หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความแตกต่างระหว่าง "น้ำมันปลา" และ "น้ำมันตับปลา"


เขียนโดย lina1508

"น้ำมันปลา" และ "น้ำมันตับปลา" มักมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหารเสริมชนิดเดียวกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่มา สารอาหารและประโยชน์ที่จะได้รับ เรามาดูความแตกต่างระหว่าง "น้ำมันปลา"และ"น้ำมันตับปลา"กันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

น้ำมันปลา (Fish Oil)

แหล่งที่มา : น้ำมันปลา คือ น้ำมันที่ได้จากกระบวนการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากส่วนต่างๆ ของปลา เช่น เนื้อปลา หนังปลา หางปลา หัวปลา ปลาทะเลที่นำมาสกัดนั้นจะเป็นปลาน้ำลึกในเขตหนาวเย็น ซึ่งจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่มากกว่าปลาน้ำจืด 

สารอาหารที่สำคัญของน้ำมันปลา : น้ำมันปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ประกอบด้วยกรดไขมันสำคัญ 2 ชนิด คือ EPA (Eicosapentaenoic Acid) และ DHA (Docosahexaenoic Acid) โดยมีผลวิจัยทางการแพทย์มากมายว่าน้ำมันปลามีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ และลดโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ สมองอุดตัน

น้ำมันปลาเหมาะกับใคร : เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงหัวใจ สมอง ป้องกันหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตัน หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงหรือผู้ที่ต้องการลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ เป็นต้น 

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil)

แหล่งที่มา : น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาทะเลน้ำลึก โดยเฉพาะปลาค็อดหรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อของ Cod liver oil

สารอาหารที่สำคัญของน้ำมันตับปลา : น้ำมันตับปลาจะมีกรดไขมัน EPA และ DHA ในปริมาณที่น้อยกว่าน้ำมันปลา แต่จะมีวิตามินเอและวิตามินดีในปริมาณสูง

น้ำมันตับปลาเหมาะกับใคร : น้ำมันตับปลาเหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลในเรื่องของสายตาและกระดูก เนื่องจากวิตามินเอเป็นวิตามินสำหรับดวงตา เพราะมีประโยชน์ต่อสมรรถภาพในการมองเห็น ส่วนวิตามินดีนั้นมีคุณสมบัติในการบำรุงกระดูก ป้องกันกระดูกพรุนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมถึงยังถูกนำมาใช้เสริมในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินเอและวิตามินดีอีกด้วย

โพสท์โดย: lina1508
อ้างอิงจาก: https://www.megawecare.co.th
https://www.baanlaesuan.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
lina1508's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 262 ครั้ง
เขียนโดย lina1508
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: เกิบหายแต่ได้เมียบ้านอยุ่เด๋, phenpiram
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นนิสัยจากวันเกิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกการครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?ทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้วF-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยF-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยมาสก์หน้ายังไงให้ได้ผลจริง?
ตั้งกระทู้ใหม่