แบงก์เพิ่มดีกรีป้องกันภัยไซเบอร์
แอป “ดูดเงิน” ภัยร้ายยุคดิจิทัล แบงก์เพิ่มดีกรีป้องกันภัยไซเบอร์
ในช่วงที่ผ่านมา ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่อย่าง “แอปดูดเงิน” ได้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนในยุคดิจิทัลอย่างมาก โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการหลอกลวงให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม โดยแอปเหล่านี้มักมีหน้าตาคล้ายกับแอปพลิเคชันธนาคารหรือแอปพลิเคชันยอดนิยมอื่นๆ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันเหล่านี้ลงบนอุปกรณ์มือถือแล้ว มิจฉาชีพก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้ เช่น เลขบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน OTP เป็นต้น ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้ใช้ได้
ในช่วงปี 2565 ที่ผ่านมา พบว่ามีสถิติการร้องเรียนเรื่องการถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอป “ดูดเงิน” เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 มีผู้เสียหายจากการถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอป “ดูดเงิน” คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอป “ดูดเงิน” ธปท. ได้ออกมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์เพิ่มเติม โดยกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการตามมาตรการดังต่อไปนี้
- เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชัน โดยกำหนดให้ธนาคารต้องให้ผู้ใช้บริการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
- ยกระดับการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม โดยกำหนดให้ธนาคารต้องตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมที่มีวงเงินสูงกว่าที่กำหนดไว้ เช่น 50,000 บาทต่อครั้งหรือ 200,000 บาทต่อวัน
- เพิ่มความโปร่งใสในการแจ้งเตือนธุรกรรม โดยกำหนดให้ธนาคารต้องแจ้งเตือนธุรกรรมผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น SMS, E-Mail, Push Notification เป็นต้น
นอกจากนี้ ธปท. ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2565 เพื่อกำหนดบทลงโทษแก่ผู้กระทำความผิดในการหลอกลวงให้ดาวน์โหลดแอป “ดูดเงิน” หรือกระทำความผิดทางไซเบอร์อื่นๆ
มาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ของธนาคารพาณิชย์และกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในการใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ควรตระหนักถึงความเสี่ยงในการถูกหลอกลวงและระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ บนอุปกรณ์มือถือ โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอปพลิเคชันนั้นเป็นแอปพลิเคชันที่ถูกต้องและปลอดภัย โดยสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของธนาคาร หรือจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคารในการป้องกันภัยไซเบอร์ เช่น
- ไม่เปิดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบจากบุคคลที่ไม่รู้จัก
- เปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัพเดตโปรแกรมอยู่เสมอ
- สำรองข้อมูลสำคัญไว้อย่างสม่ำเสมอ
โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางไซเบอร์ได้
ตัวอย่างการหลอกลวง
มิจฉาชีพจะใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายเพื่อให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม เช่น
- หลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันธนาคารหรือแอปพลิเคชันยอดนิยมอื่นๆ โดยอ้างว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้มีโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษต่างๆ
- หลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมโดยอ้างว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น แก้ปัญหาเรื่องการเงิน แก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นต้น
- หลอกให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมโดยอ้างว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้นสามารถช่วยเสริมดวงหรือเสริมโชคลาภ
วิธีสังเกตแอปพลิเคชันปลอม
แอปพลิเคชันปลอมมักมีหน้าตาคล้ายกับแอปพลิเคชันต้นฉบับ แต่จะมีรายละเอียดบางอย่างที่ผิดปกติ เช่น
- ชื่อแอปพลิเคชันอาจสะกดผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ
- โลโก้แอปพลิเคชันอาจมีความแตกต่างจากโลโก้ต้นฉบับ
- เนื้อหาของแอปพลิเคชันอาจไม่ถูกต้องหรือมีเนื้อหาโฆษณามากเกินไป
หากพบแอปพลิเคชันที่มีรายละเอียดผิดปกติเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าว
การป้องกันตัวเองจากแอปดูดเงิน
นอกจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคารแล้ว ประชาชนยังสามารถป้องกันตัวเองจากแอปดูดเงินได้ดังนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น Google Play Store หรือ App Store
- อ่านรีวิวของแอปพลิเคชันก่อนดาวน์โหลด
- สังเกตรายละเอียดของแอปพลิเคชันก่อนดาวน์โหลด
- ตั้งรหัสผ่านและรหัส OTP ให้รัดกุม
- อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันอยู่เสมอ
แอปดูดเงินเป็นภัยร้ายยุคดิจิทัลที่ควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคารและป้องกันตัวเองจากแอปดูดเงินด้วย
ที่มาของข้อมูลในกระทู้นี้มาจากแหล่งต่างๆ ดังนี้
* เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
* เว็บไซต์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)
* เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
* เว็บไซต์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์
* เว็บไซต์ของสื่อมวลชนต่างๆ
โดยข้อมูลในกระทู้นี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับภัยร้ายแอปดูดเงิน เช่น
* วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพ
* ลักษณะของแอปพลิเคชันปลอม
* วิธีสังเกตแอปพลิเคชันปลอม
* แนวทางการป้องกันตัวเองจากแอปดูดเงิน
นอกจากนี้ กระทู้นี้ยังมีการสรุปถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางแก้ไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผม
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
ไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)
จากสมรภูมิสู่แลนด์มาร์ก! 4 เรือรบไทยปลดประจำการ ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดปัง
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวัน
ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?
ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผม
ไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)
เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
ไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)
5 อันดับ "เอกสารการเงิน" ที่คนไทยชอบทิ้ง แต่จริงๆ เป็นตัวช่วยรอดคดีและเซฟเงินกู้
จากสมรภูมิสู่แลนด์มาร์ก! 4 เรือรบไทยปลดประจำการ ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดปัง
5 กลยุทธ์ "แอปสแกนจ่าย" ดักเงินในกระเป๋า ที่ทำให้คนยุคสังคมไร้เงินสดช็อตตอนสิ้นเดือน



