หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วไทย : งาช้างดำ สมบัติคู่เมืองน่าน


เขียนโดย dukedicknarak

        หากเอ่ยถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน หนึ่งในสิ่งล้ำค่าที่ไม่ควรพลาดชมคือ "งาช้างดำ" สมบัติอันทรงคุณค่าที่ได้รับการเก็บรักษาและสืบทอดมาตั้งแต่ยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน งาช้างดำมีลักษณะเป็นงาปลี คือมีความยาวไม่มากนัก แต่มีขนาดวงรอบที่ใหญ่ สีของงาช้างเป็นสีน้ำตาลเข้ม และมีจารึกอักษรธรรมล้านนา โดยข้อความที่ปรากฏสามารถถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า "กิ่งนี้หนัก 15000"

งาช้างดำเมืองน่านมีขนาดความยาว 97 เซนติเมตร วัดโดยรอบส่วนที่กว้างที่สุดได้ 47 เซนติเมตร มีโพรงลึกบริเวณโคนงายาว 14 เซนติเมตร และมีน้ำหนักโดยรวม 14 กิโลกรัม จากการศึกษาทางวิชาการพบว่า งาชิ้นนี้เป็นงาช้างตัน ซึ่งถูกถอดออกจากช้างที่คาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ 60 ปี อีกทั้งยังสันนิษฐานว่างาชิ้นนี้เป็นงาข้างซ้าย เนื่องจากมีรอยเสียดสีกับงวงอย่างชัดเจน

ตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ของงาช้างดำ

        เชื่อกันว่า "พญาการเมือง" เจ้าเมืองพลั่ว หรือปัว องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์ภูคา ซึ่งครองเมืองในช่วงปี พ.ศ. 1896-1906 ได้ทำพิธีสาปแช่งให้งาช้างดำเป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมือง ห้ามมิให้ผู้ใดนำไปเป็นสมบัติส่วนตัว โดยกำหนดให้เก็บรักษาไว้ในหอคำ หรือวังของเจ้าผู้ครองนครน่านเท่านั้น

ต่อมา เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2474 เจ้านายและบุตรหลานจึงมอบงาช้างดำให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน สำหรับฐานรองงาช้างที่เราเห็นในปัจจุบันนั้น ทำจากไม้สักทั้งท่อน แกะสลักเป็นรูปครุฑแบกรับงาช้าง และถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2469

การเก็บรักษางาช้างดำ

        ปัจจุบัน งาช้างดำได้รับการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ซึ่งยังคงรักษาเจตนารมณ์เดิมตามคำสาปที่เคยมีมา โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็น "หอคำ" ของเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ก่อนที่เจ้านายบุตรหลานจะมอบที่ดินและอาคารทั้งหมดให้รัฐบาลใช้เป็นศาลากลางจังหวัดน่านในปี พ.ศ. 2475

ต่อมา เมื่อกระทรวงมหาดไทยก่อสร้างศาลากลางแห่งใหม่ กรมศิลปากรได้ขอรับมอบอาคารหอคำเพื่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดในปี พ.ศ. 2517 และต่อมาได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2528

การจัดแสดงในปัจจุบัน

        ในอดีต งาช้างดำถูกจัดแสดงในตู้กระจกที่ปิดทึบด้านหลังเพื่อรักษาสภาพ แต่หลังจากมีการปรับปรุงรูปแบบการจัดแสดงใหม่ จึงย้ายมาตั้งไว้ที่โถงกลางชั้นสองของอาคารหอคำ ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่เคยใช้เก็บรักษางาช้างดำมาแต่เดิม การจัดแสดงใหม่นี้มีการใช้ตู้กระจกที่ออกแบบให้เหมาะสม เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและสัมผัสกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของงาช้างดำได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์แห่งศรัทธาและมรดกทางวัฒนธรรม

        งาช้างดำไม่ได้เป็นเพียงวัตถุโบราณที่มีคุณค่าในเชิงศิลปะและประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและความผูกพันของชาวน่านที่มีต่อมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่จะมาชมความงดงามและรับรู้เรื่องราวของสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ด้วยตนเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 335 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอหนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาทจังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหวคณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทยจังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรกอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย4 จังหวัดที่มีการใช้น้ำมันมากที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รถไฟฟ้าไทยในตำนาน ที่สร้างไม่เสร็จและไม่มีโอกาสได้เปิดใช้งานจริง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทึ่งทั่วโลก
นี่คือห้องพักที่สูงที่สุดในจีน J Hotel Shanghai Towerภาพวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงามของ วังโปตาลา เมื่ออาบแสงอรุณ รับวันแรกของปีใหม่ทิเบตเขาโรไรมา (Mount Roraima) เป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายกับโต๊ะขนาดใหญ่ คอยกั้นดินแดนอยู่ถึง 3 ประเทศนี่คือเรื่องราวการเอาชีวิตรอด กลางท้องทะเลที่น่าเหลือเชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์การเดินเรือสมัยใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่