80 ปีมีครั้ง! “นาซา” ชวนเตรียมตัวส่อง “ดาวระเบิด” เห็นได้ด้วยตาเปล่าจากโลก
“นาซา” แห่งสหรัฐ เผยแพร่ข่าวให้คอยสังเกตการณ์ท้องฟ้า ซึ่งกำลังจะมีเหตุการณ์ดาวแคระขาวระเบิดให้ได้เห็นกันในไม่ช้านี้
เมื่อต้นเดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา องค์การการบินและอวกาศแห่งสหรัฐ หรือ “นาซา” ได้เผยแพร่ข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักดาราศาสตร์และผู้ที่สนใจปรากฏการณ์แห่งดวงดาวทั่วโลก กล่าวว่า จะมีเหตุการณ์ดาวแคระขาวระเบิด หรือการเกิดนวดารา (Nova) ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากโลกด้วยตาเปล่า
ดร.รีเบคาห์ ฮอนเซลล์ นักวิทยาศาสตร์และผู้ช่วยโครงการวิจัยที่ศูนย์กอดดาร์ด สเปซไฟลต์ ของนาซา ในเมืองกรีนเบลต์ รัฐแมริแลนด์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้น่าตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเมื่อคิดว่ามนุษย์จะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบชัด ๆ เหมือนได้นั่งดูอยู่แถวหน้าสุด
จุดเกิดนวดาราครั้งนี้ คือระบบดาวคู่ T Coronae Borealis (T CrB) ในกลุ่มดาวมงกุฎเหนือ หรือในชื่อที่เรียกง่ายกว่าว่า “ดาวลุกโชน” (Blaze Star) ดาวคู่นี้อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 3,000 ปีแสง ประกอบด้วยดาวแคระขาวขนาดพอ ๆ กับโลก กับดาวยักษ์แดงซึ่งเป็นดาวฤกษ์ในช่วงท้ายของวิวัฒนาการแห่งดาว โดยที่แรงโน้มถ่วงจากดาวแคระขาว กำลังดึงเอาไฮโดรเจนจากดาวยักษ์แดงอย่างช้า ๆ
เมื่อพื้นผิวของดาวแคระขาวมีปริมาณสะสมของไฮโดรเจนที่ได้รับจากดาวยักษ์แดงมากพอ ก็จะกลายเป็นการจุดชนวนการระเบิดแบบเทอร์โมนิวเคลียร์ฟิวชันครั้งใหญ่ ซึ่งจะก่อให้เกิดแสงสว่างจ้าในอวกาศ
อย่างไรก็ตาม การระเบิดของนวดารานั้น เป็นคนละแบบกับการระเบิดของมหานวดารา (Supernova) ซึ่งจะเป็นการระเบิดครั้งสุดท้ายในช่วงชีวิตของดาวฤกษ์ และจะทำให้มวลของดาวหายไป กลายเป็นกลุ่มก๊าซ แสงจากการระเบิดมหานวดาราจะสว่างจ้ายิ่งกว่านวดาราหลายพันล้านเท่า
แต่นวดารานั้น เมื่อเหตุการณ์ระเบิดจบลง ดาวแคระขาวจะยังคงอยู่ ไม่ได้สูญสลาย และรอคอยดูดกลืนมวลก๊าซจากดาวเพื่อนบ้านของมัน สะสมไว้จนกระทั่งได้ปริมาณมากพอที่จะระเบิดครั้งต่อไป ซึ่งสำหรับดาวลุกโชนแล้ว เหตุการณ์นี้จะเกิดซ้ำทุก 80 ปี และจะระเบิดต่อไปอีกหลายร้อยหลายพันปี เนื่องจากต้องใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะมีการระเบิดของนวดาราสักครั้งหนึ่ง การระเบิดที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากและไม่ควรพลาดสำหรับนักดาราศาสตร์
แม้ว่า ณ ตอนนี้ ทางนาซายังไม่สามารถระบุวันที่แน่ชัดของการเกิดนวดาราครั้งนี้ได้ แต่ก็รายงานว่า จะสามารถมองเห็นดาวลุกโชนบนท้องฟ้าได้ในบางช่วงเวลาของเดือนนี้ พร้อมทั้งประเมินว่า คนบนโลกจะมองเห็นปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งจะมีระยะเวลาราว 1 สัปดาห์
ข้อมูลจากเว็บไซต์สมาคมดาราศาสตร์ไทยระบุว่า กลุ่มดาวมงกุฎเหนือนั้น เป็นกลุ่มดาวที่มีขนาดเล็ก เรียงตัวกันในลักษณะคล้ายครึ่งวงกลม อยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ (Bootes) กับกลุ่มดาวเฮอร์คิวลีส เรามองเห็นกลุ่มดาวนี้ได้ตลอดทั้งคืนในเดือนพฤษภาคม ส่วนในเดือนมิถุนายน จะมองเห็นกลุ่มดาวนี้ลับขอบฟ้าเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม กลุ่มดาวนี้จะลับขอบฟ้าเมื่อเวลา 02.00 น.
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
รพ.ร้อยเอ็ดชี้แจง กรณีน้องอีฟ พยาบาลที่เสียชีวิตระหว่างทำงาน พร้อมมอบเงินเยียวยา และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานศw
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ชายวัย 36 อยู่ในอาการวิกฤต หลังรักษาโรคอีสุกอีใสด้วยตัวเอง
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เต้” จุดกระแสอีกครั้ง เสนอนโยบายหญิงมีสามีได้ 4 คน อ้างความเท่าเทียม
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เส้นทาง 'แป้งนาน' จากโอชาในรั้ววัง สู่ขนมปังยอดนิยมระดับโลก
“รอยบากบนกรรไกร” ไม่ได้มีไว้ประดับ — ผู้รู้ชี้ ใช้เป็นแล้วช่วยงานครัวได้สารพัด
เต้” จุดกระแสอีกครั้ง เสนอนโยบายหญิงมีสามีได้ 4 คน อ้างความเท่าเทียม
เส้นทาง 'แป้งนาน' จากโอชาในรั้ววัง สู่ขนมปังยอดนิยมระดับโลก
ทึ่งทั่วไทย : "พุทธมณฑล" แห่งจังหวัดตราด สถานที่รวมใจของชาวพุทธในแดนใต้อีกแห่งหนึ่ง
เกร็ดความรู้พืชพรรณไม้น่าสนใจ "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" กับ "ดอกซากุระ" แตกต่างกันอย่างไร
หนังผีสุดโด่งดังของประเทศไทย ที่ถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศ
ปลาพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด เท่าที่เคยถูกค้นพบบนพื้นผิวของโลก



