ตะขบ
เนื้อหาโดย john1982
ตะขบ
หลายท่านที่อาศัยอยู่ตามชนบท อาจจะเคยเห็นหรือแม้แต่ชานเมืองของกรุงเทพก็มีให้เห็นเยอะ ตะขบเกิดขึ้นได้ทั่วไปโดยอาศัยนกต่างๆมากินลูกสุกแล้วปล่อยมูลออกมาตกบริเวณไหน ก็ขึ้นแถวนั้นเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดใหญ่ ใบมีขนออกลูกได้ตลอดทั้งปี
ดอกมีลักษระสีขาว ผลเมื่อเริ่มติด ลูกจะมีสีเขียวสดเมื่อเริ่มโตสีจะอ่อนขึ้น เป็นสีชมพูและแดงในที่สุด เป็นอาหารโปรดของนกต่างๆรวมถึงเราสามารถรับประทานได้ มีรสชาติหวานเมื่อสุกเต็มที่ เป็นผลไม้ป่าของโปรดเด็กต่างจังหวัดเลยก็ว่าได้
เราสมารถขุดต้นเล็กมาปลูกที่บ้านได้ครับ ให้ร่มเงาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้กินลูกสุกด้วย แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรปลูกชิดตัวบ้านจนเกินเพราะจะทำให้รากชอนไชไปใต้พื้นบ้านทำให้ดินแตกหรือพื้นปูนแตกได้ครับ ควรปลูกห่างตัวบ้าน
รากสามารชอนไชและเกิดต้นใหม่ได้ครับ.
เนื้อหาโดย: john1982
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงครามHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งกระทู้อื่นๆในบอร์ด
สาระ เกร็ดน่ารู้
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70


