Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผมจะรักแล้วนะครับคุณพี่ฝ่ายช่าง EP 4

เนื้อหาโดย monkeythink

บทที่ 4

สวัสดีวันที่สี่ของการทำงาน

วันแรกที่ผมจะได้นั่งทำงานแทนพี่หญิงอย่างจริงจัง

วันแรกที่ผมจะได้ประสานงานกับแผนกช่างอย่างเต็มตัว

เอาล่ะ ฟีฟ่าพร้อม สู้โว้ยยย จะช่างคนไหนก็เรียงหน้าเข้ามาเลย จะไม่ให้เสียแรงที่หัวหน้าไว้ใจมอบหมายงาน

หมายถึงงานนะครับงาน เรียงกันเข้ามาเลย

“พี่หญิงครับ” ผมเรียกชื่อเป็นครั้งที่สิบของวัน แถมแต่ละครั้งยังต้องหวาดหวั่นกลัวว่าคนถูกเรียกจะอารมณ์แปรปรวน แต่ผิดคาดวันนี้พี่หญิงไม่ปล่อยบรรยากาศฝนฟ้าคะนองปกคลุมห้องนะครับผมจึงพอทำใจดีสู้เสือเรียกถามได้อยู่หลายครั้ง

จะว่าไปพอลองไล่รายชื่อดูแล้วช่างที่บริษัทก็มีอยู่หลายคนนะครับ รวมหัวหน้าแล้วมีตั้งเจ็ดคนอย่างที่พี่แมวเหมียวบอก แถมเพิ่งจะรู้ว่ามีแค่แผนกช่างที่ไม่ได้หยุดเสาร์อาทิตย์เหมือนแผนกอื่นในบริษัทแต่เป็นการหยุดตามตารางกะแทนเพราะบางเสาร์หรืออาทิตย์ก็จะมีพนักงานบางแผนกเข้ามาทำงานล่วงเวลาอยู่บ้าง อีกอย่างอาคารเราอีกหลายชั้นเป็นสำนักงานเช่าเลยต้องมีช่างมาทำงานดูแลเวลาที่สำนักงานเช่ามีปัญหา อันนี้พี่หญิงบอกมา

“สวัสดีครับ”

พูดถึงช่าง ช่างก็มา

ผมเงยหน้าขึ้นมองช่างที่ยืนตัวติดกันอยู่สองคนตรงหน้าโต๊ะพี่หญิง หนึ่งในนั้นเป็นพี่ภูผาที่หันมายิ้มอ่อนให้ผมก่อนจะหันไปสนใจคนตรงหน้าที่ถามขึ้น

“มาทำไมตั้งสองคน มีอะไรด่วนหรือไง”

“ป่าวครับพี่หญิงผมก็แค่มาเป็นเพื่อนน้องใหม่”

“โตขนาดนี้แล้วยังต้องมาเป็นเพื่อนกันอีก ห้องก็อยู่ใกล้กันแค่นี้” แบบนี้ล่ะครับถึงจะเรียกว่าพี่หญิงตัวจริง

ผมแอบมองคนหน้าคมที่ยืนหน้านิ่งไม่สะทกสะท้านต่างจากช่างอีกคนที่พูดเป็นสายน้ำไหล และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ด้วยสิว่าผมแอบมองเขาอยู่ถึงได้เหลือบตามามองให้ผมต้องก้มหน้าลงทำงานต่อเงียบ ๆ

“ผมก็แค่อยากรู้ว่าห้องนี้มีอะไรดีน้องใหม่ถึงได้อยากมารับ มาส่งงานด้วยตัวเองแบบนี้”

ผมแอบเห็นนะว่าพี่ภูผาหลุดยิ้มออกมาแวบหนึ่งแล้วกลับไปปั้นหน้านิ่งตามเดิม

เมื่อกี้พี่เขาต้องเผลอคิดอะไรอยู่แน่ ๆ

“น้องเขาขยันทำงานก็ดีแล้วในแผนกจะได้มีคนทำงานทำการบ้าง” คำพูดของพี่หญิงช่างทำลายบรรยากาศ

ขออนุญาตสงสัยหน่อยนะครับว่าพี่หญิงนี่มีอารมณ์ขันเหมือนคนทั่วไปบ้างหรือเปล่า ทำงานเข้าวันที่สี่แล้วยังไม่เห็นหัวเราะเลยนะครับ

ดูท่าทางอันไม่สะท้านของสองคนที่ยืนอยู่แล้วผมนับถือในความแข็งแกร่งของพี่ทั้งสองครับ คนใหม่อย่างพี่ภูผาคงจะมีจุกเสียดภายในอยู่บ้าง แต่ช่างคนเก่าที่ประสานงานกับพี่หญิงมาได้ถึงทุกวันนี้คงจะทนทานต่ออาการบอบช้ำไปแล้วล่ะมั้ง

“แหมมม พี่หญิง” ช่างที่ผมยังไม่รู้จักลากเสียงยาวแบบยังไม่คิดจะหยุดความขำขันในน้ำเสียงอันไม่ได้ผล “ผมก็ทำงานนะครับ”

“พี่ก็ไม่ได้ว่าเธอสักหน่อย” พี่ไม่ได้ว่าหรอกครับ แต่คนฟังนี่บอบช้ำกันไปเป็นแถบแล้ว “เอ่อ...แล้วก็หลังจากนี้ไปน้องฟีฟ่าจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานกับฝ่ายช่างต่อจากพี่ ทำความรู้จักกันไว้สิ”

ช่างทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

“พี่หญิงจะย้ายไปดูแลฝ่ายอื่นหรอครับ”

“เปล่า แต่ย้ายออกจากบริษัทเลย”

คำพูดของพี่หญิงยิ่งสร้างความมึนงงให้กับสองช่างที่ยังตามไม่ทันเหตุการณ์ แต่ก็คงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะงงเพราะนอกจากแผนกผมกับแผนกบุคคลแล้วก็คงยังไม่มีใครรู้เรื่องการขอลาออกของพี่หญิง

“พอดีพี่หญิงลาออกสิ้นเดือนนี้ค่ะ”

ทุกสายตามองไปที่พี่แมวเหมียวผู้คลายข้อสงสัยพร้อมเดินเข้ามาเกาะข้างโต๊ะผมแต่รอยยิ้มแพรวพราวนั้นส่งไปที่พี่ภูผาอย่างเต็มที่

“จริงหรอครับ พี่หญิงแบบนี้ผมก็คงคิดถึงพี่แย่เลยสิครับ ต่อไปนี้ใครจะคอยสั่งคอยสอนพวกผมกันล่ะครับ” ช่างที่ผมไม่รู้จักชื่อแทบจะบีบน้ำตา

แต่เด็กอนุบาลก็ดูออกว่าเป็นการแสดง

“อย่ามาดราม่าแถวนี้ ฉันยังอยู่ให้เห็นอีกหลายวันรับรองเบื่อหน้ากันก่อนจะลาออกแน่นอน”

เอาเป็นว่าการแสดงใช้ไม่ได้ผลกับคนข้าง ๆ ผมนะครับและคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดสามารถทลายความแข็งแกร่งของผู้หญิงคนนี้ได้ด้วย

“น้องใช่ไหมครับที่จะมารับช่วงงานต่อจากพี่หญิง” ช่างคนนั้นเปลี่ยนความสนใจมาที่ผม

“ใช่ครับ”

“พี่ชื่อโกโก้นะครับ หรือน้องจะเรียกสั้น ๆ ว่าพี่โก้ก็ได้”

“ผมฟีฟ่านะครับ มีอะไรก็แนะนำผมด้วยนะครับพี่”

“หวังว่าจะรับแค่งานไม่ได้รับทายาทอสูรมาด้วยนะครับ” พี่โกโก้ก้มลงมากระซิบ

ฟึ่บ

พี่หญิงปิดแฟ้มงานเสียงดังพอที่จะทำให้ผมสะดุ้งไปพร้อมกับคนกระซิบ

“ได้ยินนะ ฉันยังนั่งอยู่ตรงนี้”

“กราบขออภัยครับพี่หญิง” พี่โกโก้หันไปขอโทษขอโพยแทบจะกราบลงบนโต๊ะ เห็นอย่างนั้นก็อดที่จะขำไม่ได้

ถึงจะอยากขำ แต่ผมก็คงขำไม่ได้เมื่ออีกเสียงที่พูดขึ้นดึงความสนใจผมไปในทันที

“ผมชื่อภูผานะครับ”

ผมเตรียมจะยื่นมือไปจับมือที่ยื่นมาตรงหน้าแม้จะเคยทำความรู้จักกันไปแล้วก็ตาม แต่ความเร็วของผมคงยังไม่พอเมื่อถูกตัดหน้ามือของพี่แมวเหมียวที่ไวปานจรวด

“เหมียวนะคะ หรือจะเรียกว่าแมวเหมียวก็ได้เต็มใจให้เรียกทุกชื่อนะคะ เมี๊ยว”

สาบานเถอะครับว่าผมไม่ได้หูฝาด หรือหูเพี้ยน เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงแมวยั่วสวาทร้องจริง ๆ นะ

ผมมองมือตัวเองที่ยื่นค้างไว้สลับกับมือของพี่ภูผาที่เต็มไปด้วยสัมผัสของพี่แมวเหมียว คนหน้าคมยิ้มเจื่อนแล้วพยายามขยับมือตัวเองออกจากหนวดปลาหมึกอันเหนียวแน่น แต่ดูท่าจะไม่สำเร็จมืออีกข้างของพี่ภูผาจึงใช้มืออีกข้างยื่นมาจับแน่นลงบนมือผม

“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับน้องฟีฟ่า”

“ค...ครับ” เป็นวินาทีที่สมองว่างเปล่าและไม่สั่งการร่างกาย

ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าเขาเลือกที่จะจับมือผม แต่พี่เขาก็เป็นฝ่ายเข้ามาจับมือผมไว้เองนะ

“จับมือเราบ้างก็ได้นะ” พี่โกโก้ดึงมือพี่แมวเหมียวไปจับไว้แต่ไม่ทันได้จับพี่สาวร่วมแผนกของผมก็ถอยตัวหนีแบบไม่มีคำพูดใด

หลังจากที่การแนะนำตัวและแจกจ่ายงานเสร็จสิ้นความสงบก็กลับมาทักทายแผนกผมอีกครั้ง เที่ยงนี้ผมพักเที่ยงพร้อมพี่แมวเหมียวเหมือนเดิมคงเป็นเพราะในแผนกเราเข้ากันได้ดีที่สุดแล้วล่ะมั้งครับ ส่วนพี่หญิงกับพี่นิพนธ์บอกจะตามมาที่ห้องอาหารเหมือนทุกวันแต่ก็ไม่เคยเห็น ระหว่างที่นั่งกินข้าวอย่างไม่รีบร้อนสายตาผมก็มองหาใครสักคนอย่างไม่รีบร้อนเช่นกัน

“มองหาใครหรอ”

ทำไมพี่ต้องรู้ทันผมแทบทุกเรื่องด้วยครับพี่แมวเหมียว

“เปล่านี่ครับ” กลบเกลื่อนด้วยการตักข้าวคำใหญ่เข้าปาก

แล้วคนที่ทำให้ผมแทบจะสำลักข้าวก็เดินเข้ามาพร้อมกลุ่มเพื่อนของเจ้าตัว พี่ภูผาเหมือนจะส่งยิ้มมาให้ผมนะถึงจะแค่แวบเดียวก่อนที่พี่แมวเหมียวจะหันไปมองก็เถอะ นี่คงเป็นเรื่องดี ๆ ของการทำงานในวันนี้เพราะหลังจากพักเที่ยงผมก็ไม่ได้เห็นหน้า เห็นตาช่างหน้าคมอีกเลย

สวัสดีวันที่ห้าของการทำงาน

“วันนี้เงียบจังเลยนะครับ” ผมว่าพลางขีดเขียนเอกสาร

“ก็ดีแล้วนาน ๆ ทีจะเงียบแบบนี้” พี่หญิงตอบกลับมาแบบไม่เงยหน้าจากเอกสารเหมือนกันครับ ถึงผมจะเข้าไปทำงานแทนที่พี่หญิงแล้วแต่งานในส่วนอื่น ๆ ที่ยังคงค้างอยู่พี่หญิงก็มีหน้าที่ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย อย่างน้อยก็จะได้ไม่ตกเป็นภาระอันหนักอึ้งของผมในตอนที่พี่หญิงไม่อยู่แล้ว

