ใช้หรอ?? นางเงือกแหลมสมิหลา สงขลา ช้ำรักหนีพระอภัยมณีมาจากระยอง
หลายคนเข้าใจผิด ว่า นางเงือก ที่แหลมสมิหลา จ. สงขลานั้นหนีพระอภัยมณี มาจาก จ. ระยอง ในเรื่องราว พระอภัยมณี วรรณคดีชิ้นเยี่ยมเรื่องหนึ่งของไทย ผลงานชิ้นเอกของพระสุนทรโวหาร (ภู่)
จริงๆ ชื่อเต็มๆ คือ “นางเงือกทองสงขลา” ตั้งอยู่บนโขดหินธรรมชาติชายหาดแหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา สร้างขึ้นเมื่อปี 2509 เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2509 เป็นรูปปั้นบรอนซ์ รมดำ
โดยความคิดริเริ่มของ นายชาญ กาญจนาคพันธุ์ ปลัดจังหวัดสงขลา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลา ในสมัยนั้น ที่ต้องการสร้างสัญลักษณ์ทางวัตถุของเมืองสงขลาให้ผู้คนได้รู้จัก นอกเหนือสัญลักษณ์ทางธรรมชาติอย่างเกาะหนูและเกาะแมว
ประติมากรรมนางเงือกแหลมสมิหลา ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสงขลา และเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย
ประวัติความเป็นมา
สร้างเมื่อ: พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966)
ผู้ออกแบบ: ศิลปินนักปั้นชั้นครู มือหนึ่งของเมืองไทยในสมัยนั้น "อาจารย์จิตร บัวบุศย์" ผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง (ผู้ที่มีผลงาน การปั้นพานรัฐธรรมนูญ บนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อปี พ.ศ.2483) เป็นผู้ออกแบบ หล่อและปั้นรูปนางเงือก โดยตั้งชื่อว่า “เงือกทอง” (Golden Mermaid) เป็นสัญลักษณ์ของแหลมสมิหลามาจนทุกวันนี้
แรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าจากวัยเยาว์ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มสร้างรูปปั้นนางเงือก ในท่าหวีผม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสงขลา
โดยใช้งบประมาณ : ของเทศบาลจำนวน 60,000 บาท ในการสร้าง
วัตถุประสงค์: เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และสร้างสัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรม
ลักษณะของรูปปั้น
วัสดุ: สร้างจาก ทองสัมฤทธิ์ (บรอนซ์) มีความทนทานต่อสภาพอากาศทะเล
ท่าทาง: นางเงือกนั่งอยู่บนโขดหินริมทะเล กำลังสางผมอย่างอ่อนช้อย
สถานที่ตั้ง: ริมหาดสมิหลา บริเวณแหลมสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
ตำนานนางเงือก
ประติมากรรมนางเงือกได้รับแรงบันดาลใจจาก ตำนานพื้นบ้านภาคใต้ ที่เล่าว่า: “มีนางเงือกแหวกว่ายขึ้นฝั่งที่แหลมสมิหลาเพื่อพักผ่อน และนั่งสางผมอยู่บนโขดหิน แต่เธอต้องหนีลงทะเลอย่างรวดเร็วเมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งแอบมองอยู่” เรื่องราวสะท้อนความงาม ความลี้ลับ และความอ่อนหวานของทะเลใต้ กลายเป็นตำนานท้องถิ่นที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น และเป็นที่มาของรูปปั้นนางเงือกที่หาดสมิหลา
ให้เป็น สัญลักษณ์ของเมืองสงขลา ที่ใช้ในการโปรโมตการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวมักนิยมถ่ายภาพกับนางเงือก และมีความเชื่อเรื่องโชคลาภหากได้สัมผัสรูปปั้น กลายเป็นหนึ่งใน แลนด์มาร์กระดับประเทศ ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของชายฝั่งภาคใต้ไทย
เหตุการณ์สำคัญ
ธันวาคม 2565: รูปปั้นนางเงือกได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดบริเวณใกล้เคียง เหตุระเบิดที่รูปปั้นนางเงือกทองและรูปปั้นหนูกับแมวบริเวณแหลมสมิหลา จังหวัดสงขลา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561 ทำให้รูปปั้นนางเงือกทองเสียหาย หางขาดจากลำตัว เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนและผู้คนในพื้นที่เศร้าสะเทือนใจ
ต่อมามีการซ่อมแซมและคืนสภาพให้ใกล้เคียงของเดิม เพื่ออนุรักษ์ความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้
นางเงือกแหลมสมิหลา ไม่ได้เป็นเพียงรูปปั้น แต่เป็นตัวแทนของ ตำนานพื้นบ้าน วัฒนธรรมท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของสงขลา ที่ผสมผสานความเชื่อ ความงาม และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่เกี่ยงข้องกับการช้ำรักหนีพระอภัยมณีมาจากระยอง
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/3/69
หัวใจทำด้วยอะไร? ทำไมสัตว์ตัวแค่นี้ถึงกล้าบวกกับทั้งป่า
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
สิ้นสุดความอดทน? จับตา "อิหร่าน" งัดไพ่ตายสุดล้ำ พุ่งเป้าแดนพญาอินทรี!
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
โอ๊ยยย เอาอีกแล้ว! จุดปราบเซียน รถตู้ติดแหง็กใต้สะพานกลับรถบางใหญ่ ทำจราจรอัมพาตยาว!
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
8 ต้นไม้หน้าตาประหลาดที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซไฟ
⚡🏆Ep.2 ศึกแข่งขันนักเวทย์ประจำปีเพื่อชิงถ้วยรางวัลมิตรภาพ - The Annual Wizard Tournament ✨
ตื่นตาตื่นใจ! 5 ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดแปลกในไทย ปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียว มาชมกันเลย!
พาสุนัขไปหาหมอเพราะคิดว่าสุนัขป่วย แต่เจอเซอร์ไพรส์กลับ




