หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเล่าจากลูกสู่แม่ ตอน " ค่าน้ำนม "

เนื้อหาโดย กรกานต์ กานทกาญจน์

 “ ควรคิดพินิจให้ดี   ค่าน้ำนมแม่นี้จะมีอะไรเหมาะสม ”  แน่นอนครับ...จากวรรคหนึ่งในบทเพลง “ ค่าน้ำนม ”  ของคุณไพบูลย์  บุตรขัน   ได้การันตีถึงคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้อย่างสุดซึ้ง  ว่า “ จะมีอะไรเหมาะสม”  นั่นหมายถึง  คุณค่าของน้ำนมแม่หาสิ่งใดเทียบเท่าไม่มี  ไม่ว่าจะเชิงคุณค่าทางด้านอาหาร  หรือคุณค่าทางด้านจิตใจ   ผู้เขียนเคยเข้าอบรมที่อนามัยของหมู่บ้านเรื่องสุขภาพดีด้วยนมแม่   มีตอนหนึ่งที่คุณหมอกล่าวว่า  “ น้ำนมแม่เสมือนวัคซีนหยดแรก  ที่สร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ทารกได้เป็นอย่างดี ” 
                
ผู้เขียนเองเกิดในครอบครัวชาวนามีฐานะค่อนข้างยากจน   จึงมีโอกาสได้สัมผัสกับรสชาติของนมแม่มากหน่อย  เมื่อได้รับความรู้จากคุณหมอ   ผู้เขียนใจชื้นขึ้นมามากในเรื่องสุขภาพร่างกายที่ได้รับจากนมแม่แต่วัยเด็ก   แม่เคยบอกผู้เขียนว่าผู้เขียนดื่มนมแม่จนกระทั่งอายุถึง  2  ขวบ  แม่ถึงให้เลิกดื่ม แม่หากลวิธีต่างๆนานา เช่น ใช้บอระเพ็ดทาให้หัวนมมีรสขมบ้าง  หลอกว่าเอาขี้ไก่มาทาบ้าง ไม่ใช่ด้วยเหตุผลอะไรมากนักที่แม่ทำอย่างนั้น  ประการแรกลูกโตขึ้นฟันเยอะขึ้น  เวลาลูกดูดนมหัวนมแม่เป็นแผลแม่เจ็บ    ประการที่สองเมื่อถึงประมาณลูกอายุได้ 1 ขวบครึ่ง วิตามินและสารอาหารในน้ำนมของแม่ก็เริ่มจะลดลง  แม่จึงพยามหาวิธีเสริมสร้างสารอาหารด้านใหม่ให้ลูกมากกว่า   การเสริมสร้างสารอาหารด้านใหม่ก็ไม่มีอะไรมากตามวิถีเรียบง่ายของชาวบ้าน  คือ  การเคี้ยวข้าวเหนียวให้ละเอียดห่อใส่ใบตองกล้วยแล้วนำไปย่างไฟให้สุก  บ้านผู้เขียนเรียกว่า  “ ข้าวหมก ”  เมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นหอมมาก กลิ่นหอมของใบตองและข้าวเหนียวย่างไฟชวนรับประทานเจริญอาหาร  ผู้เขียนเองชอบมาก ด้วยข้าวเหนียวมีน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตสูงจึงสร้างพลังงานให้แก่ร่างกายเหมาะสมกับวัยได้ดี   นี่ก็เป็นอีกภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดมาแต่ครั้งปู่ ย่า ตา ยาย สู่ลูกหลาน  ควบคู่ไปกับการดูดดื่มนมแม่   หากตอนนี้มีใครถามผู้เขียนว่า “ นมของแม่อร่อยไหม?”   ผู้เขียนเองคงไม่แน่ใจนักว่ารสชาติที่ติดลิ้นมันจะหวานสู้นมวัวในปัจจุบันได้ไหม ...  ผู้เขียนรู้แต่เพียงว่าการดูดนมวัวจากกล่อง   คงอบอุ่นสู้นมจากอ้อมอกของแม่ไม่ได้แน่นอน  ส่วนความหวานนั้นคงจะได้จากความสัมพันธ์ที่สื่อออกมาจากใจแม่สู่ลูก  มันคือจุดเริ่มต้นของสายใยรักจากครอบครัวครับ

เนื้อหาโดย: กรกานต์ กานทกาญจน์/สุกรณ์ บงไทสาร (นามปากกา)
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุดเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุดทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัยมัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69อนุทินฟาดเดือดปมเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต 40,000 บาท กรณีเครน หล่นทับรถไฟ1978: ปีแห่งการทำลายกำแพงอคติ เมื่อผู้หญิงก้าวสู่ทำเนียบนนักบินอวกาศนาซา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ภาพถ่ายครั้งสุดท้ายของเรือไททานิก ที่ถูกบันทึกไว้ก่อนเรือจะอับปางอนุทินฟาดเดือดปมเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต 40,000 บาท กรณีเครน หล่นทับรถไฟ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แกงปลาค้อโหลงเส่อผักขี้ขม" ความหอมกรุ่นที่แสนกลมกล่อมและอร่อยเหนียวแน่น"ของหวานและของคาว" เข้ากันได้อย่างลงตัวจิ้มและสร้างความสุขในการทานอาหารความเชื่อและสีสันของ "ความเชื่อของเจ้าเต่าหลังตุง" สีสันของบ้านที่ทรงคุณค่า"เข้าตู้อบสมุนไพร" สร้างภูมิต้านทานอากาศหนาวด้วยไอร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่