพอที่จะให้ธรรมชาติค่อย ๆ ซึมซาบเข้าสู่หัวใจแล้ว
เคล็ดลับสำคัญ คือ ‘การอยู่กับปัจจุบันขณะ’ เปิดประสาทสัมผัสให้กว้าง สังเกตแสงที่เปลี่ยนไปตามกิ่งไม้ เสียงกรอบแกรบของใบไม้ หรือแม้แต่เงาของตัวเองที่ทอดผ่านทางเดิน
การใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างมีสติ เปิดรับด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่จำเป็นต้องเดินเร็ว ไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมาย แค่ ‘อยู่’ กับธรรมชาติอย่างตั้งใจ ให้ธรรมชาติซึมซาบเข้าสู่ใจและร่างกาย เหมือนเรากำลังอาบแสง ลม กลิ่น และพลังของป่า การอยู่กับป่าไม่ใช่แค่การหลบหนีจากโลกวุ่นวาย แต่คือ การกลับมาอยู่กับตัวเอง
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
หัวใจทำด้วยอะไร? ทำไมสัตว์ตัวแค่นี้ถึงกล้าบวกกับทั้งป่า
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 16 มีนาคม 69 มาแล้ว!..รีบส่องเลย
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดเดียวมีทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าและเขื่อนชลประทานมากที่สุดในไทย
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
สิ้นสุดความอดทน? จับตา "อิหร่าน" งัดไพ่ตายสุดล้ำ พุ่งเป้าแดนพญาอินทรี!
โอ๊ยยย เอาอีกแล้ว! จุดปราบเซียน รถตู้ติดแหง็กใต้สะพานกลับรถบางใหญ่ ทำจราจรอัมพาตยาว!
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย








