หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อยู่ไหนแล้วทุกข์เกินไป ไม่เป็นเหตุให้สติเจริญขึ้น ก้หลีกออกมาเสีย


เขียนโดย machete007

 

ไม่ว่าจะเป็นของ

ไม่ว่าจะเป็นคน

ไม่ว่าจะเป็นงาน

ถ้าเป็นเหตุให้ทุกข์เท่าเดิม

อยู่ๆไปพักหนึ่งคุณจะชิน

เหมือนเสียงรบกวนที่คงเส้นคงวา

ได้ยินไปนานๆ

สมองจะคัด ‘ส่วนที่รบกวน’

ออกจากการรับรู้ไปเอง

แม้ส่งเสียงอยู่ แต่ก็เหมือนไม่ได้ยิน

นี่เป็นกลไกธรรมชาติ

ที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอดได้

โดยไม่เป็นบ้าตายเสียก่อน

ภายใต้สภาพการณ์แย่ๆ

 

แต่ถ้าเสียงรบกวนดังกล่าว

อยู่ๆดังโด่งขึ้นมากระตุ้นโสตประสาท

พักหนึ่งแล้วแผ่วหายไป

เสร็จแล้วแผดแหลมขึ้นมาแสบแก้วหู

เป็นนานกว่าจะหายไป

จากนั้นกระหึ่มสะเทือนอัดบ้องหู

นานเหมือนจะไม่หยุด กว่าจะหายไปได้

แบบนี้ร่างกายและจิตใจของคุณจะไม่ปรับตัว

นับวันสุขภาพจิตจะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

เหตุเพราะทุกครั้งที่เสียงอันเป็นพิษกระทบหู

จะเกิดความทุกข์ใหม่ๆไม่ซ้ำหน้า

เพิ่มความอึดอัด สะสมแรงดัน

จนถึงจุดหนึ่งเหมือนลูกโป่งใกล้ระเบิด

 

 

เมื่อเข้าใจหลักการนี้

ก็จะแยกแยะออกว่า

แม้แต่การเจริญสติ

ก็ไม่ใช่เจริญได้ทุกสภาพการณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ภายใต้สภาพการณ์ที่สติของคุณ

ยังไม่แข็งพอที่จะต้านทาน

แม้พระพุทธเจ้าก็ตรัสกับเหล่าภิกษุสาวกว่า

หากเจริญสติถูกทางแล้ว

แต่อยู่ที่ไหนแล้วเป็นสุขเกินไป

ไม่เป็นเหตุให้สติเจริญขึ้น ก็หลีกออกมาเสีย

อยู่ที่ไหนแล้วเป็นทุกข์เกินไป

ไม่เป็นเหตุให้สติเจริญขึ้น ก็หลีกออกมาด้วย

ท่านไม่ได้ส่งเสริมให้ทนๆๆไม่มีที่สิ้นสุด

แล้วหวังว่าเดี๋ยวสติจะเจริญขึ้นได้เอง

 

สิ่งที่ต้องทำไว้ในใจ คือ

ถ้าเจอกระทบอันเป็นทุกข์นิดหน่อยแล้วถอยทันที

ไม่อาศัยเป็นบทเรียนดูปฏิกิริยาทางใจ

ที่แรงขึ้นมา แล้วแผ่วลงไป บ้างเลย

จะเอาแต่เครื่องประโลมสัมผัสที่น่าพอใจ

เช่นนี้ ในทางธรรม สติก็ไม่มีทางเจริญ

เพราะจะขาดสติ เคลิ้มนึกไปว่าโลกนี้น่าอภิรมย์

ส่วนในทางโลก ความเข้มแข็งก็ไม่มีทางเกิด

เพราะเป็นผู้ขาดขันติ

อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทนไม่ได้ไปหมด

 

 

ในทางกลับกัน

หากเจอกระทบอันเป็นทุกข์เพิ่มขึ้นๆไม่สิ้นสุด

แล้วไม่หาทางเลี่ยง หรือไม่คิดตัดต้นตอ

เข้าใจว่าการเจริญสติ คือการฝึกทนทู่ซี้ไปเรื่อยๆ

อันนี้ในที่สุดโรคประสาทก็ถามหาเอาง่ายๆเหมือนกัน

การทึกทักของคนส่วนใหญ่จะออกแนว

แน่จริงต้องทนได้ทุกอย่าง ฝึกได้ทุกที่

ทำไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง หรือยังฝึกไม่พอ

ที่แท้แล้วทั้งหลายทั้งปวงคือ

ยังไม่เข้าใจให้ดีพอต่างหาก!

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 110 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดการครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
เปิดไฟนอน เสี่ยงเบาหวานจริงหรือ? เผยกลไกทำลายสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้นางสงกรานต์ ปี2569 ชื่อนางรากษสเทวี เสวยโลหิตเป็นภักษาหารทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
ตั้งกระทู้ใหม่