ปี 2025 จะเป็นปีที่พนักงานต้องบอกลาอีเมลหรือไม่ เพราะล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
เขียนโดย teerap
ปี 2025 จะเป็นปีที่พนักงานต้องบอกลาอีเมลหรือไม่ เพราะทุกวันนี้เทรนด์ทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ามาดิสรัปต์โลกการทำงานไม่หยุดหย่อน ทำให้เกิดวิธีการทำงานใหม่ๆ มากมาย การทำงานที่เราเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตกลายเป็นเกิดขึ้นแล้ว ณ ปัจจุบัน ดังนั้นอาจถึงเวลาแล้วที่จะทิ้งระบบการทำงานเก่าๆ ไว้ข้างหลัง หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นการเลิกใช้ อีเมล สำหรับสื่อสารในทีมหรือส่งงานระหว่างทีม ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากปัจจุบันเรามีวิธีการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดที่ทันสมัยมากขึ้น อีเมลจึงกลายเป็นสิ่งที่อาจจะล้าสมัยในไม่ช้า ด้วยการเติบโตของ Microsoft Teams และแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกันอื่นๆ (เช่น Google Chat, Slack, LINE WORKS, Discord) ทำให้อีเมลก็เริ่มไม่น่าดึงดูดอีกต่อไป อีกทั้งปริมาณอีเมลขยะหรืออีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ ที่ได้รับในแต่ละวันนั้นก็ล้นกล่องขาเข้าแทบทุกวัน แม้จะใช้ฟีเจอร์การจัดระเบียบกล่องจดหมายมาช่วย โดยย้ายทุกอย่างไปไว้ในโฟลเดอร์ที่ช่วยตอบกลับทั้งหมดภายในหนึ่งหรือสองวัน แต่ในวันที่ยุ่งมากๆ ก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ และเชื่อว่าชาวออฟฟิศส่วนใหญ่ก็กำลังเผชิญกับการทำงานที่กินเวลาโดยไม่จำเป็นแบบนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันสำหรับการทำงานร่วมกัน ดูเหมือนจะได้รับการตอบสนองทันทีแบบเรียลมากกว่าอีเมล การเปลี่ยนแปลงนี้ บ่งชี้ว่าแพลตฟอร์มอีเมลไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป
5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด
10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
เปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไว
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
เมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลก



