หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เส้นทางนางงามของ“อมรา อัศวนนท์”

โพสท์โดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

อมรา อัศวนนท์   ไม่ใช่แค่สาวงามธรรมดา แต่เกิดมาในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ปู่ของเธอคือ พระยาราชายสาธก (ง่วนสุ่น อัศวนนท์) ผู้เป็นนายด่านภาษีที่สมุทรปราการ ส่วนย่าคือคุณหญิงฟอง บุนนาค สืบสายเลือดผู้ดีแห่งตระกูลบุนนาค พ่อของเธอ—หลวงประเจิดอักษรลักษณ์ (สมโภช อัศวนนท์)—จบเนติบัณฑิตจากทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส หล่อ รวย การศึกษาดี และพูดได้หลายภาษา ครบเครื่องจนเป็นขวัญใจสาว ๆ สมัยนั้น

 

เธอเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสผู้เติบโตในวังทอง

 

พ่อของอมราไปร่ำเรียนถึงฝรั่งเศส และได้พบรักกับสาวชาวฝรั่งเศส “Georgette” ผู้กลายมาเป็นภรรยาและแม่ของอมรา เด็กหญิงอมราจึงเติบโตขึ้นในครอบครัวที่อบอวลด้วยวัฒนธรรมทั้งไทยและยุโรป เป็นลูกสาวที่พ่อหวงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด มีพี่เลี้ยงถือกระเป๋าไปส่งถึงห้องเรียน และแม่ก็คอยฝึกฝนเรื่องกิริยาและรูปร่างอย่างเข้มงวด—รัดเอวให้คอดตั้งแต่อายุ 12 ปี จนเธอมีรอบเอวเพียง 22 นิ้ว!

 

อมรา อัศวนนท์  ตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิต

 

ปีที่อมราอายุ 17 กำลังเรียนอยู่ที่มาแตร์เดอี มีรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรมาเยี่ยมบ้านและชักชวนให้เธอไปประกวดนางสาวไทย เพราะปีนั้นเป็นปีสำคัญฉลองรัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าพ่อปฏิเสธทันที เพราะลูกสาวขุนนางจะไปเดินเฉิดฉายบนเวทีได้อย่างไร แต่แม่กลับสนับสนุนสุดตัว จนพ่อยอมใจอ่อน อมราจึงลาออกจากโรงเรียนเพื่อเดินเข้าสู่เวทีนางงาม

 

อมรา อัศวนนท์  นั่งเรือสำราญ 21 วัน… เปิดตัว “สาวสยาม” บนเวทีจักรวาล

 

แม้จะเป็นตัวเต็งของเวทีนางสาวไทย แต่สุดท้ายอมราได้เพียงรองอันดับ 4 พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท ซึ่งพ่อประกาศกลางงานทันทีว่า “จะบริจาคให้การกุศลทั้งหมด เพื่อแสดงเจตนาว่าไม่ได้ให้ลูกไปประกวดเพราะเงิน”

 

สาวงามที่โรงเรียนไม่ต้อนรับ

 

เมื่ออมรา อัศวนนท์ ประกวดเสร็จ

ตั้งใจจะกลับไปเรียนต่อ แต่โรงเรียนไม่ยอมรับ เพราะในยุคนั้นเชื่อว่า “นางงามคือนักเรียนใจแตก” เธอจึงกลายเป็นเด็กว่างงานคนหนึ่ง—แต่โชคชะตากลับเปิดประตูอีกบาน

 

เดินทางด้วยใจและศักดิ์ศรี

 

เมื่อไทยได้รับเชิญให้ส่งตัวแทนไปประกวด Miss Universe เป็นปีแรก นางสาวไทยและรองอันดับต่างไม่พร้อมด้านการเงิน ครอบครัวอมราจึงควักทุนเองทั้งหมด พ่อ แม่ และน้องชายพาเธอนั่งเรือสำราญ 21 วันจากฮ่องกงไปซานฟรานซิสโก ผ่านญี่ปุ่นและฮาวาย แทนที่จะบิน เพราะต้องการให้ลูกสาวได้พักผ่อนก่อนสู่เวทีโลก

 

ดาวเด่นบนเรือและสื่อมะกัน

 

เมื่อเรือเทียบท่า นักข่าวก็ขึ้นมาสัมภาษณ์ทันที อมราให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ พ่อของเธอถึงกับซ้อมบทพูดและสอนท่าทางให้ก่อนออกสื่อ เธอกลายเป็นที่สนใจของสื่ออเมริกันทันที ในฐานะ “สาวจากสยาม” ที่พูดได้สามภาษา!

 

เพื่อนร่วมห้องผาดโผน…แต่นางงามไทยขอสงบเสงี่ยม

 

เธอเล่าว่าเพื่อนร่วมห้องใช้ผ้าปูเตียงโรยตัวไปหาแฟนทุกคืน ขณะที่เธอเลือกเก็บตัวและวางตัวแบบสาวผู้ดี เธอสูงเพียง 158 ซม. เมื่อเทียบกับ Miss America ปีนั้นที่สูงถึง 176 ซม. อาจดูเล็ก แต่รัศมีไม่ได้แพ้ใคร

 

🎥 หญิงสาวกลับจากเมืองนอก…กลายเป็น “ปริศนา” แห่งจอเงิน

 

กลับจากต่างประเทศ เธอกลายเป็นสาวฮอตในทันที วงการหนังและสื่อรุมจีบไม่หยุด รวมถึงชายหนุ่มมากหน้าหลายตา ทั้งโสด ไม่โสด และแม้แต่ข้าราชการระดับสูง!

 

 จากสาวงามสู่ดารา...ด้วยเหตุผลจากเจ้านายหญิง

 

นิยายเรื่อง “ปริศนา” ของ ว. ณ ประมวญมารค มีผู้ขอซื้อบทไปสร้างหนังมากมาย แต่ท่านไม่ยอม—จนกระทั่งเห็นอมรา กลับจากเมืองนอก ท่าทางปราดเปรียว ใส่ขาสั้น และฉลาดทันคน “นี่แหละ ปริศนา” ท่านว่าไว้

 

ชีวิตที่มากกว่าแสงไฟ

 

แม้จะเข้าสู่วงการบันเทิง แต่คุณอมราวางตัวดีเยี่ยม ไม่พัวพันข่าวเสียหาย เธอคือภาพแทนของสาวยุคใหม่ในวันนั้น—สวย ฉลาด และมั่นใจ พร้อมกลิ่นอายลูกผู้ดีเก่าที่ทุกคนยกย่อง

 

 บทสุดท้ายที่งดงาม

 

 “ขอบคุณค่ะ ดิฉันมีพ่อคนเดียว”

อมราเคยให้สัมภาษณ์ว่า จอมพลผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศเคยต้องการให้เธอเป็นอนุภรรยา พร้อมทั้งเอ่ยปากขอผ่านผู้ใหญ่ในวงการ… แต่เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ ด้วยวลีที่ถูกพูดถึงมาถึงวันนี้ว่า

 

“ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันมีพ่อคนเดียว”

น้ำเสียงนุ่มแต่แน่วแน่ นำพาชีวิตของเธอให้เดินบนเส้นทางที่สง่างามอย่างที่เป็น

 

🌸 บทสรุปของหญิงสาวนามว่า “อมรา อัศวนนท์”

 

ชีวิตของเธอไม่ใช่แค่เรื่องราวของความสวย แต่เป็นภาพสะท้อนของหญิงเก่งในยุคที่โลกยังไม่เปิดกว้างเท่าวันนี้ เธอเลือกทางเดินด้วยความกล้าหาญ มีทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และยังรักษา “คุณค่าในตัวเอง” ไว้อย่างมั่นคง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/6912 ฉายาคนกีฬาแห่งปี 2568.จากสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทยทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569รับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชนคนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียวนอนเล่นมือถือ vs เล่นในที่มืด แบบไหนอันตรายกว่า? เจาะภัยเงียบทำลายดวงตาที่หลายคนมองข้ามยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพลระทึกรับปีใหม่! สาวติดชิงช้าสวรรค์มรณะ หมุนไม่หยุด-ปิดเครื่องไม่ได้ ต้องวัดใจกระโดดลงพื้นคำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026ธามไท..พูดถึง แบมแบม เพื่อนซี้คนปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026ตะลึง..พบมัมมี่พระภิกษุบรรจุในองค์พระพุทธรูปอายุ 1,000 ปีย้อนรอยประวัติศาสตร์ "คำขวัญวันเด็ก": เข็มทิศทางความคิดจากนายกรัฐมนตรีไทยสู่อนาคตของชาติ"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียวรับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ทำไมเก้าอี้โรงภาพยนตร์ทั่วโลกต้องเป็น “สีแดง” ไม่ใช่ความเชื่อ ไม่ใช่ฮวงจุ้ย แต่คือวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียวกัมพูชา!ไม่พอใจ “อินเดีย” หลังประกาศวีซ่าฟรีเฉพาะคนไทยผ่อนคลายชีวีด้วยกัญชาสร้างความสุข อ่างทองสวยงาม
ตั้งกระทู้ใหม่