มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เรืองแสงได้ ก่อนตาย?
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ไม่ใช่ฮีโร่มาเวล แต่เรามนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดนั่นเรืองแสงได้ จริงหรือนี่
หรือแบบนี้ก็คงไม่ใช่
แม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ความจริงแล้วคือ ทุกสิ่งมีชีวิต รวมถึงตัวของคุณเองกำลังเปล่งแสงจางๆ ตลอดเวลา และแสงนี้จะอยู่กับคุณ จนกว่าคุณจะตุยเย..เสียชีวิตกันไป
สิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่นหิ่งห้อยแมงกะพรุนปลาหมึกหิ่งห้อยเรืองแสงและปลาน้ำลึกเป็นที่รู้จักกันว่าสร้างแสงได้เอง โดยมักได้รับความช่วยเหลือจากแบคทีเรียที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดปล่อยแสงออกมาในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะอ่อนมากจนตรวจจับได้ยากก็ตาม แสงในร่างกายมนุษย์ของเรามีความเข้มน้อยกว่าความไวของดวงตาของมนุษย์ถึงพันเท่า ดังนั้น ความหวังเดียวของเราในการตรวจจับแสงได้คือต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อน
นี่ไม่ใช่ออร่า หรือสิ่งลี้ลับตามความเชื่อทางจิตวิญญาณแต่อย่างใด อย่างงามงายๆ แต่คือ การแผ่รังสีโฟตอนอ่อนมาก (Ultra-weak Photon Emission หรือ UPE) ซึ่งเกิดจากกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย
ตามผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ คุณอาจเข้าใจผิดคิดว่าแสงเรืองแสงที่น่ากลัวนี้เป็นหลักฐานว่าออร่ามีอยู่จริงหรืออะไรทำนองนั้น
แสงเรืองนี้คืออะไร
เมื่อ ดร.แดเนียล โอบลัก นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลการี อธิบายว่า UPE เป็นแสงที่เกิดขึ้นจาก สารเคมีในเซลล์ที่สร้างโมเลกุลไม่เสถียร ที่เรียกว่า อนุมูลออกซิเจน (ROS)
ร่างกายของมนุษย์เราเรืองแสงได้ แต่ดวงตาของเราไม่ไวพอที่จะมองเห็น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า การแผ่รังสีโฟตอนชีวภาพ หรือ การแผ่รังสีโฟตอนที่อ่อนแอมาก (UPE) ซึ่งหมายถึงระดับแสงที่มองเห็นได้ต่ำมากที่ปล่อยออกมาจากสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ด้วย
ROS เป็นผลพลอยได้จากการเผาผลาญในร่างกาย และเมื่อมันกระตุ้นโมเลกุลอื่น ๆ พวกมันจะปล่อยพลังงานในรูปของ แสงจางมาก ๆ
แสงที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
แม้จะฟังดูน่าตื่นเต้น แต่แสงนี้ อ่อนมากจนตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แม้ในห้องที่มืดสนิทก็ตาม โดยแสงที่ปล่อยออกมานั้น อ่อนกว่าค่าการรับรู้ของตามนุษย์ถึง 1,000 ถึง 1,000,000 เท่า
หลักฐานจากการทดลองกับหนูและใบไม้
ทีมวิจัยใช้กล้องพิเศษถ่ายภาพ หนูมีชีวิต และ หนูที่ตายแล้ว พบว่าหนูที่ยังมีชีวิตจะเปล่ง UPE ออกมามากกว่าอย่างชัดเจน
หนูทั้งสี่ตัวนี้จะปล่อยโฟตอน (UPE) ที่อ่อนมากเมื่อพวกมันยังมีชีวิตอยู่ (ด้านบน) มากกว่าตอนที่พวกมันตาย (ด้านล่าง)
นอกจากนี้ ยังพบว่า ใบไม้ที่ถูกขีดข่วนหรือเสียหาย จะเปล่งแสงออกมามากกว่าบริเวณที่สมบูรณ์อีกด้วย เหตุผลคือบริเวณที่ถูกทำลายมี ความเครียดจากออกซิเดชัน สูงขึ้น ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ROS และเปล่งแสงมากขึ้น
ศักยภาพของการศึกษา UPE
ดร.โอบลัก เชื่อว่า UPE อาจกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในอนาคต เช่น...
ใช้ ตรวจสอบสุขภาพของเนื้อเยื่อ ก่อนการปลูกถ่าย
ติดตาม ระดับความเครียดของพืชผล หรือ ระบบนิเวศน์ โดยไม่ต้องทำลายตัวอย่าง
แม้จะมีข้อมูลน่าสนใจมากมาย แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่า UPE มีบทบาททางชีวภาพมากกว่าการเป็น “ผลพลอยได้” จากการเผาผลาญหรือไม่
“บางที UPE อาจไม่ใช่เพียงผลจากกระบวนการเผาผลาญเท่านั้น แต่ยังอาจมีจุดประสงค์เฉพาะของมันด้วย” ดร.แดเนียล โอบลัก กล่าว
สรุปได้ว่า ทุกสิ่งมีชีวิต รวมทั้งมนุษย์เรา นี้เรืองแสงได้ แสงนี้เรียกว่า UPE และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั้นเป็นผลที่เกิดมาจากกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย และ ความเครียดจากออกซิเดชัน
และมีแนวโน้มถูกนำมาปรับใช้ในวงการแพทย์ เช่น การตรวจสุขภาพแบบล้ำในอนาคต หากคุณอยากรู้ว่า “แสงของชีวิต” คุณส่องสว่างแค่ไหน…อาจต้องใช้กล้องพิเศษมาช่วยดู แต่จงมั่นใจว่า คุณเปล่งประกายอยู่เสมอ แม้ในความมืดที่สุด
เขียนโดย ลูกสาวอบต
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
ผู้ชายที่สูงที่สุดในโลก
"มันแกว" พรีไบโอติกชั้นยอดที่ลำไส้ของคุณโหยหา
รวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย









