7 โรคที่คนทำงานออฟฟิศควรระวัง
พนักงานออฟฟิศ (office worker) เป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นงานที่แสนสบาย เพราะได้ทำงานอยู่ในห้องแอร์ไม่ต้องตากแดดตากฝน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาชีพออฟฟิศเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้โดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงได้นำความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับโรคที่ชาวออฟฟิศควรรู้ และควรระวังมาฝากกันครับ
1.โรคหัวใจ
โรคหัวใจเกิดได้จากหลายสาเหตุ นอกจากพันธุกรรมแล้ว ยังเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานนานๆ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ
การป้องกัน
หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก และรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ
2.โรคอ้วนลงพุง
พนักงานออฟฟิศมักจะมีนิสัยการกินจุกจิก ไม่ว่าจะเป็นของว่าง ของหวาน ชานมไข่มุก น้ำอัดลม ล้วนเป็นอาหารที่ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ แถมยังนั่งทำงานไม่มีเวลาออกกำลังกายอีกด้วย
การป้องกัน
ควบคุมอาหาร กินอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่กินจุกจิกหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3.โรคออฟฟิศซินโดรม
โรคออฟฟิศซินโดรม เกิดจากการนั่งทำงานในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ ไม่ได้เปลี่ยนท่าทาง ส่งผลให้กล้ามเนื้ออักเสบปวดตามอวัยวะต่างๆ เช่น ปวดบริเวณคอ หลัง ไหล่ บ่า แขน และข้อมือ
การป้องกัน
ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับร่างกาย และหาเวลาออกจากโต๊ะทำงานไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและพักสายตาอย่างน้อยทุกชั่วโมง
4.โรคความเครียด
ปัญหาหลักของคนทำงานออฟฟิศ เจอทั้งความกดดันและปัญหาต่างๆ สะสมจนทำให้เกิดความเครียด ปวดหัว และรู้สึกเบื่อหน่าย
การป้องกัน
วิธีจัดการความเครียด กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนาน
5.โรคเบาหวาน
นิสัยการกินของพนักงานออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นชานมไข่มุก ชาเขียว น้ำอัดลม หรือแม้แต่กาแฟใส่น้ำตาล อาหารเหล่านี้ล้วนแต่มีน้ำตาลสูงมาก อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานได้
การป้องกัน
เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ และลดการกินอาหารที่มีรสหวานและเค็ม พร้อมกับออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
6.กรดไหลย้อน
โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคภัยเงียบของคนวัยทำงานโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากต้องทำงานเร่งรีบและแข่งกับเวลา จึงเน้นกินอาหารที่หาซื้อง่ายไม่ซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นอาหารรสจัด ของมันทอด น้ำอัดลม นอกจากนี้บางคนทำงานดึก กินเสร็จแล้วเข้านอนทันทีทำให้เสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน ทอด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม รวมไปถึงพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกาย
7.โรคตาพร่ามัว
อาการตาพร่ามัว มักเกิดกับพนักงานออฟฟิศหรือนักศึกษาที่ใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดการมองเห็นไม่ชัด ปวดรอบดวงตา ตาแห้ง แสบตา สายตาสั้นและพร่ามัว
การป้องกัน
หยุดพักสายตาทุกๆ 20 นาที วางจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากดวงตาประมาณ 20-24 นิ้ว ปรับตำแหน่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ลดแสงสะท้อน หรือสวมแว่นกรองแสงคอมพิวเตอร์
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุด ทำไมญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ถูกพูดถึงเสมอ
เงินเดือนครูกับพนักงาน อบต. ต่างกันแค่ไหน งานไหนมั่นคงกว่าระยะยาว
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
แพทย์ไต้หวันเตือน 3 พฤติกรรมประหยัดในครัว เสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็ง
เงินเดือนครูกับพนักงาน อบต. ต่างกันแค่ไหน งานไหนมั่นคงกว่าระยะยาว
ตัวเลขมหัศจรรย์! แค่เอาอายุตัวเองไปคูณ..ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาหลายคนทึ่ง
พ่อฮ่องกงเกือบจ่ายสดซื้อที่จอดรถจงซาน แค่ทัวร์ดูบ้านแต่เสี่ยงเสียเงินแสน
แพทย์ไต้หวันเตือน 3 พฤติกรรมประหยัดในครัว เสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็ง
จังหวัดที่มีควายมากที่สุด อันดับที่หนึ่งในประเทศไทย





