"บูโฟท็อกซิน" สารพิษจากคางคกที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นอาวุธเคมีจากธรรมชาติที่คร่าชีวิตได้ในนาทีเดียว
เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า
“พิษคางคก” หรือสารพิษที่คางคกบางชนิดหลั่งออกมานั้นแรงกว่าที่หลายคนคิดมาก โดยเฉพาะจากคางคกในวงศ์ Bufonidae ซึ่งมีต่อมพิษที่เรียกว่า “ต่อมพาโรติด (parotoid gland)” อยู่บริเวณหัวหรือหลังตา ต่อมนี้จะปล่อยสารพิษชื่อว่า บูโฟท็อกซิน (bufotoxin) หรือในบางชนิดก็มี บูโฟทีน (bufotenin)
-
ฤทธิ์ต่อหัวใจและระบบประสาท:
-
บูโฟท็อกซินมีฤทธิ์คล้ายดิจิทาลิส (digitalis) ซึ่งเป็นยารักษาโรคหัวใจ แต่หากได้รับมากเกินไปจะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นได้
-
บางชนิดเช่นบูโฟทีนมีฤทธิ์ประสาทหลอน (คล้าย LSD) และเป็นสารออกฤทธิ์ทางจิต
-
-
อันตรายถึงชีวิต:
-
สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมว หากกัดหรือเลียคางคกอาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที
-
มนุษย์ที่เผลอกินหรือสัมผัสเข้าทางปาก ตา หรือบาดแผล ก็อาจเกิดอาการรุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นผิดปกติ ชัก หรือหมดสติ
-
-
คางคกบางชนิดมีพิษรุนแรงเป็นพิเศษ:
-
เช่น คางคกอ้อย (Cane toad) หรือ Rhinella marina ซึ่งแพร่กระจายในออสเตรเลีย มีพิษสูงมากจนสามารถฆ่าสุนัขขนาดใหญ่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
-
ในทวีปอเมริกาใต้ คางคกบางชนิดมีพิษที่ใช้ในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ เช่น “5-MeO-DMT” ซึ่งมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทรุนแรงและอาจเป็นอันตราย
-
คางคกที่มีพิษแรงที่สุดในโลกคือ:
คางคกอ้อย (Cane Toad)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhinella marina (ชื่อเดิม Bufo marinus)
ถิ่นอาศัย: อเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ถูกนำไปปล่อยในออสเตรเลีย, ฟิลิปปินส์, ปาปัวนิวกินี ฯลฯ
-
คางคกอ้อยมี ต่อมพาโรติดขนาดใหญ่ อยู่ด้านหลังตา เมื่อถูกรบกวน จะหลั่งสารพิษชื่อ บูโฟท็อกซิน (Bufotoxin) และ สารประกอบในกลุ่ม cardiac glycosides ซึ่งมีฤทธิ์เหมือนยาดิจิทาลิสที่ส่งผลโดยตรงต่อการเต้นของหัวใจ
-
สารพิษนี้ ออกฤทธิ์รวดเร็วรุนแรง โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมว หากเลียหรือกัดคางคกอ้อย อาจชัก น้ำลายไหล กล้ามเนื้อเกร็ง และเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น
-
มนุษย์หากกลืนกินพิษของมันเข้าไป อาจมีอาการ หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้ อาเจียน สับสน หมดสติ และถึงขั้นเสียชีวิต ได้เช่นกัน (แม้จะหายากกว่ากรณีสัตว์เลี้ยง)
-
คางคกอ้อยเป็นหนึ่งในสัตว์ที่กลายเป็น ภัยสิ่งแวดล้อม ในออสเตรเลีย เพราะไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ และสัตว์นักล่าที่ลองกินมันมักตายจากพิษ จนเกิดหายนะต่อระบบนิเวศ
-
สารพิษจากคางคกอ้อยยังเคยถูกทดลองนำมาใช้ใน ยารักษาหัวใจ หรือแม้แต่ในการ พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ (เช่นสาร 5-MeO-DMT จากคางคกสายพันธุ์อื่น เช่น Incilius alvarius)
พิษคางคกไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมีฤทธิ์ที่รุนแรงถึงชีวิต ไม่ควรจับหรือสัมผัสคางคกด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคางคกพิษสายพันธุ์รุนแรง หากสัตว์เลี้ยงของคุณแสดงอาการผิดปกติหลังไปยุ่งกับคางคก ควรรีบนำส่งสัตวแพทย์ทันที
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
เจาะเงินเดือน "พนักงานต้อนรับเรือสำราญต่างชาติ" ปี 2569
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
สูตรคำนวณงวด 1/6/69
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
5 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีวิทยาเขตมากที่สุดในประเทศไทย
ผลกระทบจากแนฟทา กระทบแม้กระทั่งลูกอมราคาถูก
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ตำนาน รูปปั้น "Nkisi Nkondi" เทพล่าคน
เคยสงสัยไหม? ทำไมร้านสะดวกซื้อชอบวาง “ของกิน” หน้าแคชเชียร์ ทั้งที่ตรงอื่นก็มีที่เยอะกว่า เวลาเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ
เกือบโดนบีบแตรที่ญี่ปุ่น เพราะเข้าใจไฟจราจรผิด 😭
ความลับของ “ถุงหิ้วก๋วยเตี๋ยว” ทำไมต้องยาวเป็นหางว่าว แล้วมัดหนังยางแน่นเหมือนซีลนิรภัย?
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก

