หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 โรคกินผักชะอมได้

เนื้อหาโดย aeprincess

 

การกินผักชะอมมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ชะอมเป็นแหล่งของวิตามินและสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี และเหล็ก และนี่คือ 5โรค กินผักชะอมได้ ดีต่อสุขภาพ กระตุ้นการเผาผลาญ

 

1. โรคเบาหวาน

การบริโภคผักชะอมอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเสริมการทำงานของสารอินซูลินในร่างกายของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้เล็กและช่วยปรับสมดุลในระบบน้ำตาลในเลือด 

 

2. โรคความดันโลหิตสูง

กชะอมมีประโยชน์ในการควบคุมความดันโลหิต เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารสกัดที่ช่วยผ่อนคลายหลอดเลือด ชะอมอาจช่วยลดความกดทับในหลอดเลือดและช่วยลดความกังวลทางเวียนเลือด จะทำให้ความดันระดับน้ำตาลในเลือดจากที่ความดันโลหิตสูงแต่ปัจจุบันความดันโลหิตก็อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ 

 

3. โรคหัวใจ

ผักชะอมมีสารสกัดที่ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด การบริโภคเป็นประจำอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ผักชะอมมีสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โอเมก้า-3 แอลฟาลินอเมก้าสามารถช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด ลดความหนาแน่นของเลือด และช่วยลดความดันโลหิตสูงได้บ้าง 

 

4. โรคอ้วน

กชะอมมีคุณสมบัติในการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย การบริโภคอาหารที่มีผักชะอมเป็นส่วนประกอบอาจช่วยลดน้ำหนักและควบคุมความอ้วนการกินผักชะอมเป็นสิ่งที่ดีต่อการรักษาความสมดุลของน้ำหนักตัวและการป้องกันโรคอ้วนได้ ผักชะอมมีส่วนผสมที่ช่วยในการลดระดับไขมันในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนได้ 

 

5.โรคอัลไซเมอร์

ผักชะอมมีสารสกัดที่อาจช่วยลดการสะสมของเบต้าอะเมโลยด์ที่เป็นตัวสร้างก้อนของโปรตีนอัลซายเมอร์ในสมอง  เนื่องจากผักชะอมมีสารสำคัญที่ชื่อว่า "คุรกินี" ซึ่งเป็นสารช่วยป้องกันการสูญเสียเซลล์ประสาทในสมอง และคิดว่าอาจมีผลกระทบที่ดีต่อฟังก์ชันสมองในผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคอัลไซเมอร์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนที่จะพยายามรับประทานอาหารหรือสมุนไพรเพื่อการรักษาโรคเช่นนี้ 

 

อย่างไรก็ตามควรศึกษาก่อนรับประทานเพื่อการรักษาโรคหรือปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านโรคต่างๆ อาจจะเป็นผลดีไม่เหมือนกันแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

เนื้อหาโดย: aeprincess
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
aeprincess's profile


โพสท์โดย: aeprincess
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: JGai
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทยกัมพูชา–ลาวผนึกกำลังทหาร ยกระดับยุทธศาสตร์ความมั่นคงมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชียเปิดสายการบินไหน ที่มีเครื่องบินมากที่สุดในไทย3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลกแอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงวิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทยธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วิถีโอฮิโตริซามะ おひとりさま ไปไหนมาไหนคนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียวอย่างมีความสุขแบบคนญี่ปุ่นสัตว์ที่เคยถูกพบในประเทศไทย เป็นแห่งสุดท้ายบนพื้นโลก1 ปีมีครั้งเดียว ปักหมุดวัน 'เปิดทรัพย์' เจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ ปี 2569สัตว์ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก🚨 จ่ายมาทั้งชีวิต = ศูนย์? ความจริงของ "ฌาปนกิจฯ" ที่หลายคนไม่เคยรู้!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
ศึกน้ำอ้อย! ปอกเปลือกสะอาดใส หรือ ไม่ปอกเปลือกเน้นหอมนวล?""น้ำพริกลงเรือ" เอ๊ะ...ทำไมน้ำพริกนี้ถึงมีชื่อเรียกแบบนี้กันนะ ?8 อย่างนำโชค วันตรุษจีน: กินแล้วเฮง รับทรัพย์เงินทองไหลมาเทมามาทำ "ซอสเทอริยากิ" กัน
ตั้งกระทู้ใหม่