รูดปื๊ดในต่างประเทศจ่ายแพงกว่าที่คิด
เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวกันอีกแล้ว ซึ่งหลายคนเตรียมตัวเก็บกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมอีกอย่างก็คือ Pocket Moneyหรือเงินติดกระเป๋านั่นเอง เวลาจะเดินทางไปต่างประเทศ บางคนอาจอยากแลกเงินไปเผื่อฉุกเฉิน เพื่อเอาไว้ใช้ซื้อของในระหว่างเดินทางในร้านที่ไม่รับบัตรเครดิต ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านเล็กๆที่ขายขนมหรือขายของกระจุกกระจิก โดยปกติเราก็มักจะไปแลกเงินตามร้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าธนาคาร เราสามารถเช็คอัตราแลกเปลี่ยน ทาง Online ผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันได้เลย โดยอัตราพวกนี้จะค่อนข้าง Real time ด้วย ซึ่งการแลกเงินตามร้านต่างๆตอนนี้แลกได้สะดวกมากขึ้น เพราะบางร้านก็มีสาขาในห้างสรรพสินค้า แต่สำหรับคนที่ตั้งใจจะไป Shopping ใช้เงินโบนัสให้เพลิดเพลิน การใช้บัตรเครดิตจะสะดวกมากกว่าเพราะพกสะดวกและไม่อันตรายเหมือนกับการพกเงินสดจำนวนมาก
หลายคนที่เคยมีประสบการณ์ รูดปื๊ด รูดปื๊ดในต่างประเทศ จะเห็นว่าตอนที่บัตรเครดิตเรียกเก็บเงินจะมียอดเงินที่สูงกว่ายอดเงินที่เราคำนวณไว้ตอนซื้อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตนั้น นอกเหนือจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะแพงกว่าการแลกเป็นเงินสดติดตัวไป ยกเว้นว่าเราจะไปในจังหวะที่ค่าเงินบาทแข็งก็จะจ่ายเงินน้อยลง ยังมีค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งที่บัตรเครดิตเรียกเก็บคือค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน โดยจะคิดเพิ่มอยู่ที่ประมาณ 2-2.5% ของยอดค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าบริการนี้จะมีการเรียกเก็บทุกบัตร ทุกธนาคาร ไม่สามารถขอยกเว้นได้เหมือนค่าธรรมเนียมรายปี เพราะเป็นการลดความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงินที่ขึ้นลงในแต่ละวัน สมมุติ เราใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ วันที่ 1ธันวาคม ธนาคารจ่ายเงินให้กับร้านในวันต่อมาคือวันที่2ธันวาคม ธนาคารเรียกเก็บจากเราวันที่ 19 ธันวาคม เราจ่ายเงินคืนให้ธนาคารภายในวันที่ 4มกราคม จะเห็นว่าตั้งแต่วันที่เรารูดบัตรซื้อของจนถึงวันที่เราต้องจ่ายเงินคืนให้ธนาคารใช้เวลาหลายวันมาก ระหว่างนี้ค่าเงินก็อาจจะขึ้นหรืออาจจะลง ดังนั้นธนาคารจึงผลักความเสี่ยงนี้ให้กับเราเป็นคนรับผิดชอบแทน
มาคำนวณดูกันว่าถ้าเรารูดบัตรเครดิตที่ต่างประเทศ จะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทเท่าไหร่
1. ให้คำนวณค่าเงินจากอัตราแลกเปลี่ยนของUS Dollars โดยดูอัตราแลกเปลี่ยนจากเว็บไซต์ของบัตรที่เราใช้ เพราะแต่ละบัตรอาจมีการคิดค่าเงินต่างกันนิดหน่อย ถ้ากรณีที่เราไปเที่ยวประเทศที่ไม่ได้ใช้หน่วยเงินเป็นสกุล US Dollars เราจะโดนชาร์จอัตราแลกเปลี่ยน 2 ต่อ เช่น ถ้าเราไปรูดบัตรเครดิตที่เกาหลี หรือญี่ปุ่น และ ทาง Visa หรือ Mastercard จะแปลงเงินสกุลเกาหลีหรือญี่ปุ่น ให้เป็น US Dollars ก่อน แล้วค่อยแปลงจาก US Dollars เป็นเงินบาท
2. นำจำนวนเงินที่เรารูดบัตรเครดิต ไปคูณกับอัตราแลกเปลี่ยนที่แปลงจาก US Dollars เป็นเงินไทย ตามข้อ 1 จะได้ตัวเลขเป็นเงินบาท = A บาท
3. นำจำนวนเงินที่ได้จากข้อ 2 ไปคูณกับ “ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน” ตามที่แต่ละบัตรของธนาคารกำหนด เพื่อให้ได้ตัวเลขค่าธรรมเนียมความเสี่ยง = B บาท
4. นำจำนวนเงิน A บาทในข้อ 2 และจำนวนเงิน B บาทข้อ 3 มาบวกกัน ก็จะได้จำนวนเงินที่เราต้องชำระให้แก่ธนาคาร
อย่ามัวแต่กดเครื่องคิดเลขกันนะ จากที่ตั้งใจจะเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยว ไปช้อปปิ้งคลายเครียด จะกลายเป็นเครียดกว่าเดิม
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
สม รังสี บอก คิวต่อไปคือฮุนเซนหลังสหรัฐ จับผู้นำ เวเนซุเอลา
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
หนุ่มต่างชาตินั่งกินบวบฉ่ำข้างถนน..ชาวบ้านสุดทน! ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
เสาไฟสารพัดสัตว์มีราคาแพงมากแค่ไหนกัน?
Pig Beach ชายหาดหมูและหมูอยู่ชายหาด



