3วิธีคิดแบบคนรวยและคนจน
ในโลกนี้มีผู้คนมากมายหลายพันล้านคนแต่มีคนที่ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้นั้นเพียง1%ของจำนวนคนทั้งหมดในโลกนี้เท่านั้นและมีเพียง5%ที่มีฐานะในระดับหนึ่งหลังปลดเกษียณอายุ ส่วนอีก94%ที่เหลือคืออยู่ในระดับล่างๆที่เดินทำงานเดือนชนเดือน หรือทำงานเพื่อหาเช้ากินค่ำ หรือไปจนถึงยากจนมาก หรือแบบขอทาน ไม่มีที่อยู่อาศัยฯลฯ
แล้วสาเหตุอะไรที่ทำให้มีคนเพียง1%เท่านั้นที่เป็นคนรวยในโลกใบนี้ล่ะ วันนี้ผมจะมาบอกเล่าให้ทุกคนได้รับรู้ไปพร้อมๆกันนะครับ
ทำไมคน1%นั้นถึงประสบความสำเร็จได้มีอยู่3ข้อหลักๆเท่านั้นคือ 1.ความคิด 2.ความกล้า และ3.การลงมือทำ
ความคิด ก็เพราะว่าคนรวยจะมีความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่นทั่วๆไป ทุกๆครั้งที่มีปัญหาในชีวิต คนรวยจะมีความคิดหาวิธีหรือหาแนวทางในการแก้ไขปัณหานั้นๆให้ผ่านไปได้ตลอด เพราะคนรวยเชื่อว่าไม่มีอะไรที่คนเราทำไม่ได้ ถ้าทำผิดพลาดก็ต้องแก้ไข ถ้าทำแล้วไม่ดีก็ให้ทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงล้มก็ต้องลุกแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ ส่วนคนจนหรือผู้คนส่วนใหญ่นั้นก็จะคิดแค่ว่าก็ฉันทำไม่ได้อ่ะหรือก็ชีวิตฉันถูกลิขิตมาแบบนี้อ่ะ แล้วก็หยุดอยู่แค่ตรงนั้น
ความกล้า คนรวยนั้นจะเป็นคนที่กล้าคิดที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าแสดงออกในด้านต่างๆ และกล้าตัดสินใจในช่วงเวลาที่สถานการณ์คับขัน กล้าลงทุนในสิ่งที่ตนนั้นทำ กล้าที่จะใฝ่ฝัน แม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม คนรวยจะพร้อมยอมรับกับมันได้เสมอ ส่วนคนจนนั้นจะไม่กล้าที่จะตัดสินใจเพราะกลัวการสูญเสียหรือขาดทุนและยอมย่ำอยู่กับที่ดีกว่าต้องเสียอะไรไปในชีวิต
การลงมือทำ แน่นอนว่าถ้าเป็นคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ดี กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแล้วนั้นแต่ไม่มีการลงมือทำ มันก็เปล่าประโยชน์อะไรเช่นกันคนรวยนั้นเมื่อเขาคิดได้แล้วและตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้วเขาจะลงมือทำทันที จะไม่มีการรอหรือผลัดวันประกันพรุ่งเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองนั้นต้องการ ส่วนคนจนนั้นส่วนใหญ่แล้วพอคิดได้ ตัดสินใจแล้ว แต่ก็จะไม่ค่อยลงมือทำเพราะมัวแต่กลัวโน่น นี่ นั่น จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตสักที
สรุปก็คือคน1%ที่เป็นมหาเศรษฐีได้นั้นพวกเขาก็มักจะเคยผ่านเรื่องราวแย่ๆเข้ามาในชีวิตเหมือนทุกๆคนทั่วไปเพียงแต่สาเหตุที่ทำให้คน1%สามรถประสบความสำเร็จได้ในชีวิตนั้นเพราะเขามี3ข้อนี้และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆที่ถาถมเข้ามาในชีวิตจนก้าวข้ามผ่านความล้มเหลวไปเป็นความสำเร็จในที่สุดนั่นเอง
จงจำเอาไว้ว่า "ความสำเร็จนั้น ไม่ใช่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน" และหากว่าคุณอยากเป็น1%คุณก็ต้องเริ่ม กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และรีบลงมือทำ ในวันนี้
และถ้าคุณคิดว่า บทความนี้พอที่จะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ก็อย่าลืมแชร์ออกไปให้เพื่อนๆของคุณได้รับรู้ด้วยนะครับ
จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไร
เปิดกรุ 5 มหาวิทยาลัยที่รวยที่สุดในไทย รายได้พุ่งระดับพันล้าน บริหารทรัพย์สินเก่งจนน่าทึ่ง
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
เจาะลึกเคมีในสกินแคร์: อ่านส่วนผสมหลังกล่องให้เป็น สารตัวไหน "ผิวใสจริง" หรือแค่ "การตลาด"? (ฉบับเข้าใจง่ายที่สุด!)
กฎใหม่ของสายการบิน Cathay Pacific จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน! ประตูขึ้นเครื่องจะปิดเร็วกว่าเดิม 15 นาที
ไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?
เมื่อก่อนประเทศไทยเคยมีคำว่า ป.7 และ ม.8
ทำไมต้องดอกบัว? เปิดความหมายดอกไม้แห่งพุทธบูชา และเทรนด์พับดอกบัวถ่ายรูปยอดฮิต
"ชิชาร์รอน" ตำนานหนังหมูกรอบจากสเปน กับเรื่องเล่าสุดแปลกของหมูเกาหลัง



