Oligio vs Thermage FLX ยกกระชับหน้า เทียบชัดทุกจุด แตกต่างกันอย่างไร?
Oligio vs Thermage FLX ยกกระชับหน้า เทียบชัดทุกจุด แตกต่างกันอย่างไร?
การยกกระชับผิวเป็นหนึ่งในวิธีการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย และทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น ปัจจุบัน Oligio และ Thermage FLX เป็นสองเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับผิวหน้าและผิวกาย แต่ทั้งสองโปรแกรมนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด? มาดูกัน
ทำความรู้จักกับ Oligio
Oligio เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (Radio Frequency) ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานลงไปได้ลึกถึง 3 มิลลิเมตรในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือการกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า และช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
จุดเด่นของ Oligio
ใช้เทคโนโลยี Skin Temperature Tracking Sensor เพื่อตรวจจับอุณหภูมิผิวตลอดกระบวนการทำ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการเบิร์นของผิว มีระบบ Cryogen Gas ที่ช่วยปล่อยความเย็นออกมาระหว่างทำ ทำให้รู้สึกสบายและลดการระคายเคือง ใช้เวลาในการทำไม่นาน ประมาณ 20-30 นาที ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที หมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระชับใบหน้าและลดไขมันบริเวณแก้มและเหนียง
Oligio สามารถทำได้บริเวณไหนบ้าง?
- กรอบหน้า: ช่วยให้ใบหน้ากระชับขึ้น
- รอบดวงตา: ลดริ้วรอยรอบดวงตาและทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
- แก้ม เหนียง และใต้คาง: ลดไขมันส่วนเกินและช่วยให้กรอบหน้าคมชัด
- ลำคอ: ลดริ้วรอยและรอยย่นบริเวณลำคอ
- หน้าท้องและต้นแขน: กระชับผิว ลดรอยเหี่ยวย่น
ทำความรู้จักกับ Thermage FLX
Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ลงลึกถึงชั้น Dermis (หนังแท้) โดยช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจน และเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้น
จุดเด่นของ Thermage FLX
ใช้เทคโนโลยี AccuREP ซึ่งช่วยปรับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวแบบเรียลไทม์ ทำให้พลังงานลงลึกได้อย่างสม่ำเสมอ มีระบบ Cooling System ที่ช่วยปกป้องผิวจากความร้อน ทำให้ลดการเบิร์นของผิว ใช้เวลาในการทำ 45-60 นาที เห็นผลทันที 20-30% และชัดเจนเต็มที่ใน 2-3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี
Thermage FLX สามารถทำได้บริเวณไหนบ้าง?
- รอบดวงตา: ช่วยยกเปลือกตา แก้ปัญหาหนังตาตก และลดริ้วรอยรอบดวงตา
- ผิวหน้า: กระชับผิว ลดริ้วรอย และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- ลำคอ: ลดเหนียงและยกกระชับผิวบริเวณคอ
- ร่างกาย: ลดไขมันบริเวณต้นแขน หน้าท้อง และต้นขา
ความแตกต่างระหว่าง Oligio VS Thermage FLX
Oligio และ Thermage FLX เป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทั้งสองโปรแกรมจะมีเป้าหมายเดียวกัน แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจมีผลต่อประสิทธิภาพ ความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล และระดับความเจ็บปวดระหว่างทำ ดังนั้น การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับสภาพผิว ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.romrawin.com/oligio-vs-thermage/
- หลักการทำงาน
- Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF) แบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จากเกาหลี โดยจะปล่อยพลังงานความร้อนลงไปยังชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน
- Thermage FLX ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF เช่นกัน แต่มีเทคโนโลยี AccuREP™ ที่ช่วยปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล พร้อมระบบทำความเย็นเพื่อป้องกันการระคายเคือง
- ระดับความเจ็บปวด
- Oligio มีระบบ Cooling System และ Cyrogen Gas ที่ช่วยลดความร้อนและให้ความเย็นกับผิว ทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายมากขึ้น
- Thermage FLX มีระบบ Cooling System เช่นกัน แต่ในบางกรณีอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือแสบร้อนเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายเท่า Oligio
- บริเวณที่สามารถทำได้
- Oligio เน้นยกกระชับทั่วใบหน้า เช่น กรอบหน้า เหนียง ใต้ตา รอบดวงตา คอ รวมถึงสามารถช่วยลดไขมันบางส่วนได้
- Thermage FLX สามารถใช้ได้ทั่วทั้งร่างกาย เช่น รอบดวงตา ใบหน้า ลำคอ หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือจุดที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย
- ระยะเวลาการทำ
- Oligio ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ต่อครั้ง ซึ่งรวดเร็วและสะดวก
- Thermage FLX ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ซึ่งใช้เวลานานกว่า Oligio เล็กน้อย
- ระยะเวลาเห็นผล
- Oligio จะเริ่มเห็นผลประมาณ 20-30% ทันทีหลังทำ และเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
- Thermage FLX จะเห็นผลทันทีประมาณ 20% และเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 เดือน
- ระยะเวลาคงผลลัพธ์
- Oligio สามารถคงผลลัพธ์ได้นาน 6-12 เดือน
- Thermage FLX สามารถคงผลลัพธ์ได้นาน 1-2 ปี ซึ่งอยู่ได้นานกว่า Oligio
- ความเหมาะสมของแต่ละโปรแกรม
- Oligio เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบสบาย ๆ ไม่ต้องการพักฟื้นและมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเบาถึงปานกลาง
- Thermage FLX เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเยอะ ต้องการกระชับผิวและลดไขมันไปพร้อมกัน รวมถึงต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานขึ้น
Oligio VS Thermage FLX เลือกแบบไหนดี?
