หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผยเทคนิคเช็กระดับน้ำมันเครื่องง่ายๆ..ทำได้ด้วยตัวเอง


เขียนโดย Mac Casanova

              เผยเทคนิคการเช็กระดับน้ำมันเครื่องแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง   สำหรับใครก็ตามที่ใช้รถยนต์อยู่เป็นประจำ นอกจากจะต้องขับขี่ด้วยความปลอดภัย และต้องเคารพกฎจราจรแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำก็คือ ต้องคอยเช็กสภาพรถของตัวเองอยู่เสมอๆ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็มักจะเอารถไปที่ศูนย์ หรืออู่รถ เพื่อทำการตรวจเช็กสภาพ ในวันนี้ เราก็เลยมีวิธีการตรวจเช็กแบบง่ายๆ นำมาฝากกัน

 

              โดยทางเพจเฟซบุ๊คที่ชื่อว่า "ครูตั๋ง อาณาจักรคนรักรถ We Love Car Thailand" ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความ พร้อมกับระบุด้วยว่า “วันนี้ เอาเทคนิคการเช็คระดับน้ำมันเครื่องมาฝากกันครับ"

              ก่อนทำการวัดให้เราทำดังนี้

              1. ทำการจอดรถบนพื้นที่ราบ

              2. สตาร์ทรถ ติดเครื่องประมาณ 3 - 5 นาที

              3. ดับเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 2 - 3 นาที หรือหากมีเวลา (ตามคู่มือกำหนดให้ติดเครื่อง แล้วดับปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 - 30 นาทีค่อยวัด)

              4. ทำการดึงก้านวัด (engine oils) ขึ้นมา เช็ดด้วยผ้า หรือกระดาษทิชชู ให้สะอาด

              5. เสียบก้านวัดลงไปให้สุด แล้วดึงขึ้น

 

              6. ดูระดับสูงสุดที่น้ำมันเครื่องติดอยู่  โดยระดับปกติจะอยู่ที่ (จุดบน) ลูกศรหมายเลข 2 นั้นคือเต็มพอดี ห้ามเกินกว่านี้เยอะมีผลต่อเครื่องยนต์ และระดับต่ำสุด (จุดล่าง) ลูกศรหมายเลข 1. ถือว่าอันตราย ต้องเติมน้ำมันเครื่องเพิ่ม และตรวจเช็กหาจุดรั่วของน้ำมันเครื่อง ระดับที่ยังปลอดภัย ลูกศรหมายเลข 3 นั้นถือว่ายังใช้ได้ และไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเครื่องเหลือต่ำกว่าหมายเลข 3 จะดีที่สุด

              ทั้งนี้นอกจากการตรวจเช็กน้ำมันเครื่องตามวิธีการนี้แล้ว เราควรหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่อง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือก่อนเดินทางไกลทุกๆ ครั้งเสมอ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้รถยนต์เสื่อมสภาพได้

เนื้อหาโดย: Mac Casanova
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mac Casanova's profile
เขียนโดย Mac Casanova
นักเขียนข่าวไวรัลและกระแสสังคม ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องให้ “หยุดนิ้วได้ในไม่กี่วินาที” ครอบคลุมข่าวแรง เหตุการณ์จริง และเรื่องที่คนกำลังพูดถึง พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลในทุกบทความ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย""น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบันเผยชีวิตจริง "ลูกเศรษฐีญี่ปุ่น" วัย 35 ไม่เคยทำงาน ใช้เงินเดือนละแสน แต่ทำไมไม่มีความสุข?5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เพจ "พรรคภูมิใจไทย" ทัวร์ลงยับ! ถึงกับปิดคอมเมนต์หนี..หลังชาวเน็ตโวยน้ำมันแพง‘อยู่บ้านต้องทาครีมกันแดดไหม’ ครีมกันแดดจำเป็นแค่ไหน แม้ไม่ได้อออกจากบ้าน แสง UV จากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ส่งผลเสียต่อผิวหนังหรือไม่?รู้หรือไม่...ฟ้าที่ผ่าบนดาวพฤหัสฯ จะมีความรุนแรงกว่าบนโลกเป็นร้อยเท่า !!!ฟีฟ่าเปิด 5 กฎเหล็ก ฟุตบอลโลก 2026 ยกระดับเกมให้เร็วและสนุกกว่าเดิมงบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่...ฟ้าที่ผ่าบนดาวพฤหัสฯ จะมีความรุนแรงกว่าบนโลกเป็นร้อยเท่า !!!แปลกดีแฮะ...แมลงที่มีลวดลายของปีกคล้ายกับหน้ามนุษย์มีจริง? กลยุทธ์การวางแผนให้พัง! เหตุเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นปู่ย่าใช้ได้ทนทานนานหลายสิบปี แต่ยุคนี้พังง่ายงบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น
ตั้งกระทู้ใหม่