วิธีการหนีจากเรื่องลบๆ
หลายคนเจอปัญหา เจอสิ่งลบๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม หรือผู้คน หรือ ที่ทำงาน ทั้งคำพูด หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หน้าที่การงาน หรือ จากคนที่เราพบเจอในแต่ละวัน ไม่ว่าเค้าจะตั้งใจ หรือไม่ก็ตาม เราจะรู้สึกอึดอัด มันคือพลังงานที่คั่งค้างอยู่ในตัวเราและกลายมาเป็นพลังงานลบ และหลายคนไม่รู้วิธีการปล่อยพลังงานคืนสู่ธรรมชาติ และรับพลังงานใหม่เข้ามาหาเรา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อให้ความรู้สึกและกายสบายขึ้น หรือสบายกาย สบายใจขึ้น
วิธีการหนีจากเรื่องลบๆมีดังนี้
1. ไปอยู่กับธรรมชาติ
ธรรมชาติยิ่งโอบล้อมเรามากเท่าไร มันก็ยิ่งดีเท่านั้น เช่นการไปเที่ยวผักผ่อนตามที่ที่มีทุ่งหญ้า สนามหญ้า ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร ต้นไม้ ดอกไม้ หรื่อที่ท่องเที่ยวที่จัดองค์ประกอบไปด้วยธรรมชาติ รายล้อมรอบตัวเรามองสุดลูกหูลูกตา
ถ้าเราไปไม่ได้จริงๆ หรือไม่มีเวลาไป ให้ไปที่สนามหญ้า อาจจะเป็นสนามหญ้าหน้าบ้าน หรือ ที่สาธารณะ ให้ถอดรองเท้าแล้วเดินด้วยเท้าเปล่า เดินตามพื้นหญ้าเพื่อถ่ายเทพลังงานลบลงสู่พื้นดิน และรับพลังงานดีเข้าสู่ตัวเรา พลังงานดีได้จาก พื้นหญ้า ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ แสงแดดอ่อนๆ หรือ ถ้าตั้งแคมป์ตอนกลางคืนก็จะได้รับพลังงานจากแสงจันทร์
ยิ่งถ้าได้อยู่กับธรรมชาติมากแค่ใหน คุณก็ได้ปล่อยพลังงานลบของตัวเอง ได้รีเฟรชตัวเอง ไร้ความรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่ง โล่ง สบายขึ้นเท่านั้น ไม่มีพลังงานใดที่ใหญ่กว่าพลังงานธรรมชาติอีกแล้ว เพราะฉนั้นควรเอาตัวเองไปหาธรรมชาติซะนะ
2. ให้ดื่มน้ำมากๆ
หลายคนไม่ค่อยดื่มน้ำ พอไม่ดื่มน้ำ ก็เหมือนพลังงานที่มันคั่งค้างอยู่ในตัว ไม่ได้ปลดปล่อย มันติดขัด ไม่มีน้ำในการช่วยใหลเวียน เมื่อไม่มีน้ำในการช่วยใหลเวียนมันก็ไม่ดี น้ำยังช่วยใหลเวียนของเสียออกจากร่างกายมาทางเหงื่อ และปัสสาวะ ดื่มน้ำเยอะะเพื่อล้างของเสียออกมานะ และการดื่มน้ำบ่อย ทำให้เราไม่เหนื่อยง่าย และร่างกายเฟรชอยู่ตลอดเวลา
3. ไปในที่เราตื่นตาตื่นใจ
ไปชมนกชมไม้ สวนสัตว์ ดอกไม้สวยๆ ต้นไม้สวยๆ ทุ่งหญ้าสวยๆ ที่ทำให้แลดูสบายตา สบายใจ และเพลิดเพลิน หรือลองนอนกลิ้งที่พื้นหญ้า สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เราจะรู้สึกสบายขึ้นแน่นอน
หรือถ้าไปไม่ได้ ก็ลองหาพื้นที่เล็กๆที่บ้านลองจัดสนามหญ้าเอาไว้ไปนั่งพักผ่อน นอนเล่น ถอดรองเท้าเดินเล่น ก็ได้เช่นกัน
ลองปลูกดอกไม้ ต้นไม้จัดสวนให้รู้สึกว่าพอกลับมาจากที่ทำงานเคลียดๆ ก็มีที่สบายๆรองรับเราอยู่ ถ้าไม่มีพื้นที่เลยจริงๆก็ปลูกผักใว้ในกระถางวางไว้ริมหน้าต่างเพื่อรับแดด หรือ ปลูกไว้ที่ระเบียง ปลูกใส่ในกระถางเล็กๆน่ารักๆ และหมั่นไปชื่นชมรดน้ำด้วยนะ
เขียนโดย เดซี่ กลีบสีทอง
นักเขียนที่เขียนเรื่องการใช้ชีวิต อาหารสมุนไพร เรื่องการให้กำลังใจ ตลกเรื่องสั้น ดอกไม้ ท่องเที่ยว นิยายสั้น เรื่องที่ทำให้ผ่อนคลาย
สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ชาวต่างชาติรู้จักและนิยมมากกว่าคนไทย
"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น
สุดยอดบัตรเครดิตของไทย ที่มีเงื่อนไขการได้บัตรยากมากที่สุด
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/69
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ทำไมปลาปักเป้าต้องพองตัว แล้วการพองตัวแบบนี้จะทำให้ตัวมันเจ็บหรือเป็นอันตรายไหมนะ?
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
รูเล็ก ๆ บนหน้าต่างเครื่องบินมีไว้ทำอะไร? เบื้องหลังการออกแบบที่ช่วยให้ผู้โดยสารปลอดภัย
"ขี้ตา" บอดี้การ์ดตามธรรมชาติ ที่ปกป้องดวงตา
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย จุดชมวิวฟูจิเมืองไทย สัมผัสทะเลหมอกและธรรมชาติสุดอลังการ
เที่ยวญี่ปุ่นต้องเตรียมเงินกี่บาท? สรุปงบ 5 วัน 4 คืนแบบเข้าใจง่าย
เที่ยวสิงคโปร์ ใช้งบประมาณกี่บาท? สรุปค่าใช้จ่ายแบบละเอียด เที่ยวเองก็ไม่แพงอย่างที่คิด
10 ศูนย์รวมขายเสื้อวินเทจที่นิยม ที่สุดในประเทศไทย



