หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

งาขาว งาดำ กินดีมีประโยชน์ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน


เขียนโดย ทานตะวันกับแสงจันทร์

งาขาวและงาดำ เป็นแหล่งของโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินที่หลากหลาย รวมไปถึงไขมันด้วย เพราะงาดำเป็นพืชที่มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก จึงมีพลังงานสูง (100 กรัม พลังงาน 594 กิโลแคลอรี) จึงควรกินในปริมาณที่เหมาะสม หรือวันละไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)

ทั้งงาดำและงาขาวอุดมวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยบำรุงเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ และมีใยอาหารสูงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ งาเป็นธัญพืชที่ให้น้ำมันและพลังงานสูง จึงควรกินในปริมาณที่เหมาะสม คือ วันละไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งจะให้พลังงานประมาณ 50 – 60 กิโลแคลอรี

การกินงาดำที่มากเกินไปจะส่งผลต่อภาวะน้ำหนักเกินเนื่องจากมีพลังงานสูง และหากกินงาดำที่ไม่สะอาด หรือมีสิ่งสกปรกเจือปน อาจจะเสี่ยงกับอันตรายจากสิ่งเจือปนและเชื้อราที่อยู่ในงาดำด้วย

งาขาว มีแคลเซียมมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า และมากกว่าผักหลายชนิดถึง 20 เท่า เมื่อเรากินงาขาวเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะกระดูกพรุน บำรุงกระดูกและฟัน สามารถนำมาประกอบทั้งอาหารคาวและเป็นส่วนผสมของขนมหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการ พลังงาน 697 กิโลแคลอรี ไขมัน 64.2 กรัม แคลเซียม 90 มิลลิกรัม

 

งาดำ อุดมไปด้วยด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบีรวม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซียมและสังกะสี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และวิตามินอีช่วยบำรุงผิวพรรณ เมื่อกินงาดำเป็นประจำจะช่วยให้กระดูกแข็งแรง ผิวพรรณดี ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคความดันโลหิตสูง ป้องกันโรคมะเร็งโดยเฉพาะโรคมะเร็งลำไส้

ปริมาณการใช้ที่แนะนำ

ปัจจุบันการรับประทานงานั้น ยังไม่มีคำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณที่ควรใช้ เพราะทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะระบุปริมาณการใช้ โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ประวัติสุขภาพ โรคและภาวะต่าง ๆ ดังนั้น ก่อนการทดลองรับประทานหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากงาดำและงาขาวจึงต้องปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง และระลึกไว้เสมอว่าสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อ้างว่าผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติทั้งหลายล้วนอาจทำปฏิกิริยากับยาหรือส่งผลต่อภาวะที่เป็นอยู่ และเกิดอันตรายได้ทั้งสิ้น

 

ผู้ที่เสี่ยงเป็นนิ่ว หรือมีนิ่วอยู่แล้ว ควรลดหรือเลี่ยงงาดำ เพราะงาดำมีสารออกซาเลต (Oxalate) เยอะ จนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ ผู้ป่วยโรค Wilson's disease ที่มีภาวะทองแดง (Copper) ในร่างกายเกิน และไม่สามารถขับทองแดงออกจากร่างกายได้ ไม่ควรรับประทาน

รักสุขภาพ ใส่ใจอาหารที่ทาน รู้ถึงประโยชน์และโทษ ก่อนเลือกกันนะคะ

โพสท์โดย: ทานตะวันกับแสงจันทร์
อ้างอิงจาก: www.pobpad.com, https://nutrition2.anamai.moph.go.th/
รูปประกอบ: pixabay.com โดย Enotovyj, Petra, MYCCF, ally j
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ทานตะวันกับแสงจันทร์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 288 ครั้ง
เขียนโดย ทานตะวันกับแสงจันทร์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทยรายได้แรงงานไทยและค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นอิหร่านอนุญาต ให้เรือผ่านเข้าออกได้เพียง 15 ลำต่อวันเท่านั้น!!เหมือนจนน่าขนลุก...งานศิลปะ "ไก่ต้มขาวแล่เนื้อ" แต่ไม่ใช่ไก่จริงๆนะ สร้างมาจากวัตถุชนิดอื่น...
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
มันคืออสูรกาย ก่อนจะกลายมาเป็นน้ำพริกแมงดาสุดแซ่บปลาไข่(ที่มีไข่เต็มท้อง)แท้จริงแล้วคือปลาอะไรหมูกรอบที่แสนอร่อย แต่เสี่ยงอะไรบ้างสเต๊กบนจานอาจไม่ได้มาจากฟาร์มอีกต่อไป! ทำความรู้จัก "เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง" นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
ตั้งกระทู้ใหม่