หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 เคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจ

เนื้อหาโดย smiles

เคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจ มีด้วยกัน 5 ข้อ ดังนี้

 

ข้อแรก "ตั้งเป้าหมายก่อนลงมือทำ"

 

เวลาเราอยากทำอะไรสักอย่าง แต่มันดูยาก ดูน่าเบื่อ เราก็มักจะรู้สึกขี้เกียจไม่อยากทำกันใช่ไหมคะ วิธีแก้ก็คือ ลองตั้งเป้าหมายก่อนลงมือทำดูค่ะ ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ต้องทำเสร็จเมื่อไหร่ เมื่อเรามีเป้าหมายแล้ว เราก็จะมีแรงกระตุ้นให้เราอยากลงมือทำมากขึ้น

 

ข้อที่สอง "ทำให้เป็นเรื่องสนุก"

 

ถ้างานที่เราต้องทำมันดูน่าเบื่อ น่าท้อ เราก็จะยิ่งรู้สึกขี้เกียจเข้าไปใหญ่ ลองหาวิธีทำให้งานนั้นดูสนุกขึ้นมาดูค่ะ เช่น ฟังเพลงไปด้วย หาเพื่อนมาช่วยทำ หรือเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานดูก็ได้นะคะ

 

ข้อที่สาม "มองเห็นสิ่งที่จะได้รับจากการทำสิ่งนั้น"

 

เวลาเราทำบางสิ่งบางอย่าง เรามักจะมองไม่เห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เรารู้สึกไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำ และรู้สึกขี้เกียจที่จะทำต่อ ลองพยายามมองให้เห็นสิ่งที่จะได้รับจากการทำสิ่งนั้นดูค่ะ เช่น ถ้าเราตั้งใจเรียน เราจะมีความรู้มากขึ้น ถ้าเราออกกำลังกาย เราจะมีสุขภาพที่ดีขึ้น เป็นต้น

 

ข้อที่สี่ "หาเพื่อนร่วมด้วยช่วยลงมือทำ"

 

การมีเพื่อนร่วมด้วยช่วยกันทำบางสิ่งบางอย่าง จะช่วยให้เรารู้สึกมีแรงฮึดมากขึ้น เพราะมีคนคอยกระตุ้นให้เราทำต่อ เมื่อเราทำสำเร็จ เราก็จะรู้สึกภูมิใจ และอยากทำต่อไปเรื่อยๆ

 

ข้อที่ห้า "ให้รางวัลกับตัวเองเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย"

 

การให้รางวัลกับตัวเองเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย จะช่วยให้เรารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น เพราะเราได้รู้ว่าเราทำได้ และเราสมควรได้รับรางวัล เมื่อเราทำสำเร็จบ่อยๆ เราก็จะยิ่งมีแรงจูงใจที่จะลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ต่อไป

 

เอาล่ะค่ะ หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเอาชนะความขี้เกียจของทุกคนได้นะคะ สู้ๆ นะคะทุกคน

 

แล้วถ้าใครมีเคล็ดลับดีๆ มาแบ่งปันกันบ้างไหมคะ คอมเมนต์บอกเราได้เลยนะคะ

เนื้อหาโดย: smiles
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
smiles's profile


โพสท์โดย: smiles
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: กระแทกโหนกยับ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกนักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกาสื่อดังอเมริกาจัดให้! "กรุงเทพฯ" เป็นเมืองที่น่าไปที่สุดในโลกปี 2026..คว้าอันดับ 3 จากทั้งหมด 52 แห่งวิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกกัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อเบื้องหลังไวรัล "ขนมปัง 27 บาท" เมื่ออาหารพื้นฐานกลายเป็นความหรูหราที่คนจีนเอื้อมไม่ถึงย้อนวันวาน พ.ศ. 2500 : ภาพชีวิตเรียบง่าย ครูพานักเรียนทัศนศึกษา เด็กไทยยุคนั้นยังเดินเท้าเปล่าหยุดมโน เมื่อ "ครูเดวิด" ขอพูดความจริงที่คนไทยไม่รู้ อเมริกาไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดกระทรวงที่ได้งบน้อยที่สุดในไทย ประจำปีงบประมาณ 2569สายปาร์ตี้ต้องจด! 5 ไอเทมลับกู้ร่างพัง แก้ "เมาค้าง" สดชื่นทันใจด้วยของในครัวมีฝันร้ายที่ฮาร์บิน! แฉทัวร์นรกเทลูกทัวร์ 16 ชีวิต ปล่อยนอนพื้น-ใช้แผ่นอนามัยพันแผล สูญเงินนับแสน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"มดดำ" ยื่นฟ้องหมอดูเพื่อนรัก 10 ล้าน ปมแอบอ้างชื่อเสียงทำมาหากิน“โฮย่าสอยดาว” พันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลกประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกดื่มมาหนัก พักตับกันบ้าง ด้วยวิธีพักตับ ฟื้นฟูดูแลตับได้ง่าย ๆ และ แนะนำอาหารบำรุงตับหากินง่ายย้อนวันวาน พ.ศ. 2500 : ภาพชีวิตเรียบง่าย ครูพานักเรียนทัศนศึกษา เด็กไทยยุคนั้นยังเดินเท้าเปล่า
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
🛡️ 4 Mind Guards – เมื่อใจมัน ‘นอยด์’ จน ‘Short Feel’ ลองเรียก 4 บอดี้การ์ดนี้มาช่วยดิ! (Credit – ศิษย์พี่)กระทรวงที่ได้งบน้อยที่สุดในไทย ประจำปีงบประมาณ 2569นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกาหนังผีจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ชื่อว่าน่ากลัวมากที่สุดตลอดกาล
ตั้งกระทู้ใหม่