คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer vision syndrome โรคยอดฮิต ของคนติดจอ
คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome หรือ CVS คือ กลุ่มของอาการทางตา และการมองเห็น ภาวะเกี่ยวข้องกับดวงตา เกิดจากการใช้สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือแม้แต่การอ่านหนังสือ เป็นเวลานาน โดยไม่พักสายตา รวมถึงพฤติกรรมการมองจอคอมพิวเตอร์ที่ใกล้เกินกว่าครึ่งฟุต หรือประมาณ 6 นิ้ว
พบได้บ่อยในเด็ก และผู้ใหญ่ หากไม่ปรับปรุงพฤติกรรม อาจทำให้การโฟกัสในตาเสื่อมสภาพลง มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นภาพเบลอภาพซ้อน มีอาการตาล้า ตาแห้ง และอาจเสี่ยงเผชิญกับปัญหาทางสายตาต่าง ๆ เมื่ออายุมากขึ้น อย่างเช่น สายตายาว และอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากขึ้นหากจ้องหน้าจอในที่ที่มีแสงน้อย หรือมีท่านั่งที่ไม่เหมาะสมในขณะใช้งาน
อาการ
- ปวดตา
- ตาแห้งตาแดง ระคายเคืองตา เจ็บตา
- รู้สึกแสบตา ไม่สบายตา
- ตาพร่าจากการจ้องมองที่ไม่ค่อยกระพริบตา
- โฟกัสวัตถุยาก มองเห็นเป็นภาพซ้อน ภาพเบลอ
- ปวดศีรษะจากอาการปวดตา
- ปวดคอ และปวดไหล่จากการนั่งอยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน
หากเป็นอาการเหล่านี้อยู่บ่อย ๆ และนานขึ้นเรื่อย ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อย่างเช่น กระจกตาอักเสบแห้ง มีการเปลี่ยนแปลงเป็นสายตาสั้นชั่วคราวที่พบได้ถึงร้อยละ 32 นอกจากนี้ อาจจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไหล่ ปวดหลัง จากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมร่วมด้วย
สาเหตุ และ ปัจจัยร่วมต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอาการ
- ขณะเพ่งจ้องกับการอ่านหนังสือ หรือจ้องจอคอมพิวเตอร์ จะมีการกระพริบตาน้อยลง ทำให้เกิดอาการตาแห้งง่ายขึ้น
- แสงสว่างภายในห้องไม่เหมาะสม
- มีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัล
- การที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่เรียบคมชัดเท่าตัวพิมพ์บนหน้าหนังสือ หรือมีความไม่นิ่งของสัญญาณในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ตาต้องพยายามโฟกัสมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ง่ายขึ้น
- ท่าทางในการในการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม
- ระยะการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลไม่เหมาะสม อาจอยู่ไกล หรือใกล้หน้าจอมากเกินไป
กลุ่มเสี่ยงโรค Computer vision syndrome
- พนักงานออฟฟิศทั่วไป
- นักเขียน
- คนทำงานด้านกราฟิก
- นักศึกษา นักเรียนที่เรียนออนไลน์
- บุคคลที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นComputer vision syndrome
- จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลในที่ที่มีแสงน้อย
- ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัล
- ปัญหาทางสายตาที่ไม่ได้รับการรักษา และไม่สวมใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ระหว่างมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ดิจิทัล
- ไม่มีการหยุดพักสายตา
การรักษา และ การป้องกัน
- สวมใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ ที่เหมาะสมในการใช้งานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัล
- หากมีอาการตาแห้งจากการที่จ้องมองหน้าจอนาน ๆ อาจใช้น้ำตาเทียมเพื่อความชุ่มชื้นในดวงตา
- บริหารดวงตา เพื่อปรับปรุงการมองเห็น
- พักสายตาทุก ๆ 10-20 นาที อย่างเช่น หลับตาทุก 10 นาทีต่อการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ 1 ชั่วโมง การมองไปในทิศทางอื่นประมาณ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เป็นต้น
- ควรจัดสถานที่ตั้งคอมพิวเตอร์ในที่ที่มีแสงสว่างพอเหมาะ เพื่อช่วยให้สบายตา
- ควรใช้แผ่นกรองแสงเพื่อลดแสงจ้าและแสงสะท้อน จะช่วยลดความล้าของสายตาลงได้
- วางตำแหน่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากดวงตาประมาณ 20 – 28 นิ้ว และควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาในแนวราบประมาณ 10 – 20 องศา หรือ 4-5 นิ้ว
- กระพริบตาบ่อย ๆ เพื่อป้องกันตาแห้ง
- สำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตา อย่างเช่นสายตาสั้น ยาว หรือเอียง ควรใส่แว่นสายตา หรือ คอนแทคเลนส์ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพที่หน้าจอได้ชัดเจน
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
“สีมงคลคู่รักไทย–จีน” ร้านขายเครื่องนอนงานแต่ง ย่านเจริญกรุง–เยาวราช ปี 2545
เหอเจียจิ้ง อดีตซูเปอร์สตาร์วัย 66 ปี ทำแฟนคลับตกใจหลังเผยคลิปเข้ารับการรักษา จนหน้าเปลี่ยนสี ก่อนออกมาไลฟ์ชี้แจง
ก้าวแรก!ส่งจรวดดาวเทียมฝีมือคนไทยสู่กระสวยอวกาศแต่พลาด
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
จังหวัดที่คนมีสุขภาพจิตดีที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย











