หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลิ่นตัวของแต่ละชาติในอาเซียนมีกลิ่นเป็นอย่างไรบ้าง

เนื้อหาโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

กลิ่นตัวของแต่ละชาติในอาเซียนมีกลิ่นเป็นอย่างไรบ้าง

 

 

เป็นเรื่องน่าทึ่งไม่น้อยว่า "กลิ่นตัว" ของผู้คนในแต่ละประเทศนั้น อาจสะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอาหารการกินได้อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับแบบชัดเจนทั้งหมด แต่ประสบการณ์จากผู้ที่เคยเดินทางไปหลายประเทศ รวมถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมนานาชาติ ก็มักสะท้อนความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่เสมอ

 

ประเทศไทย : กลิ่นสมุนไพรไทยหอมจาง ๆ คล้ายยาหม่อง คนไทยมักถูกมองว่า “ตัวหอมแบบธรรมชาติ” โดยเฉพาะจากชาวต่างชาติในภูมิภาคอื่น เช่น ชาวยุโรปหรืออเมริกัน กลิ่นของคนไทยบางครั้งเปรียบได้กับ "เครื่องหอมไทย" หรือกลิ่นสมุนไพรที่ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น ด้วยความที่เรามักใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ กลิ่นสมุนไพร หรือยาหม่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

 

เวียดนาม : กลิ่นกาแฟกับกลิ่นอาหารทะเล คนเวียดนามนิยมดื่มกาแฟและรับประทานอาหารทะเลหรืออาหารหมัก กลิ่นกายจึงมีกลิ่นอายเฉพาะตัวแบบ “กลิ่นอบอุ่น” คล้ายกลิ่นกาแฟผสมกลิ่นเกลือทะเลจาง ๆ

 

ฟิลิปปินส์ : กลิ่นสบู่น้ำหอมแนวฝรั่ง ชาวฟิลิปปินส์มักนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจากตะวันตก เช่น สบู่หรือโรลออนจากยุโรปและอเมริกา ทำให้มีกลิ่นตัวแนว “กลิ่นหอมคลีนแบบฝรั่ง” ที่บางครั้งก็ชัดเจนเกินพอดีในมุมของชาวอาเซียนอื่น

 

อินโดนีเซีย / มาเลเซีย : กลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร เนื่องจากอาหารของทั้งสองประเทศนี้มักใช้เครื่องเทศจัดจ้านเป็นหลัก กลิ่นของเหงื่อหรือกลิ่นตัวจึงมีกลิ่นเฉพาะที่ชวนให้นึกถึง "กลิ่นกะทิ-ขิง-ข่า" หรือกลิ่นของอาหารท้องถิ่นที่ผสมกับความร้อนของอากาศเขตร้อน

 

พม่า : กลิ่นไม้หอมผสมกลิ่นน้ำอบโบราณ พม่านิยมใช้ "ทานาคา" ทาหน้าและตัวเป็นประจำ ซึ่งกลิ่นของทานาคานั้นมีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นไม้หอมเย็น ๆ และผสมกับกลิ่นดิน กลิ่นฝน จึงให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก

 

ลาว : กลิ่นสะอาดจากสบู่และน้ำเปล่า ผู้คนในลาวโดยทั่วไปนิยมอาบน้ำด้วยสบู่ธรรมดา ไม่เน้นน้ำหอมมาก กลิ่นกายจึงออกแนว “สะอาด สดชื่น ไม่ฉุน” ให้อารมณ์ของคนเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ

 

กัมพูชา : กลิ่นหวานจาง ๆ คล้ายกลิ่นดอกไม้ กัมพูชาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ผู้หญิงนิยมใช้น้ำหอมอ่อน ๆ ที่มีกลิ่นคล้ายกลิ่นดอกไม้ โดยเฉพาะกลิ่นจำปี จำปา กลิ่นจึงไม่แรง แต่ทิ้งความหวานอ่อน ๆ แบบผู้หญิงชาววัง

 

สิงคโปร์ : กลิ่นน้ำหอมระดับไฮเอนด์ ด้วยความเป็นเมืองทันสมัยที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก คนสิงคโปร์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ กลิ่นของคนสิงคโปร์จึงมักมาจากแบรนด์น้ำหอมชั้นนำ หอมชัด หรู และทันสมัย

 

บรูไน : กลิ่นน้ำหอมอาหรับ กลิ่นกายของคนบรูไนบางครั้งมีความคล้ายกับกลิ่นน้ำหอมแนวอาหรับที่ออกหวานลึก กลิ่นแนวกำยาน น้ำมันหอมระเหย กลิ่นมัสค์หรืออำพัน อันเป็นเอกลักษณ์ของโลกมุสลิม

 

สรุป กลิ่นของแต่ละประเทศในอาเซียนนั้น แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม อาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และภูมิอากาศ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็สะท้อนถึงความหลากหลายและความงามของเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว

 

แล้วคุณล่ะ เคยได้กลิ่นที่กล่าวมานี้หรือเปล่า

เนื้อหาโดย: เรื่องน่ารู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียเขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืนแอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้วจังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทยจังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทยระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชียธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทยร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
😃 ชวนมาดูเหล่าผู้คนที่ชีวิตเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ตลอดเวลา เพราะพวกเขามักพบเจอแต่เรื่องราวแปลก ๆ อยู่เสมอ 😆ระทึกก่อนตรุษจีน! กัมพูชาพบชายวัย 30 ปีติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 หลังบริโภคไก่ป่วย ทางการสั่งเฝ้าระวังเข้ม หวั่นซ้ำรอยปีระบาดหนัก"ลิซ่า" อีกแล้ว! ชุดเดียวเที่ยวทั่วไทย ไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น..ชาวเน็ตแห่เมนต์กันเพียบ!!แปลกดีเหมือนกันนะเนี่ย...Kummakivi หินหนัก 5,000 กิโลกรัม ที่ทรงตัวบนหินอีกก้อนมาเป็นเวลา 11,000 ปี โดยไม่หล่นลงมาเสียทีพิษสัตว์ที่ร้ายแรงต่อมนุษย์มากที่สุด ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติโหนกอูฐมีไว้ทำไม ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
“ใครแต่งหน้าให้ตี๋ลี่เร่อปา?” ลุคนางเงือกสะกดคนดู เวทีตรุษจีนลุกเป็นไฟ คนดูทั้งเอเชียตะลึงตาค้างสักการะในชความงาม ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสังขละบุรี ดินแดนแห่งความสุขอินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!ระเหยหายทั้งเป็น! เปิดปรากฏการณ์ “โจฮัตสึ” คนญี่ปุ่นทิ้งชีวิตเดิม ตั้งใจหายจากโลก สะท้อนแรงกดดันสังคมสุดเข้มข้น
ตั้งกระทู้ใหม่