อ่านหนังสือวันละนิด
เขียนโดย pcd
การอ่านหนังสือเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง หากเราไม่มีสามธิ เราจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นาน ๆ หากอยู่ในช่วงวัยเรียนก็อาจจะเรียนไม่รู้เรื่องหรือตามไม่ทันเพื่อนได้ หากอยู่ในช่วงทำงาน งานที่ทำออกมาอาจไม่ได้ตรงตามเป้า หรืออาจจะใช้เวลานานกว่าที่ควร เพราะการไม่มีสมาธิจะทำให้เราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นาน ๆ การฝึกสมาธิมีหลายรูปแบบ เช่น นั่งสมาธิ เล่นกีฬา แต่ส่วนตัวผมชอบใช้วิธีการอ่านหนังสือ เพราะฝึกสมาธิได้แล้วยังได้เกร็ดความรู้เพิ่มเติม เริ่มฝึกอย่างน้อยวันละ 5 นาที และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะมาความคิดเข้ามาขณะเริ่มฝึกช่วงแรกบ้างก็ไม่เป็นไร แค่เรารู้ตัวและดึงสมาธิกลับมาจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังอ่านต่อไป ยิ่งถ้าเรามีสาธิที่ดีและจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน ๆ ผลลัพท์จากสิ่งที่ทำของเราจะออกมาดีอย่างแน่นอน.
ลองเอาไปฝึกกันดูนะ จากที่ตื่นนอนตอนเช้าหยิบมือถือมาอ่านก็ลองเป็นเป็นหนังส์อดู หรือจะอ่านก่อนอนก็ได้ ทำให้เราหลับง่ายขึ้นอีกด้วย ไ้ทั้งสมาธิได้ทั้งความรู้เป็นการพัฒนาตนเองที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวดลย.
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
2จังหวัดที่ทำนาได้ทั้งปี
ประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด
'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คน
แท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วัน
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?


