คุกนรก
เขียนโดย Tonruk
คุกตะรุเต่า คุกนรกของนักโทษ
เมื่อพูดถึงคุกหลาย ๆคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี สถานที่ใช้คุมขังนักโทษที่กระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ลักขโมย จนถึงทำความผิดรุนแรง เช่น ฆ่าคนตาย หรือคดีอุกฉกรรจ์อื่น
ประเทศไทยมีคุกไว้สำหรับขังนักโทษตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนถึงปัจจุปันแต่สำหรับคุกที่สุดโหดที่สุดของประเทศไทยที่ใครหลาย ๆ คนยังไม่รู้จัก
คุกตะรุเต่า คุกสุดโหดที่ไม่มีใครอยากย่างกรายเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ คุกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2479 โดยคณะรัฐบาลราษฏรได้มีคำสั่งให้กรมราชทัณฑ์จัดตั้งนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์และนักโทษทางการเมืองใช้ที่นี้เป็นที่กักขังและฝึกอาชีพให้กับนักโทษเหล่านี้
ทำไมถึงเลือกเกาะตะรุเต่า
เกาะตะรุเต่าตั้งอยู่ที่จังหวัดสตูลมีลักษณะเป็นเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลลึกบริเวณโดยรอบมีคลื่นลมแรงมีมรสุมตลอดทั้งปีไม่มีเรือประมงแล่นผ่าน พื้นที่เกาะเป็นที่อยู่อาศัยของฉลามทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝูงฉลามชุกชมเป็นจำนวนมากทำให้ยากต่อการหลบหนี เพราะเหตุนี้จึงเลือกเกาะตะรุเต่าเป็นคุกสำหรับกักขังนักโทษ
นักโทษกลุ่มแรกจำนวนห้าร้อยคนจากเรือนจำบางขวางย้ายมาอยู่ที่คุกตะเต่าแห่งนี้และมีมาเรื่อย ๆ จนทำให้มีนักโทษเพิ่มขึ้นถึงสี่พันคนในปีพ.ศ. 2482 นักโทษทางการเมืองในคดีกบฏบวรเดชและกบฏนายสิบได้ถูกส่งมาคุมขังยังคุกแห่งนี้
เนื่องจากเกาะตะรุเต่าอยู่ห่างไกลทำให้การขนส่งอาหารและน้ำเป็นไปอย่างยากลำบากอีกทั้งยังมีนักโทษเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆมีผลทำให้นักโทษและผู้คุมต้องช่วยกันปลูกผักผลไม้ไว้กินเองและยังต้องสร้างที่หลบภัยธรรมชาติเพราะเกาะแห่งนี้มีไข้ป่ามาเลเรียชุกชุม เมื่อพวกเขาเหล่านั้นต้องเผชิญกับสภาวะอดอยากแร้นแค้นแสนยากลำบากทำให้ผู้คุมบางคนแอบกักตุนอาหาร ยาและสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็นไว้กินเอง บางคนเอาไปขาย
สภาพความเป็นอยู่บนเกาะไม่ต่างกับนรกบนดิน เมื่ออาหารละยาขาดแคลน นักโทษจึงเกิดการทะเลาะวิวาทและแย่งชิงของมาประทังชีวิตแต่ละคนอยู่ในสภาพอดอยากและยังมีนักโทษบางส่วนพยายามหนีออกจากเกาะแห่งนี้ สุดท้ายแล้วก็ไม่สมารถหนีออกจากเกาะแห่งนี้ได้
คุกแห่งนี้เมื่อนักโทษคนใดทำผิดนอกจากอดอาหารแล้วยังมีการลงโทษทารุณกรรมที่รุนแรง เช่น ใช้แรงงานอย่างหนัก จับตีตรวน ให้ยืนตากแดด 10-15 วัน การลงโทษที่รุนแรงที่สุดของคุกแห่งนี้คือ การถูกจับขังในตึกแดง เมื่อนักโทษได้ยินกับคำว่าตึกแตกต่างกันพากันหวาดกลัวผวาไปตาม ๆ กัน
ตึกแดงถูกสร้างขึ้นจากโครงเหล็กทั้งหมดมีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมสูงหนึ่งเมตรยาวสองเมตรไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ภายในมืดสนิท มีช่องขนาดเล็ก ไว้ใส่อาหารและหายใจ
ตึกแดงมีคุณสมบัติเก็บความร้อนและความเย็นได้เป็นอย่างดี ตอนกลางวันร้อนดั่งถูกไฟเปา ตอนกลางคืนหนาวเย็นยะเยือกจับใจถึงขั้วหัวใจ นักโทษบางคนที่ถูกขังในตึกแดงผลจากตาปรับแสงไม่ทันทำให้ตาบอด บางคนเสียสติกลายเป็นบ้า
ต่อมาในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้มีนโยบายย้ายนักโทษทางการเมืองไปขังที่เกาะเต่าจังหวัดสุราษธานีแต่ก็ยังมีนักโทษอีกจำนวนมากที่ยังถูกขังอยู่ที่นี้ พวกเขาเหล่านี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไม่สามารถรับรู้ข่าวสารและในช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สองทำให้นิคมอุตสาหกรรมตะรุเต่าขาดแคลนอาหารทำให้นักโทษตกอยู่ในสภาวะอดอยากเพราะการลำเลียงอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ทำให้มีนักโทษเสียชีวิตที่คุกแห่งนี้กว่าเจ็ดร้อยคนทำให้นักโทษและเจ้าหน้าที่ที่ยังเหลืออยู่ต้องแปรสภาพมาเป็นโจรสลัดออกปล้นเรือที่ขับผ่านมาทางเกาะแห่งนี้จนเป็นที่หวาดกลัวของนักเดินเรือจนวันหนึ่งโจรสลัดกลุ่มนี้รวมตัวกันไปปล้นเรือที่กำลังไปติดต่อกับอังกฤษที่แหลมมาลายูจึงทำหนังสือไปยังทางการของไทยให้ปราบโจรสลัดกลุ่มนี้ให้ราบคาบในวันที่ 21 มีนาคม 2489
และคุกแห่งนี้ได้ประกาศปิดตัวลงในปี พ.ศ. 291 ถึงแม้ว่าคุกแห่งนี้จะปิดตัวลงแต่ยังคงมีเรื่องราวที่โหดเหี้ยมเล่าสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุปัน
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69
จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในไทย ร้อน อบอ้าว อยู่ยากกว่าที่คิด
สินค้าที่ประเทศไทยส่งออกให้กัมพูชามากที่สุด
ต่างประเทศกินมาม่ารสไหนมากที่สุด ไม่ใช่รสที่คนไทยคิด
เปิด 11 ประเทศที่นิยมใช้ “สินค้าไทย” มากที่สุดในโลก
วิธีปลุก passion ให้กับช่วงเวลาหมดไฟ เมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
ระวัง! ร่างกายคุณกำลัง “กรีดร้อง” 10 สัญญาณเตือนภัยเงียบที่คุณนึกว่าแค่เพลีย แต่จริงๆ คือขาดน้ำขั้นสุด!
แรงแต่จริง? แฉ “เจ้าหญิงนโรดม” ปากบอกไม่ชอบไทย แต่พฤติกรรมสวนทาง ตามรอย “ลิซ่า BLACKPINK” แทบทุกก้าว


