“ดร.ตุ๋ม” พะนาทย์ ตามประทีป ประกาศตั้งกลุ่มการเมือง “พลังไทย” พร้อมเดินหน้าอุดมการณ์ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”
เขียนโดย news1
16 มีนาคม 2568 “ดร.ตุ๋ม” พะนาทย์ ตามประทีป ออกแถลงการณ์ประกาศตั้ง “กลุ่มพลังไทย” เพื่อขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยเน้นอุดมการณ์ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” เชิญชวนประชาชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกันเข้าร่วมเดินหน้าสู่อนาคต
แนวทางของกลุ่มพลังไทย
ดร.ตุ๋ม เปิดเผยว่า กลุ่มพลังไทยก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน เน้นการทำงานเชิงรุกต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่เริ่มต้น แต่ต้องลงมือทำจริง และพัฒนาสิ่งที่เคยทำมาแล้วให้ดียิ่งขึ้น
“เราต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่เป็นการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง การเมืองต้องไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องเป็นการลงมือทำ และทำให้เห็นผลจริง” ดร.ตุ๋ม พะนาทย์ ตามประทีป กล่าว

เชิญชวนผู้ร่วมอุดมการณ์
ดร.ตุ๋มยังได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีแนวคิดเดียวกันเข้าร่วมกลุ่ม “พลังไทย” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมเน้นย้ำว่า ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้
“เราทำมาแล้ว เรากำลังทำอยู่ และเราจะทำต่อไป ไม่หยุดเพียงแค่คำสัญญา แต่ต้องเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเพื่ออนาคตของประเทศไทย”
อนาคตของกลุ่มพลังไทย
ดร.ตุ๋มระบุว่าขณะนี้กลุ่มกำลังอยู่ในช่วงวางแผนนโยบายและขยายเครือข่ายผู้สนับสนุน โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นพลังทางการเมืองที่เข้มแข็งในอนาคต
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
เปิดความลับ "แหวนสังหาร" อาวุธลับของชนชั้นสูงยุคกลาง
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
หนังสือพาสปอร์ตของไทย ได้คะแนนมากแค่ไหนเมื่อเทียบกันในระดับโลก