ผมซึ้งใจในความมีน้ำใจของพี่หญิงมาก ๆ เลยล่ะครับ ถึงแม้พี่หญิงจะไม่อยู่แล้วผมก็จะคิดถึงความดีของพี่ตลอดไป อันนี้คิดในใจนะครับ พูดออกเสียงไม่ได้เดี๋ยวจะโดนพลังงานจากพี่หญิงเล่นงานเอา

ทั้งวันตลอดช่วงเช้าเลยมาจนถึงช่วงบ่ายห้องทำงานผมยังคงเงียบสงบ เงียบแบบผิดปกติ เงียบแบบไม่เหมือนที่เคยเป็นถ้าไม่เห็นว่ามีพนักงานแผนกอื่นเดินผ่านไปผ่านมาหน้าห้องผมคงสงสัยไปแล้วว่าวันนี้คนอื่นเขามาทำงานกันหรือเปล่า

แต่จะว่าไปวันนี้ยังไม่เห็นอาหารสายตาของผมเลยนะครับ

ถึงจะรู้ว่าพี่เขาเป็นผู้ชายแต่อย่างน้อยการได้แอบมองก็พอทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจเด็กหนุ่มคนนี้

เผลอเหม่อไปนานสติที่หลุดลอยจึงรีบจดจ่อกับงานบนโต๊ะอีกครั้ง วันนี้ไม่มีใบแจ้งซ่อมส่งมาสักใบ ผมแอบเซ็งเบา ๆ ถ้าอย่างน้อยมีใบแจ้งงานโผล่มาสักใบผมก็จะได้มีข้ออ้างให้เดินไปทักทายห้องทำงานแผนกช่าง

แล้วเสียงประตูห้องทำงานจากคนนอกแผนกก็เปิดเข้ามาเป็นครั้งแรกของวันจึงไม่แปลกที่ผมจะเงยหน้าขึ้นมอง

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีครับพี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามคนที่เพิ่งนึกถึงไปซึ่งเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“คือ...พี่จะมาบอกว่าวันนี้ถึงรอบตรวจเช็กลิฟต์อาคารกับหลอดไฟฟีฟ่าจะไปกับพี่ด้วยไหม”

“ผม...”

ตรวจลิฟต์อาคาร

ตรวจสอบหลอดไฟ

เท่าที่จำได้ไม่เห็นจะมีในใบแจ้งงานและก็มั่นใจว่าทุกใบแจ้งงานผ่านสายตาและความจำผมทั้งหมด ฝ่ายไหนแจ้งงานฝ่ายช่างโดยไม่ผ่านพวกผมกันนะ

“ไปเดินตรวจกับช่างเถอะ พี่ลืมบอกไปว่าทุกเดือนฝ่ายช่างจะมีกำหนดตรวจเช็กอาคารแล้วฝ่ายเราก็ต้องร่วมตรวจสอบด้วยพี่ก็ไปเดินตรวจกับช่างเขาทุกเดือน” พี่หญิงช่วยคลายข้อสงสัยในใจไปจนหมด

เดี๋ยวนะ...

ทุกเดือน หมายความว่าหลังจากนี้ผมจะต้องไปเดินตรวจดูความเรียบร้อยของดิน น้ำ ลม ไฟในอาคารทุกเดือนกับแผนกช่างสินะ

แค่คิดก็เขินแล้วล่ะครับ เดินกันสองต่อสองใครบ้างจะไม่เขิน

แต่ลืมไปเลยว่าแผนกช่างไม่ได้มีแค่คนตรงหน้าคนเดียวสักหน่อย

เห้อ...

