สาเหตุของ “อาการมึนหัว” และ วิธีบรรเทา “อาการมึนหัว”
อาการมึนหัว ไม่ใช่โรคโดยตรง แต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ความดันต่ำ น้ำตาลในเลือดต่ำ ขาดน้ำ เป็นอาการแรกเริ่มที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกาย เป็นอาการที่เกิดจากกระบวนการรับรู้การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หรือ รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป
สาเหตุของอาการมึนหัว
1.การใช้ชีวิตประจำวันที่สุดโต่ง เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดสะสม
2.สาเหตุจากความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด การไหลเวียนเลือดผิดปกติ โลหิตจาง ความผิดปกติของหินปูนในหูชั้นใน
วิธีบรรเทาอาการมึนหัวที่ควรรู้
1.นั่งหรือนอนนิ่ง ๆ อยู่กับที่ หลับตาลง เพื่อแก้อาการมึนหัว กรณีที่มีอาการมึนหัวหลังจากลุกจากที่นอน ควรลุกขึ้นช้า ๆ หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางเร็ว ๆ หากมีอาการบ้านหมุน เซ หรือ เสียการทรงตัวบ่อย ควรใช้ไม้เท้า หรือ วอล์กเกอร์ ช่วยพยุงให้เดินได้อย่างมั่นคง ป้องกันการหกล้มและได้รับบาดเจ็บ
2.ดื่มน้ำให้เพียงพอ บ่อยครั้งที่อาการมึนหัวเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงช่วยแก้อาการมึนหัวได้ โดยสังเกตสีของปัสสาวะ หากปัสสาวะมีสีเข้มอาจเป็นสัญญาณว่าดื่มน้ำน้อยเกินไป หมั่นเตือนตัวเองให้จิบน้ำทีละน้อยตลอดทั้งวัน โดยใน 1 วัน ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้ว แก้วละ 250 มิลลิตร และ ในวันที่อากาศร้อนหรือเสียเหงื่อมาก ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น
3.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นอาการมึนหัว
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีแสงสว่างจ้าหรือมีอากาศร้อนจัด เพราะอาจทำให้ตาพร่า มึนหัว หน้ามืดได้ง่าย
-หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน สูบบุหรี่ ซึ่งอาจกระตุ้นให้มึนหัวมากขึ้น
-ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานการเครื่องจักรหากมีอาการมึนหัวบ่อยและเฉียบพลัน
4.เครื่องดื่มหรือลูกอมอาจช่วยได้ การจิบน้ำหวาน น้ำผลไม้ หรือ อมลูกอม จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ชาสมุนไพร เช่น ชาขิง ช่วยแก้อาการมึนหัวและเมารถ จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการมึนหัว คลื่นไส้ อาเจียนขณะเดินทาง
5.พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับอย่างน้อยวันละ 7–9 ชั่วโมง การพักผ่อนไม่เพียงพออาจกระตุ้นให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว เดินเซ ไมเกรน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการมึนหัว
6.รับมือกับความเครียด ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) และไมเกรน ซึ่งทำให้เกิดอาการมึนหัวตามมา รับมือด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น นั่งสมาธิ ฝึกหายใจ เล่นโยคะ ฟังเพลงสบาย ๆ และอ่านหนังสือ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด
7.กินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินดี วิตามินอี ธาตุเหล็ก อาจช่วยแก้อาการมึนหัวได้ ซึ่งพบในอาหารหลายชนิด เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ
8.ใช้ยาที่หาซื้อได้เอง สามารถปรึกษาเภสัชกรในการใช้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) หรือยาแก้แพ้ เช่น ยาเมคลิซีน (Meclizine) ยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการง่วงซึม หรือ อาจเลือกใช้ยาดม ที่ประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด มีคุณสมบัติช่วยแก้อาการมึนหัว หน้ามืด ตาลาย และคลื่นไส้
หากมีอาการมึนหัวเฉียบพลันหรือรุนแรงร่วมกับอาการอื่น เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ชาและอ่อนแรงบริเวณใบหน้า แขน ขา เสียการทรงตัว การมองเห็นและได้ยินผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว ชัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
เลขลับจากปกสลาก งวดวันที่ 1 เมษายน 2569
อันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
หนังที่ทำรายได้มากถึง 100 ล้านบาท เรื่องแรกสุดในประเทศไทย
อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทย
"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69
เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
แค่ขวดเดียวก็เอาอยู่! สูตรน้ำส้มสายชูไล่แมลงสาบ ลดปัญหากวนใจแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
แดดไม่เคยปรานี…แต่เราป้องกันได้ ก่อนผิวพังแบบไม่รู้ตัว
"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวย
ถอดรหัสปริศนา "แม่ตะเคียนให้โชค" ลุ้นรวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569
เครื่องบินที่มีราคาแพงที่สุด ที่ยังถูกใช้งานอยู่จริงบนโลกในปัจจุบัน
หายใจเข้าออกลึก ๆ 5 วินาที ช่วยลดความเครียดได้
สังเกตสัญญาณบ่งชี้ว่า ชีวิตของคุณกำลังก้าวไปข้างหน้า หมดเคราะห์กรรม ชะตาชีวิตกำลังเปลี่ยน
Gen Z ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance เพราะโลกการทำงานเปลี่ยน ความขยันแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
คนเซนซิทีฟไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เป็นจุดแข็ง เสมือนมีพลังวิเศษ มีสกิลล้ำค่า ทำให้เข้าใจโลกได้มากกว่าคนทั่วไป





