สุดยอดอาหาร Superfoods หากินได้ง่าย อุดมคุณค่า
โพสท์โดย sompeansomped
Superfoods คือ อาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ประกอบด้วยสารโภชนาการ อย่างเช่น โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น การรับประทานอาหารประเภทนี้จะช่วยบำรุงสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง ทำให้มีอายุยืนยาวขึ้นได้
Superfoods และคุณประโยชน์
- ไข่ เป็นแหล่งโปรตีนที่ร่างกายดูดซึมได้ดี อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ๆ โดยเฉพาะในไข่แดง มีทั้งวิตามิน A B12 ธาตุเหล็ก โฟเลต และโคลีน เป็นสารอาหารสำคัญต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบประสาท ภายในไข่ยังมีลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องสุขภาพดวงตาระบบเลือด ช่วยบำรุงสายตา มีงานวิจัยที่ชี้ว่า การรับประทานไข่สัปดาห์ละ 6-12 ฟอง ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจแต่อย่างใดและอาจเพิ่มระดับไขมันดีให้ร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคหัวใจอีกด้วย
- ปลา ปลาที่มี Omega 3 สูง อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาดุก ปลาช่อน และปลากะพงขาว มีประโยชน์ทั้งเรื่องการบำรุงสมอง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ เป็นแหล่งโปรตีนที่ให้พลังงาน และไขมันต่ำ ย่อยง่าย ไม่หนักท้อง ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อ – เนื้อ ปลาปรุงสุกขนาด 1 ฝ่ามือ หรือ ประมาณ 30 กรัม
- โยเกิร์ต มีคุณค่าทางอาหารที่หลากหลายเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี อุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินบี ฟอสฟอรัส วิตามินดี และมีจุลินทรีย์ (Probiotics) ที่เป็นประโยชน์กับลำไส้ ช่วยให้ระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ประโยชน์ของโยเกิร์ต อย่างเช่น ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ช่วยป้องกันการติดเชื้อราในช่องคลอด เป็นต้น แนะนำให้บริโภคโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หวานน้อย หรือมีการเติมน้ำตาลเสริมในปริมาณต่ำ อย่างเช่น กรีกโยเกิร์ต ที่อุดมไปด้วยโปรตีน และมีน้ำตาลเสริมที่ต่ำ ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน – 3 /4 ถ้วยตวง หรือประมาณ 6 ออน
- พืชตระกูลถั่ว และ เมล็ดพืช อย่างเช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง พิตาชิโอ้ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดทานตะวันเมล็ดฟักทอง เมล็ดเจีย หรืออัลมอนด์ มีโปรตีนและไขมัน วิตามินบี ใยอาหารสูง มีแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้าง ช่วยป้องกันและควบคุมโรคต่าง ๆ ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง พบว่า การรับประทานพืชตระกูลถั่ว จะช่วยควบคุมอาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้ดีขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนัก ส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะทำให้รู้สึกอิ่มท้องนาน อย่างไรก็ตาม ถั่วจัดว่าเป็นอาหารพลังงานสูง เนื่องจากเป็นแหล่งของไขมัน ควรคำนึงถึงปริมาณที่รับประทานอย่างพอเหมาะด้วย ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน 5-10 เม็ด หรือประมาณ 1 กำมือ
- ธัญพืช ธัญพืชต่าง อย่างเช่นข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ข้าวกล้อง ลูกเดือย เม็ดบัว ถั่วแดง ถั่วเขียว ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ควินัว อุดมไปด้วย วิตามินบี วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ในเมล็ดข้าว เป็นแหล่งของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และวิตามิน การรับประทานธัญพืชมีผลดีต่อร่างกาย เพราะได้รับทั้งสารอาหาร และช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย คนรักสุขภาพ และผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักมักจะเลือกกินธัญพืชไม่ขัดสีแทนข้าวขาว หรือขนมปังขาว ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักจากคาร์โบไฮเดรตให้กับร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ชะลอการดูดซึมน้ำตาล และช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น แม้ทานในปริมาณเท่ากับข้าวขาว หรือขนมปังขาว ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อ – 1-2 ทัพพี หรือ ½ ถ้วยตวง
- มันเทศ อุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี และโพแทสเซียม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของแคโรทีนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบางชนิด ถึงแม้มันเทศจะมีรสหวาน แต่การรับประทานอาหารชนิดนี้กลับไม่ได้เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดมากอย่างที่คิด ในทางกลับกัน มันเทศช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ด้วย
- ผักใบเขียว พืชผักที่มีใบสีเขียวเข้ม อย่างเช่น ผักกาดหอม ปวยเล้งคะน้า ผักโขม มีทั้งแคลเซียม ใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม คาร์โบไฮเดรต และแคลอรีต่ำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และโรคหัวใจได้ มีสารต้านการอักเสบอย่างแคโรทีนอยด์ในปริมาณมาก จึงอาจช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ และป้องกันการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อ ผักสด 2 ถ้วยตวง หรือ ผักปรุงสุก 1 ถ้วยตวง
- ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ เชอร์รี่ และแครนเบอรรี่ มีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอักเสบต่าง ๆ ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ผลไม้กลุ่มนี้เป็นผลไม้ประจำฤดูกาลที่มีให้รับประทานในช่วงฤดูหนาว เก็บรักษาโดยการแช่แข็งไว้ก็สามารถมีเบอร์รี่กินได้ตลอดปี ปริมาณที่แนะนำให้กินต่อมื้อ – ¾ ถ้วยตวง หรือ 10-20 ผล (แล้วแต่ชนิด)
- ชาเขียว มีสรรพคุณทางยามากมาย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารโพลีฟีนอลที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี นอกจากนี้ยังมีสาร EGCG เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่อาจช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง อย่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง งานวิจัยเผยว่า การผสมผสานของสารคาเทชินและคาเฟอีนในชาเขียว อาจส่งผลดีกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักบางรายอีกด้วย
- อะโวคาโด ผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีทั้งใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด มีกรดโอเลอิกซึ่งเป็นไขมันดีชนิดหนึ่งที่อาจช่วยลดการอักเสบในร่างกาย การรับประทานอะโวคาโด ช่วยลดความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการอ้วนลงพุงโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ
- น้ำมันมะกอก มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว และสารโพลีฟีนอลอยู่ในปริมาณมาก มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินอี และวิตามินเค ที่มีส่วนช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระด้วย การเพิ่มน้ำมันมะกอกลงในมื้ออาหาร ช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด อย่างโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียว
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
นักสกีอังกฤษวัย 50 ปีถูกหิมะฝังลึก 2.5 เมตร เสียชีวิต ขณะกู้ภัย 50 นายค้นหานานหลายชั่วโมง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตรวม 6 คนในพื้นที่เสี่ยงสูง.Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักสกีอังกฤษวัย 50 ปีถูกหิมะฝังลึก 2.5 เมตร เสียชีวิต ขณะกู้ภัย 50 นายค้นหานานหลายชั่วโมง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตรวม 6 คนในพื้นที่เสี่ยงสูง.
สาว "กัมพูชา" พ่นสีทองทั้งตัว..!! นั่งสามล้อปั่นรอบเมือง แล้วจากนั้นก็บอกว่านี่แหละ คือชุด "เขมรโบราณ"
กองทัพไทยเล่นบทพระเอกสั่งทุกหน่วยงานในกองทัพที่ยึดสิ่งของของทหารกัมพูชาในฐาน ส่งคืนเมื่อเหตุการณ์ชายแดนสงบ
เมื่อ "ออเจ้า" กลายเป็น "นายเอก" งานนี้มีคำตอบ!
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งกระทู้อื่นๆในบอร์ด
ทั่วไป
อึ้ง! ฝรั่งยกให้เน็ตไทยแรงที่สุดในโลก เผยเน็ตในอเมริกา-ยุโรป ตกอับ
ปรับแผนใหม่ให้เข้ากับตัวเอง
วิธีสร้างสุขให้ตนเอง สร้างอารมณ์ดี ดูแลสุขภาพจิต ชีวิตมีสุข
สีผ้าปูที่นอนตามวันเกิด เรียกทรัพย์ ปี 2569 ผ้าปูที่นอนสีไหนช่วยเสริมดวงสุขภาพ หลับสบาย และ โชคดี สำหรับคนเกิดวันพุธกลางคืน - วันเสาร์





