3 น้ำตกลาวาสุดแปลก จากสายน้ำสีเพลิงถึงลาวาไหลลงทะเล
เมื่อพูดถึงคำว่า “น้ำตกลาวา” หลายคนอาจนึกถึงลาวาร้อนสีแดงที่ไหลลงมาจากภูเขาไฟ แต่สถานที่ซึ่งได้รับฉายานี้ไม่ได้เกิดจากลาวาจริงทั้งหมด
น้ำตกลาวาที่มีชื่อเสียงสามารถแบ่งได้หลายลักษณะ ทั้งน้ำตกธรรมดาที่เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงจากแสงอาทิตย์ ธารลาวาจริงที่ไหลลงหน้าผาสู่มหาสมุทร และน้ำตกที่ผุดออกมาจากลานหินลาวาใต้ดิน
ต่อไปนี้คือ 3 สถานที่ซึ่งแสดงให้เห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
1. Horsetail Fall น้ำตกลาวามายาแห่งโยเซมิตี
Horsetail Fall เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลงจากขอบด้านตะวันออกของหน้าผาเอลแคปิตัน ภายในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
น้ำตกแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “น้ำตกเพลิง” หรือ Firefall เพราะในช่วงกลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แสงอาทิตย์ยามเย็นอาจส่องกระทบสายน้ำในมุมที่พอดี ทำให้น้ำตกเปล่งประกายเป็นสีส้มแดง ดูคล้ายลาวาหลอมเหลวกำลังไหลลงจากหน้าผา
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แม้จะเดินทางไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็ตาม เพราะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ ท้องฟ้าแจ่มใส แสงอาทิตย์อยู่ในมุมที่เหมาะสม และมีน้ำจากหิมะละลายมากพอให้น้ำตกยังคงไหลอยู่
จึงไม่น่าแปลกที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวและช่างภาพจำนวนมากมารอชมช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งสายน้ำธรรมดาจะเปลี่ยนเป็นสีเพลิงโดยไม่ต้องมีลาวาแม้แต่หยดเดียว
อย่างไรก็ตาม คำว่า Firefall ในกรณีนี้เป็นเพียงชื่อเรียกตามลักษณะที่มองเห็น ไม่ได้หมายความว่าหน้าผาหรือน้ำตกกำลังลุกไหม้จริง
2. Kīlauea ธารลาวาจริงที่เคยไหลลงมหาสมุทร
หาก Horsetail Fall เป็นน้ำตกลาวาที่เกิดจากภาพลวงตาของแสง ภูเขาไฟคีเลาเวอา หรือ Kīlauea บนเกาะฮาวายก็คือสถานที่ซึ่งเคยปรากฏภาพ “น้ำตกลาวา” ของจริง
ในช่วงที่ธารลาวาเคลื่อนตัวไปถึงชายฝั่ง ลาวาร้อนสามารถไหลผ่านหน้าผาหินสีดำลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก เกิดเป็นสายสีส้มแดงตัดกับน้ำทะเลและกลุ่มไอน้ำขนาดใหญ่
เมื่อลาวาร้อนสัมผัสน้ำทะเล จะเกิดกลุ่มควันที่เรียกว่า Laze ซึ่งมาจากคำว่า lava haze ภายในกลุ่มควันอาจประกอบด้วยไอน้ำ กรดไฮโดรคลอริก และอนุภาคแก้วภูเขาไฟขนาดเล็ก จึงเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้หรืออยู่ใต้ทิศทางลม
ธารลาวาที่ลงสู่ทะเลยังสามารถค่อย ๆ สร้างแผ่นดินใหม่ตามแนวชายฝั่งได้ แต่พื้นที่ดังกล่าวอาจไม่มั่นคงและพังถล่มโดยไม่ทันตั้งตัว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการระเบิด ไอน้ำร้อน และคลื่นที่เกิดจากการพังตัวของขอบลาวา
แม้ภาพลาวาไหลลงทะเลจะดูสวยงามและหาชมได้ยาก แต่ไม่ควรเข้าใกล้พื้นที่ปิดกั้นหรือพยายามชมด้วยตนเองนอกจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต เพราะสถานการณ์ของภูเขาไฟและเส้นทางลาวาเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
3. Hraunfossar น้ำตกที่ผุดออกมาจากลานลาวา
Hraunfossar เป็นกลุ่มน้ำตกทางตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ ชื่อของสถานที่มีความหมายตรงตัวว่า “น้ำตกลาวา” แต่ไม่ได้มีลาวาร้อนกำลังไหลอยู่
ความพิเศษของน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่สายน้ำไม่ได้ไหลลงมาจากแม่น้ำเหนือหน้าผาเหมือนน้ำตกทั่วไป แต่น้ำใต้ดินจะซึมผ่านชั้นหินและลานลาวา ก่อนผุดออกมาตามช่องว่างและรอยแตกของหินเป็นสายน้ำเล็ก ๆ จำนวนมาก แล้วไหลลงสู่แม่น้ำฮวิทเอา หรือ Hvítá
เมื่อมองจากจุดชมวิว จะเห็นสายน้ำจำนวนมากเรียงตัวไปตามแนวหน้าผาหินลาวา เกิดเป็นภาพน้ำสีฟ้าใสตัดกับหินสีดำและพืชพรรณโดยรอบ
บริเวณน้ำตกมีระยะทอดยาวประมาณ 900 เมตร และเกี่ยวข้องกับลานลาวา Hallmundarhraun ซึ่งเกิดจากกิจกรรมภูเขาไฟในอดีต
จุดเด่นของ Hraunfossar จึงไม่ใช่ความรุนแรงหรือสีแดงร้อนแรง แต่เป็นระบบทางธรณีวิทยาที่ทำให้น้ำใต้ดินค่อย ๆ ปรากฏออกมาจากลานลาวา ราวกับน้ำตกหลายร้อยสายเกิดขึ้นจากภายในก้อนหิน
เหมือนกันเพียงชื่อ แต่เกิดขึ้นคนละแบบ
น้ำตกลาวาทั้งสามแห่งแสดงให้เห็นว่า ชื่อเรียกเดียวกันอาจหมายถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Horsetail Fall เป็นสายน้ำที่ดูเหมือนลาวาจากแสงอาทิตย์ ขณะที่ Kīlauea เคยมีธารลาวาจริงไหลลงทะเล ส่วน Hraunfossar เป็นน้ำใต้ดินที่ซึมผ่านลานหินลาวาแล้วผุดออกมาเป็นน้ำตก
สิ่งที่คนอ่านควรจำคือ ภาพสวยงามเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพธรรมชาติและอาจไม่ได้ปรากฏให้เห็นตลอดเวลา โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาไฟที่ต้องติดตามประกาศจากเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงเขตอันตรายอย่างเคร่งครัด
SOURCES:
National Park Service, U.S. Geological Survey, West Iceland
REFERENCES:
https://www.nps.gov/yose/planyourvisit/horsetailfall.htm
https://www.usgs.gov/observatories/hvo/science/lava-entering-ocean
https://www.usgs.gov/media/images/kilauea-volcano-laze-plume
https://www.west.is/en/place/lava-waterfalls
เขียนโดย puypuy
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สายด่วนรัฐบาลไทย สายทหารประมูลมา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดโพยเลข 2 ตัว เน้น 92-15 พร้อมชุดเลขตามต่อ
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
The Pizza Company กับ Pizza Hut ต่างกันอย่างไร? เปิดที่มาสองแบรนด์พิซซ่าดังที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
ซุปกระดูกให้แคลเซียมได้มากแค่ไหน และอะไรทำให้ปริมาณต่างกัน?
มารู้จัก “แบล็กซาโปเต” ผลไม้พุดดิ้งช็อกโกแลต เนื้อนุ่มเหมือนขนม รสชาติเป็นอย่างไร?
"เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง"วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปล่อยชุดเต็ม 3 ตัวเม็ดเดียวเน้นๆ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
“แม่บุ๋ม” เจ็บหนัก ฝั่ง “ก็อต อธิป” เคลื่อนไหวสวนกระแส ลั่นทำดีมาเยอะแล้ว
ถกสนั่นโซเชียล เปิดภาพห้องเช่าย่านจุฬาฯ 3 ราคา 2,800 บาท สภาพแคบยาวจนชาวเน็ตลั่นไม่กล้านอน
ซุปกระดูกให้แคลเซียมได้มากแค่ไหน และอะไรทำให้ปริมาณต่างกัน?
มารู้จัก “แบล็กซาโปเต” ผลไม้พุดดิ้งช็อกโกแลต เนื้อนุ่มเหมือนขนม รสชาติเป็นอย่างไร?
นิทรรศการ RM x SFMOMA จัดงานสะสมส่วนตัวให้คุยกับศิลปะเกาหลีสมัยใหม่อย่างไร?
UNESCO ก่อตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐธรรมนูญที่ลงนาม 16 พฤศจิกายน 1945 ตั้งใจใช้การศึกษาและวัฒนธรรมสร้างสันติภาพอย่างไร?
เปิด 10 จังหวัดวัดร้างมากที่สุดในไทย! เชียงใหม่พุ่ง 986 แห่ง
"เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง"วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ปล่อยชุดเต็ม 3 ตัวเม็ดเดียวเน้นๆ





