หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Middlemist's Red camellia คือหนึ่งในดอกไม้ที่หายากที่สุดในโลก

เขียนโดย teerap

    สถิติเรื่องดอกไม้มีให้เห็นกันหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมที่สุดในโลกเป็นต้น วันนี้จะว่าด้วยเรื่อง หนึ่งในดอกไม้ที่หายากที่สุดในโลก นั่นคือ ดอกคามิเลีย Middlemist's Red คือหนึ่งในดอกไม้ที่หายากที่สุดในโลก คาดว่าเหลืออยู่เพียงสองแห่งในโลกเท่านั้นที่พบดอกไม้ชนิดนี้ โดย Middlemist's Red camellia เป็นดอกไม้ป่าที่เคยพบได้ในประเทศจีนเท่านั้น มันถูกนำมายังอังกฤษ โดย John Middlemist ในปี 1804 และเพาะไว้ที่ Shepherd's Bush

แต่หลังจากนั้นดอกไม้ชนิดนี้ในจีนก็ค่อยๆ หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ในระหว่างนั้นมิดเดิลมิสต์ได้มอบเมล็ดพันธุ์บางส่วนให้กับ Kew Gardens แต่มันก็ค่อยๆ หายสาบสูญไป จนกระทั่งในปี 1823 มันก็ถูกพบอีกครั้งภายในสวนเรือนกระจก Chiswick House ของดยุกลำดับที่ 6 แห่งเดวอนแชร์ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 คฤหาสน์หลังนี้ได้รับการปล่อยเช่าให้กับผู้เช่าหลายรายและเรือนกระจกก็พังทลายลง อาสาสมัครในท้องที่ได้ช่วยกันซ่อมแซมเรือนกระจกและช่วยเหลือดอกคามีเลียไว้ นช่วงทศวรรษ 1980

นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลากว่าทศวรรษในการระบุสายพันธุ์ส่วนใหญ่ และพบว่าบางชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ (แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีพืชชนิดใดบ้าง นอกจากดอกคามิเลียชนิดนี้) ปัจจุบันดอก Middlemist's Red camellia เหลือเพียงสองแห่งบนโลกเท่านั้นที่สามารถเพาะพันธุ์ดอกไม้นี้ไว้ได้ คือ Chiswick House Gardens ในลอนดอน และ ในคฤหาสน์ Treaty House Waitangi ของนิวซีแลนด์เท่านั้น

เนื้อหาโดย: teerap
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
teerap's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 286 ครั้ง
เขียนโดย teerap
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: teerap
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIจริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?ขยายประกันสังคม ม.33 ให้แม่บ้าน คนสวน คนขับรถ และแผงลอย แล้วทำไมบางหน่วยงานถึงขอให้คิดให้รอบคอบ?ชาวบ้านฮือฮา! “พระสิวลี” ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนมาติดหน้าวัด สายมูไม่พลาดส่องเลขเด็ด10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการจริงหรือไม่ ที่ "ตุ๊กแก"กัดแล้ว มันจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินฟ้าร้อง ?เช็ก 5 ลายเซ็นที่ความเชื่อโบราณมองว่าเก็บเงินไม่อยู่ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?ไวรัลทั้งโซเชียล! คนดูนั่งอยู่คนเดียว แต่ “น้องช้าง” ยังแสดงเต็มที่ ส่องเบื้องหลังฟาร์มจระเข้ฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดแฟ้มประวัติศาสตร์: จาก "เทพอารักษ์" สู่ "อสูรกาย"… ความจริงหลังเงามืดของ "สัตว์เลี้ยงแม่มด"ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการความมหัศจรรย์แห่งสถาปัตยกรรม: “สนามบินปลาดาว” ท่าอากาศยานนานาชาติเป่ย์จิงต้าซิงนี่คือภาพจำลองด้านข้างของ"หลุมดำ"และลักษณะการเคลื่อนที่ของวงแหวนต่างๆรอบๆ หลุมดำ
ตั้งกระทู้ใหม่