ย้อนรอยกราดยิงโคราช คดีโหดที่สั่นสะเทือนทั้งประเทศ
บทนำ: เหตุการณ์กราดยิงสุดสะเทือนขวัญ
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ได้เกิดเหตุการณ์กราดยิงที่ทำให้ทั้งประเทศต้องตื่นตกใจและสะเทือนใจ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์กราดยิงครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยนายทหารยศ "จ.ส.อ." สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อ จ.ส.อ. จักรพันธ์ ใช้อาวุธปืนยิง พ.อ. อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับบัญชา และอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยายของผู้บังคับบัญชา เสียชีวิต จากปมขัดแย้งเรื่องบ้านพักทหาร จากนั้นเขาได้เข้าไปกราดยิงที่หน่วยของตนเพื่อเอาอาวุธที่คลังอาวุธ และยิงเจ้าหน้าที่เวรเสียชีวิต
การกราดยิงในที่สาธารณะ
หลังจากขโมยรถฮัมวีจากหน่วย เขาขับรถออกมากราดยิงประชาชนตามทางจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ก่อนจะหลบหนีเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำให้มีประชาชนและพนักงานของห้างติดอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก การช่วยเหลือตัวประกันและการจับกุมผู้ก่อเหตุใช้เวลานานหลายชั่วโมง ท่ามกลางความตึงเครียดและความหวาดกลัวของผู้ที่ติดอยู่ภายใน
การปะทะและการวิสามัญ
ในที่สุด เมื่อถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 09.00 น. จ.ส.อ. จักรพันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตบริเวณชั้นล่างของห้าง ก่อนจะสามารถช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือออกมาได้สำเร็จ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย (รวมคนร้าย) และบาดเจ็บอีก 58 ราย
บทเรียนจากเหตุการณ์
ภายหลังเหตุการณ์ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์พร้อมหลั่งน้ำตา และสัญญาว่าจะปฏิรูปกองทัพใน 100 วัน แต่เวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของกองทัพยังคงไม่คืบหน้าจนหลายฝ่ายต้องออกมาใช้เหตุการณ์นี้ในการทวงคำสัญญาของการปฏิรูปกองทัพอีกครั้ง
ปัจจัยที่นำไปสู่ความรุนแรง
การกราดยิงที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตเห็นว่าเหตุกราดยิงน่าจะเกิดจากความเครียดสะสม ส่งผลให้มีปัญหาทางจิต และการเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่าย คำถามจึงย้อนกลับไปที่มาตรฐานหน่วยงาน การป้องกัน และการดูแลไม่ให้กำลังพลที่เผชิญสภาวะความเครียดออกไปก่อเหตุอาชญากรรมกับผู้บริสุทธิ์
ความเครียดในอาชีพ
กรมสุขภาพจิตได้ศึกษาสถานการณ์ความเครียดของกลุ่มอาชีพที่ครอบครองอาวุธ เช่น ตำรวจ ทหาร ซึ่งมีความเครียดสูงจากการต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่เกี่ยวกับอาวุธร้ายแรง ความกดดันในหน้าที่ทำให้เกิดความเครียดสะสม และเมื่อสังคมมีความเครียดสูง ผู้ที่อยู่ในอาชีพนี้ก็มีแนวโน้มที่จะเครียดมากขึ้น
สังคมคาดหวัง "ถังขยะทางอารมณ์"
กลุ่มอาชีพเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับความคาดหวังจากสังคม ความคาดหวังในความกล้าหาญ รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ขณะที่มีความเสี่ยงสูงและความกดดันจากการต้องรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เมื่อความคาดหวังไม่เป็นไปตามนั้น การตำหนิและความกดดันก็เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเครียดมากขึ้นอีก
บทสรุป
เหตุการณ์กราดยิงโคราชเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญและทำให้ผู้คนต้องตกตะลึง ไม่เพียงแต่ความรุนแรงและการสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาความเครียดและความกดดันในกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอาวุธร้ายแรง เรื่องนี้ยังคงเป็นที่พูดถึงและเป็นบทเรียนที่สำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเครียดในอาชีพเหล่านี้
ถ้าคุณชอบเรื่องราวกราดยิงและคดีโหด อย่าพลาดกระทู้ของเรา แล้วพบกันใหม่ในเรื่องราวสุดสะพรึงครั้งหน้าครับ
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
จังหวัดไหนในไทย มีโรงแรมมากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
'รอยเท้าบนดวงจันทร์' รอยเท้าที่จะอยู่ไปอีกนานเป็นล้านปี
ของใช้รอบตัว ควรโละทิ้งตอนไหน
"เกลือ กิตติ" ส่งสารถึง "อนุทิน" และได้รับการตอบกลับทันที
ฟ้าผ่าท้องถิ่นขอนแก่น! กกต. แจกใบแดง “สจ.ภู” พรรคประชาชน ปมแจกเสื้อ-จัดเลี้ยง สั่งเลือกตั้งใหม่เขต 1 เมือง
ทำไมเด็ก "ช่างจ้อ" ถึงเป็นผู้รอดในยุค AI? เปิดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรู้
ผลคะแนนกับการย้อนแย้งที่แตกต่าง "คะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์" เลือกตั้งปี 69