“จะไปกี่โมงครับ”

“ตอนนี้เลยครับ”

ได้ยินคำตอบแล้วผมถึงกับรีบแหงนหน้าดูนาฬิกาแขวน เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงเท่านั้นก็จะถึงเวลาเลิกงานกับเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะที่ต้องจัดการ

ใจผมน่ะตอบตกลงพี่ไปแล้วนะ แต่งานบนโต๊ะนี่สิเรียกร้องให้ผมนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ให้ไปไหน

“เดี๋ยวพี่จัดการเอกสารที่ค้างอยู่ให้เอง ไปเดินตรวจกับช่างเขาเถอะ”

อะไรนะ...

ฝนตกขี้แมวไหล คนอะไรใจดีชะมัด

นี่คือพี่หญิงในร่างนางฟ้าที่ไม่เคยแสดงตัวให้ใครเห็นสินะ

“ครับ งั้นผมฝากด้วยนะครับ”

“อืม ตรวจดี ๆ ล่ะ เพราะเราต้องลงชื่อในใบตรวจเช็กด้วย ถ้ามีอะไรเสียหายแล้วไม่ได้แจ้งขึ้นมาผู้บริหารจะมาว่าเราเอาได้”

“ครับพี่หญิง” ผมว่าพลางลุกจากที่นั่งด้วยท่าทีสงบนิ่งโดยไม่แสดงอาการดีใจออกมาให้ใครเห็นถึงแม้จะมีสายตาจากพี่แมวเหมียวจับจ้องอยู่ก็ตาม

“ไปกันเถอะเดี๋ยวฟีฟ่าจะเลิกงานเลทเวลา”

เลทเวลาเลิกงานก็ยอมครับถ้าได้อยู่กับพี่สองคน

“ครับ” ผมตอบน้ำเสียงนิ่งเรียบต่างจากหัวใจเต้นรัว

ทำไมกันนะ ทั้งที่รู้ว่าพี่ภูผาเป็นผู้ชายแต่ผมก็เผลอใจเต้นแรงทุกทีเวลาที่ได้อยู่ใกล้ ยิ่งเวลาที่อีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาหามันยิ่งทำให้ผมคิดไปไกลว่าบางทีอาจจะต้องการทำความรู้จักผมให้มากขึ้น

คิดไปไกลไม่ได้นะฟีฟ่า

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องเตือนสติตัวเอง แต่ผมก็คงปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่าผมแอบชอบคนที่เดินนำหน้าเข้าซะแล้ว

ตุบ

เพราะมัวแต่คิดเรื่องฟุ้งซ่านผมจึงไม่ทันระวังทำให้เดินชนแผ่นหลังคนที่หยุดเดินเข้าแบบเต็มแรงจนร่างกายที่บอบบางกว่าของผมหงายลงไปนั่งกองบนพื้น

เผลอทำเรื่องน่าอายให้อีกฝ่ายเห็นอีกแล้ว

“จับมือสิพี่จะได้ช่วยดึง” ถึงจะเห็นว่าแอบขำแต่อีกฝ่ายก็รีบยื่นมือมาช่วย

“ขอบคุณครับ” ผมจับมือที่ยื่นมาแล้วลุกขึ้นยืนตามแรง

“เจ็บไหม”

“ไม่เจ็บครับ”

“บอบบางจังเลยนะครับ แบบนี้น่าดูแลนะ” อย่ามาพูดจาให้หวั่นไหวได้ไหมครับ แล้วเสียงหล่อนี่มันอะไรกันจะผลักให้ผมตกหลุมรักที่ขุดไว้หรือไง “ปล่อยมือพี่ได้แล้วมั้งครับ หรือว่าอยากจับนาน ๆ”

“ขอโทษครับ” ผมรีบปล่อยมือที่จับกันแน่นแม้ความรู้สึกจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนกุมมือผมไว้ต่างหาก

“ไปทำงานกันเถอะครับ”

“ครับ”

ผมเดินตามหลังไปอย่างเงียบเชียบพยายามควบคุมหัวใจไม่ให้เต้นแรง เราสองคนยืนรอลิฟต์อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่พี่ภูผาจะเดินเข้าไปตรวจสอบลิฟต์ตัวที่เพิ่งเปิดตรงหน้าแล้วส่งเอกสารที่หนีบไว้กับคลิปบอร์ดให้ผมถือไว้

“ไม่มีส่วนไหนชำรุด ปุ่มกดใช้งานได้ทุกปุ่มปุ่มฉุกเฉินใช้งานได้”

“ครับ”

“ภาพรวมถือว่าโอเค ไม่ต้องซ่อมแซมเหลือลิฟต์อีกฝั่งที่ต้องตรวจ”

“ครับ”

“ไม่คิดจะพูดคำอื่นเลยหรือไงครับ”

“ก็ผม...ผมไม่รู้จะพูดอะไร อีกอย่างที่พี่พูดมาผมก็ไม่เข้าใจ”

“โทษทีพี่ก็ลืมไปเลยว่าเราไม่ใช่ช่าง งั้นเดี๋ยวพี่จะสอนให้เพราะหลังจากนี้เราคงได้มาเดินตรวจด้วยกันบ่อย” พูดจบเจ้าตัวก็ดึงแขนผมกลับไปที่ลิฟต์ที่เพิ่งจะเดินออกมา

“พี่จะไปไหนครับ”

“ไปหาที่สอนงานไงครับ จะให้พี่เชกไปด้วยทำเอกสารไปด้วยก็เสร็จช้ากันพอดี”

“แล้วพี่จะพาผมไปไหนหรอครับ” ผมถามอีกครั้งเมื่อถูกดึงเข้ามาในลิฟต์แล้วพี่ภูผาก็ใช้บัตรพนักงานสแกนเพื่อให้กดปุ่มที่จะไปยังชั้นบนสุดของอาคาร

“พี่ไม่พาเราไปข่มขืนหรอกครับ”

“ค...ครับ”

“หรือเราอยากให้พี่ทำอย่างที่พูด”

“พี่...”

“นึกว่าจะตอบว่าครับซะอีก” เสียงหัวเราะเบา ๆ แต่ผมนี่สิครับถึงกับไปต่อไม่ถูกกันเลยทีเดียวยิ่งในตู้เหล็กทรงสี่เหลี่ยมที่มีกันแค่สองคนตอนนี้ แถมที่ตั้งกว้างเรายังยืนชิดกันอีก

ผมเขินพี่จะรู้บ้างไหมเนี่ย

ในที่สุดเราสองคนก็ถึงชั้นบนสุดของอาคารคนนำมาผลักประตูเหล็กออกให้ได้เห็นดาดฟ้า ลานโล่งที่มีดอกไม้ปลูกเรียงเป็นแถวให้ผ่อนคลายสายตามองเลยออกไปก็เป็นหลังคาบ้านเรือนและตึกสูงมากมายที่เห็นเรียงรายกันจนแน่นขนัดมันดูน่าตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับคนที่ขึ้นมาเป็นครั้งแรก

“อากาศดีไหมล่ะ” อีกฝ่ายทำท่าสูดอากาศเข้าเต็มปอดส่วนผมก็รีบทำตาม “ชอบไหม”

“เอ่อ...” จะให้ตอบอย่างไรดีล่ะกับคำถามที่ว่าชอบไหมเพราะผมไม่รู้ว่าหมายถึงชอบอะไรระหว่างบรรยากาศที่เห็นเป็นครั้งแรกหรือชอบพี่เขา หรือเป็นผมเองที่ไม่กล้าจะตอบออกไปเพราะอยากให้ความหมายของคำถามตรงกับที่ใจแอบคิด

ถ้าจะให้ตอบว่าชอบพี่ไหม

ตอบได้ทันทีเลยครับว่าชอบ

“คิดนานจัง”

“ชอบครับ”

“ชอบพี่หรือชอบบรรยากาศล่ะ”

“เอ่อ...” นาทีนี้เลือดร้อน ๆ วิ่งพล่านทั่วใบหน้าจนร้อนผ่าวเลยล่ะครับ ทั้งที่คิดไว้ในใจว่าสามารถตอบได้หากเจอคำถามแบบนี้แต่พอเอาเข้าจริงกลับไปไม่ถูก

“พี่ล้อเล่น ไปหาที่นั่งกันดีกว่าพี่จะได้สอนเราดูเอกสาร”

