ประวัติหลวงพ่อคูณ
เขียนโดย jak3535
หลวงพ่อคูณ
เกิดเมื่อ 04 ตุลาคม พ.ศ.2466
อุปสมบท : 05 พฤษภาคม พ.ศ.2487
สภาณภาพ : มรณภาพ(เมื่อ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2558
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ), นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ และนางทองหล่อ เพ็ญจันทร์ (แต่บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว) มารดาได้เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ก่อนตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3 นางได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้านของนาง และเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วใสสะอาดสุกว่างให้แก่นางด้วย ในด้านการศึกษา ในวัย 6-7 ขวบ หลวงพ่อคูณได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม โดยพระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย ทำให้หลวงพ่อคูณรู้วิชาไสยศาสตร์มาแต่เยาว์วัย ชีวิตช่วงอุปสมบท หลวงพ่อคูณได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก หลวงพ่อคูณได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยหลวงพ่อคูณ ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้ เป็นเพื่อนกันต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะ มักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิชาอาคมแก่กันเสมอ เมื่อหลวงพ่อคงเห็นว่า ลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป แรก ๆ หลวงพ่อคูณก็ธุดงค์ จาริกอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกออกไปไกล ๆ กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มุ่งเข้าสู่ป่าลึก ซึ่งหลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศกัมพูชาสู่ประเทศไทย กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทาง พระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ. 2496 นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย
เนื้อหาโดย: jak3535
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: sukhee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
10 สถานที่ในไทยที่มีตำนานลึกลับ ถูกเล่าต่อมาหลายยุค
ขาอ่อนแรงควรนอนพักหรือฝืนเดิน? จุดต่างที่ต้องแยกให้ชัด
โรงเรียนเล็กที่สุดในไทย มีนักเรียนกี่คน และทำไมจัดอันดับยากกว่าที่คิด
ฝนมาช้า น้ำในนาแห้ง! เตือนเกษตรกรรับมือภัยแล้งก่อนสายเกินไป
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
สรุปแนวทางหวยลาว 23 มิถุนายน 2569 จากหลายสำนัก หลายอาจารย์ เลขไหนน่าจับตา?
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
ตำส้มเมือง ส้มตำฉบับล้านนา รสชาติเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 สถานที่ในไทยที่มีตำนานลึกลับ ถูกเล่าต่อมาหลายยุค
ฝนมาช้า น้ำในนาแห้ง! เตือนเกษตรกรรับมือภัยแล้งก่อนสายเกินไป
เล้งแซ่บ อาหารชื่อจีนปนอีสานขวัญใจสายแซ่บ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน



