5 สารให้ความหวานจาก"ธรรมชาติ"
"น้ำตาล" สารให้ความหวานที่สายหวานโปรดปราน แต่ถ้าหากบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากจนเกินไปก็จะทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน วันนี้เรามีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลซึ่งมาจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพและผู้ที่อยากลดความอ้วน จะมีสารให้ความหวานตัวไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ
กลุ่มสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล แบบไม่ให้พลังงาน
1. หล่อฮังก๊วย (Monk Fruit)
เป็นสมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณทางยาและได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ เพราะมีสารโมโกรไซด์ (Mogrosides) ซึ่งให้ระดับความหวานที่มากกว่าน้ำตาลประมาณ 150-300 เท่า แต่ความหวานนี้ปราศจากแคลอรี่ ดีต่อสุขภาพ ไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและอยู่ในกลุ่มสารให้ความหวานแทนน้ำตาลแบบไม่ให้พลังงาน หล่อฮังก๊วยยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างไกลโคไซด์และซาโปนิน ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย
2. หญ้าหวาน (Stevia)
หญ้าหวานเป็นสมุนไพรพื้นเมืองดั้งเดิมในทวีปอเมริกาใต้มายาวนานกว่า 500 ปี เป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่ดีที่สุด และในปัจจุบันได้รับความนิยมมากการันตีคุณภาพความหวานที่ไร้พิษภัยจาก USFDA เช่นเดียวกับหล่อฮังก๊วย ทั้งผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้นำสารสกัด Stevioside ซึ่งเป็นสารประกอบในหญ้าหวานมาขึ้นทะเบียนเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ระดับความหวานที่มากกว่าน้ำตาลถึง 250-300 เท่า แต่เป็นความหวานที่ไร้แคลอรี่
3. ชะเอมเทศ (Albizia myriophylla Benth)
ชะเอมเทศมีสรรพคุณที่โดดเด่นไม่แพ้ใครช่วยแก้คอแห้ง ทำให้ชุ่มคอ แก้น้ำลายเหนียว บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ แต่ส่วนรากของชะเอมเทศมีสาร Glycyrrhizin และ 24-hydroxyglyrrhizin ซึ่งเป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายประมาณ 50-100 เท่า จึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มรสชาติของอาหารแต่ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เพราะอาจส่งผลต่อความดันโลหิตได้
กลุ่มสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล แบบให้พลังงาน
4. น้ำผึ้ง (Honey)
น้ำผึ้งไม่เพียงแต่ให้ความหวานแทนน้ำตาลเพียงเท่านั้น ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย บำรุงสมองและความงาม อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งถือเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่ดีมีสารประกอบหลักที่เหมือนกับน้ำตาลทราย คือ กลูโคส และ ฟรุกโตส แต่จะต่างกันตรงที่น้ำผึ้งมีน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว แต่ปริมาณแคลอรี่ที่ค่อนข้างสูง (น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่) เราจึงควรระมัดระวังในการรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
5. น้ำตาลมะพร้าว (Coconut sugar)
น้ำตาลมะพร้าวเป็นน้ำตาลที่ได้จากน้ำตาลสด เป็นอีกหนึ่งสารที่ให้ความหวานที่สามารถทดแทนน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำคือ 35 มีโพแทสเซียมที่มีบทบาทในการควบคุมความดันและน้ำตาลในเลือด ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน สดชื่น ช่วยลดอาการอ่อนเพลียให้กับร่างกาย แต่น้ำตาลมะพร้าวอยู่ในกลุ่มสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลแบบให้พลังงาน ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักควรจำกัดปริมาณในการใช้
ธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย
"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวย
หมอช้างเตือน 2 ราศี ระวังการเงินตึงตัว รายจ่ายพุ่ง รายรับเข้าช้า
ถอดรหัสปริศนา "แม่ตะเคียนให้โชค" ลุ้นรวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569
เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทย
อันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
อาจารย์น็อตตี้ เปิดเลขเด็ดงวด 1 เม.ย. 2569
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!
แค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
ส่องตัวตนผ่านเค้กประจำราศี คุณคือสายกินแบบไหน?
อัปเดตอาการ “โยกเยก เชิญยิ้ม” หลังผ่าตัดใหญ่ ปลอดภัยแล้ว ฟื้นตัวดี ท่ามกลางกำลังใจล้นหลาม
อย่าทิ้ง! 5 ประโยชน์ของ "ฝาทิชชู่เปียก" เคล็ดลับ DIY ของใช้ในบ้านที่คาดไม่ถึง
7 คู่หูเมนูแปลก แต่รสชาติลงตัวจนต้องลอง
คิวบามืดทั้งประเทศ! โครงข่ายไฟฟ้าล่มซ้ำรอบสัปดาห์ ประชาชน 11 ล้านชีวิตจมความมืด
สนามบินที่อันตรายที่สุด ที่ยังคงเปิดให้มีเครื่องบินขึ้นลงได้








