หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ตูปะซูตง" อาหารพื้นเมืองถิ่นปลายด้านขวาน

เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล

       "ตูปะซูตง" หรือ ปลาหมึกยัดไส้ข้าวเหนียว  เป็นอาหารพื้นเมืองของปัตตานี จัดเป็นอาหารหวานหรืออาหารคาวก็ได้ ที่ชาวไทยมุสลิมรับประทาน หลังอาหารมื้อกลางวัน หรือรับประทานเป็นอาหารว่าง บางครั้งใช้รับประทานแทนอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งก็ได้ ทำกินกันบ่อยในชุมชนที่อยู่ใกล้ทะเล ถือเป็นการแปรรูปปลาหมึกสดที่ได้จากการออกเรือหาปลาด้วยทางหนึ่ง ซึ่งหลังจากแบ่งปลาหมึกไว้ทำกับข้าว บางส่วนนำมาทำเป็นขนมหวานโดยเลือกปลาหมึกสด ตัวสวย เรียวยาวเท่านั้น จึงจะทำให้ตูปะซูตงออกมาน่ารับประทาน เมื่อทำเสร็จชาวบ้านมักนำตูปะซูตงไว้กินตอนออกหาปลายามเย็นอีกด้วย

       วันนี้ผู้เขียนได้หมึกสดตัวสวยมาจากพ่อค้าแพปลา ชาวไทยพุทธอย่างผู้เขียนขออนุญาตทำเมนูเด็ดของชาวไทยมุสลิมชิมดูบ้าง เพราะอาหารพื้นเมืองถิ่นดั้งเดิมของเมืองปัตตานีจะมีวิธีรังสรรค์ข้ามพื้นที่มาที่ครัวของผู้เขียนก็วันนี้แหละหนา มาจ้ามาช่วยกันทำตูปะซูตง ก่อนอื่นเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม

ส่วนผสม ได้แก่


1. ปลาหมึก 1 ก.ก. 


2. กะทิ 600 กรัม


3. น้ำตาลมะพร้าวแท้ หรือนํ้าตาลโตนด (ใช้นํ้าตาลนี้ จะเพิ่มกลิ่นที่หอมยิ่งขึ้น หากไม่มี จะใช้นํ้าตาลทรายก็ได้ ) 250 กรัม


4. ข้าวเหนียว 500 กรัม


5. ไม้กลัด


6. เกลือ 1 ช้อนชา


7. น้ำตาลทราย 200 กรัม

 

8. ใบเตยหอม 3 ใบ

วิธีการปรุง


1. นำข้าวเหนียวไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาผสมกับกะทิคลุกเคล้าเข้าด้วยกันเติมเกลือนิดหน่อยให้ออกรสเค็ม ๆ

2. นำส่วนประกอบจากข้อ 1 มาใส่ในตัวปลาหมึกที่ล้างสะอาดแล้วจนเต็ม แล้วใช้ไม้กลัด ๆ หัวปลาหมึกกับปลาหมึกให้ติดกัน เพื่อกันข้าวเหนียวล้นออกมา

3. เมื่อกรอกข้าวเหนียวใส่ปลาหมึกแล้วก็นำไปต้มกับน้ำกะทิ ใส่น้ำตาลมะพร้าว หรือนํ้าตาลตะโหนด และน้ำตาลทรายครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ออกรสหวานนวล ไม่ให้มีความหวานแหลมของน้ำตาลทรายที่มากเกินไป  และใบเตยเพิ่มความหอมยิ่งขึ้น ต้มจนสุก

เคี่ยวทุกอย่างในหม้อต่อไปจนน้ำเริ่มงวด ก็ให้ใช้ไฟกลางไปทางอ่อน เพื่อไม่ให้น้ำตาลมีกลิ่นไหม้ นอกจากจะเสียรสชาติมีความขมแล้ว กลิ่นไหม้ก็เป็นกลิ่นที่ทุกคนไม่พึงปรารถนา ขั้นตอนนี้ต้องคอยหมั่นคนเบาๆเป็นระยะ ป้องกันตัวหมึกไหม้ติดก้นหม้อ เคี่ยวจนกว่าน้ำจะแห้งคงเหลือไว้แค่พอขลุกขลิก

4. ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย ก็จะได้ตูปะซูตงที่หวานมัน น่ารับประทาน

 

ลองมาตัดตัวหมึกของตูปะซูตงกัน ดูว่าหน้าตาข้างในจะน่ารับประทานขนาดไหน

หมึกเนื้อแน่น ภายในสีขาวนวลแน่น เคี้ยวหนุบหนับ หวานมันด้วยกะทิและน้ำตาลโตนด มีกลิ่นหอมอ่อนๆโชยออกมาระหว่างเคี้ยวตูปะซูตง หืม!!!! กินกับข้าวสวยก็อร่อย กินเปล่าก็ฟิน เพราะไม่ได้หวานแหลม งั้นถ้วยนี้ผู้เขียนขอนั่งทานเล่นชิวๆละกันน้า มาทานด้วยกันนะคะทุกคน☺️☺️

เนื้อหาโดย: กล้วยไม้ชายเล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กล้วยไม้ชายเล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 225 ครั้ง
เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลกอีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซนราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขายทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ4 จุดบนโลกที่แทบไร้สิ่งมีชีวิต จาก Dallol ถึงทะเลสาบ Don Juan7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลาชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนทะเลสาบสีเลือดที่เปลี่ยนสัตว์ให้เป็นหินไทยช่วยไทย 4,000 บาท รัฐช่วย 60% ลงทะเบียน พ.ค. ใช้สิทธิ มิ.ย.ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
แพทย์ไต้หวันเตือน 3 พฤติกรรมประหยัดในครัว เสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็งไข่มดแดงที่หายากที่สุดในประเทศไทยทุเรียนลูกละ100บาท!ถูกจริงหรือแค่กระแส?5 ผักปลอดสาร ที่มีอยู่จริง
ตั้งกระทู้ใหม่