เลือก Oligio ถ้าคุณต้องการลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับแบบไม่เจ็บ อยากให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยการลดไขมันส่วนเกิน ต้องการทำหัตถการที่ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ภายใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
เลือก Thermage FLX ถ้าคุณต้องการยกกระชับผิวแบบล้ำลึก และผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 1-2 ปี มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก และต้องการฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิวอย่างเต็มที่ มีปัญหาถุงใต้ตา หนังตาตก หรือชั้นไขมันรอบดวงตามาก สามารถใช้เวลาในการทำหัตถการ 45-60 นาที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio VS Thermage FLX
เห็นผลทันทีหรือไม่?
Oligio: หลังทำจะเริ่มเห็นผลประมาณ 30% ทันที และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือน หลังจากที่คอลลาเจนถูกกระตุ้นและสร้างขึ้นใหม่
Thermage FLX: จะเห็นผลได้ทันทีประมาณ 20-30% และผลลัพธ์จะพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนเห็นผลชัดที่สุดใน 2-3 เดือน
สามารถทำได้บ่อยแค่ไหน?
Oligio: สามารถทำได้ทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนและการดูแลผิวหลังทำ
Thermage FLX: สามารถทำได้ทุก 1-2 ปี เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
สามารถทำทั้งสองโปรแกรมร่วมกันได้หรือไม่?
ได้ การทำ Oligio และ Thermage FLX ควบคู่กัน เป็นทางเลือกที่ดีหากต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการยกกระชับผิว
- อาจเริ่มต้นด้วย Oligio เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนก่อน และช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับการยกกระชับ
- จากนั้นทำ Thermage FLX เพื่อลดไขมันและยกกระชับอย่างล้ำลึก ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
Oligio หรือ Thermage FLX ดีกว่ากัน?
Oligio เหมาะกับ
- คนที่ต้องการยกกระชับแบบสบาย ๆ เจ็บน้อยกว่า
- คนที่มีเวลาน้อย ต้องการหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน
- คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องพักฟื้น
Thermage FLX เหมาะกับ
- คนที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก และต้องการยกกระชับแบบล้ำลึก
- คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ต้องทำบ่อย ๆ
- คนที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณใบหน้า ต้องการช่วยกระชับและสลายไขมัน
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
เน็ตไอดอลสุดดังของจีน กลายเป็นคนไร้บ้านในเขมร
สาวกัมพูชาประกาศชัด “ไม่อยากเป็นเสียม เกิดเป็นเขมรดีที่สุด”
เปิดประวัติ "Cheerio" ผู้เล่นเงาของ Tokyogurl
เกินปุยมุ้ย ทหารเขมรเล่า ใช้แค่ 10 คน สู้กับทหารไทย 300 นาย
สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ยืนยันดำเนินคดี "ก้อง เชอริโอ้" และ "โตเกียวเกิร์ล" ถึงที่สุด เพื่อปกป้องวงการอีสปอร์ตไทย และกู้ศรัทธาต่อนานาชาติ
😯 ชวนเข้ามาดูสิ่งที่เปลี่ยนไปจนน่าตะลึงเมื่ออยู่ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) บางอย่างก็สวยจนน่าทึ่งมากเลยล่ะ 😆
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
ทึ่งทั่วโลก : "ต้นมะกอกแห่งวูเวส" ต้นไม้แห่งกาลเวลา ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุดต้นหนึ่งของโลก
สถานทูตไทยออกโรง ขอ สหรัฐ-เวเนซุเอลา คุยกันดีๆ
ทรัมป์เตือนอิหร่าน หลังการประท้วงลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตหลายจังหวัด
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
"โดนัลด์ ทรัมป์" ส่งสัญญาณเตือนลาตินอเมริกา ชี้เป้า "โคลอมเบีย-คิวบา" อาจเป็นสถานีต่อไป
อยากสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เริ่มต้นอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
เมทัลชีท PU คืออะไร? วัสดุที่เหมาะสำหรับบ้านและอาคาร
[ด่วน!] ใกล้สิ้นปีแล้ว จองสถานที่จัดเลี้ยงบริษัท ขอนแก่น ที่ "ร้านคัม" ริมบึงหนองโคตร บรรยากาศดี โปรฯเพียบ!
ทริคประหยัดค่าไฟสูงสุดถึง 50% ต่อเดือน แค่ใช้แอร์ให้ถูกวิธี!