เป็นบรรยากาศที่แสนอบอุ่นกับการเรียนรู้ทำให้ผมตั้งใจเป็นนักเรียนที่ดี ยิ่งได้เห็นคนหน้าคมที่ดูจริงจังกับงานในระยะใกล้แบบนี้ยิ่งทำให้นักเรียนอย่างผมใจสั่นตกหลุมเสน่ห์ผู้ชายคนนี้เพิ่มมากขึ้นไม่รู้อีกกี่สิบกี่ร้อยเท่า

“มองหน้าพี่แบบนี้พี่ก็เขินเป็นนะ”

ผมรีบก้มหน้าหลบทันที นี่ผมเผลอมองจนอีกฝ่ายรู้ตัวเลยหรอเนี่ย

โอ้ยยย...ทำเรื่องน่าอายอีกจนได้ฟีฟ่าเอ๊ย

“วันนี้พอแค่นี้แล้วกันนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะพาเราขึ้นมาใหม่”

“พรุ่งนี้”

“ใช่ครับ พรุ่งนี้เรายังต้องเดินตรวจหลอดไฟทั้งอาคารกับพี่อีกนะ ช่วงบ่ายทำตัวให้ว่างล่ะ”

“ครับ งั้นวันนี้เรากลับกันเลยไหมครับ” ผมมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบหกโมงเย็น

นี่ล่ะที่เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ

“งั้นก่อนกลับ เรามาถ่ายรูปกันดีกว่า” พูดจบพี่ภูผาก็ดึงเอาผมไปคล้องคอไว้แล้วหยิบมือตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้

“ไม่ยิ้มเลย ยิ้มหน่อยสิเราอะ”

ยิ้มก็ยิ้มครับ

ใกล้กันขนาดนี้พี่รู้ไหมว่าผมเขินจะแย่ แล้วใกล้ขนาดนี้พี่เขาจะได้ยินเสียงหัวใจผมไหมนะ

วันนี้ช่างเป็นวันทำงานที่มีความสุขจริง ๆ

เนื้อหาโดย: monkeythink
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
monkeythink's profile


โพสท์โดย: monkeythink
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
มาเป็นคนแรกที่ VOTE ให้กระทู้นี้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทึ่งทั่วไทย : คูเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่มาแล้ว! 10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 16 เมษายน 68..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!!รอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีช่างภาพเผยภาพดวงตา "วาฬ" ในระยะใกล้ครั้งแรก! สีฟ้าสดใสและรายละเอียดสุดน่าทึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพฤติกรรม ‘ไร้เสน่ห์’ ลดทอนเสน่ห์ ทำให้คนอื่นอยากอยู่ห่างไกลตลาดควนเนียง ราวปี 2479: หาบปุ๋ยมูลค้างคาวไปบำรุงนาข้าว อ.รัตภูมิ จ.สงขลาเลขเด็ด "ทักษามหาโชค" งวดวันที่ 16 เมษายน 68 มาแล้ว!..อยากรวย รีบส่องเลย!ชีวิตติดแกลม แต่เงินในบัญชีติดลบ ชีวิตลูกคุณหนู เน้นจ่าย ไม่เน้นออมDark Empaths บุคลิกภาพสุดย้อนแย้ง พฤติกรรมด้านมืดของการใช้ความเข้าอกเข้าใจ มองหาช่องว่าง เพื่อหลอกใช้คนอื่นเช็กดวงรายปักษ์ (1–15 เมษายน 2568) โดย อาจารย์เก๋ “สื่อจิตพิฆาตดวง”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีพระเอกจีนปล่อยความหล่อ โชว์ไหว้สวยที่สนามบินไทย แฟนคลับกรี๊ดกระจาย!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ประเทศกัมพูชา มีโอกาสล่มสลายหรือไม่ วันนี้มาลองวิเคราะห์กันดูนะคะนาคีลำโขงที่รักตอนที่9 เริ่มมีความรักนาคีลำโขงที่รักตอนที่8 พาสาวเที่ยวบ้านนาคีลำโขงที่รักตอนที่7 คนชั่วมาเจอกัน
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง