สอนลูกออมเงินตั้งแต่เด็ก..อนาคตของคนที่เรารัก
แม้จะอยู่ในช่วงวัยเด็ก แต่การเก็บออมเงินและรู้จักคุณค่าของเงินที่ได้รับมาไม่ว่าทั้งจากทางครอบครัวโดยตรงหรือจากบุคคลอื่นก็เป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม ยิ่งปลูกฝังให้จำขึ้นใจได้เร็วเท่าไหร่ก็จะช่วยส่งผลระยะยาวเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เริ่มทำงาน มีความต้องการซื้อบ้าน มีความต้องการสร้างครอบครัวที่มั่นคง จะได้ไม่ลำบากและนึกคิดย้อนกลับมาว่ารู้แบบนี้เก็บออมเงินตั้งแต่เด็กดีกว่า ด้วย 8 วิธีสอนลูกออมเงิน ดังนี้
1. ปลูกฝังตั้งแต่ก้าวแรก
การจะสอนลูกออมเงินและรู้จักค่าของเงิน คุณควรเริ่มสอนทันทีที่ลูกโตพอออกไปซื้อของหรือกดเงินจากเครื่องเอทีเอ็มกับคุณได้ สำหรับเด็กวัย 3-4 ขวบ เอทีเอ็มนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมาก
ก่อนพาลูกไปกดเงิน คุณควรเล่าให้ลูกฟังว่าคุณต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาไว้ในบัญชีธนาคาร และเมื่อไปกดเงินที่เครื่องเอทีเอ็ม คุณสามารถสอนลูกได้ว่าเงินไม่ได้ออกมาจากช่องจ่ายบนเครื่องเฉย ๆ แต่ออกมาจากบัญชีของคุณ ทำให้คุณมีเงินเหลือในบัญชีน้อยลง ถ้าอยากให้มีเงินกลับขึ้นมาเท่าเดิม คุณก็ต้องทำงานอีก
2. นับเหรียญและธนบัตร
สำหรับเด็กเล็ก เราสอนลูกเรื่องสกุลเงินและวิธีนับค่าเงินของเหรียญกับธนบัตรได้ ลองเล่นเกมนับเหรียญเรียงเป็นตั้ง ๆ ให้ได้ค่าเงินตามที่กำหนดไว้ หรือคุณอาจสอนลูกให้ค่อย ๆ เก็บออมเงินเพื่อซื้อขนมที่ลูกชอบ ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องค่าเงิน
3. ซื้อไปด้วยเรียนไปด้วย
สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาอีกสักหน่อยและเคยไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกับคุณแล้ว บอกให้ลูกเลือกซื้อของใช้ในบ้านสักชิ้น สอนลูกให้รู้จักแยกแยะราคาของสินค้าประเภทเดียวกันว่าชิ้นไหนถูกชิ้นไหนแพง กำลังซื้อของครอบครัวเป็นหัวข้อสำคัญในบทเรียนนี้ และซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นสถานที่ที่เหมาะใช้สอนลูกอย่างยิ่งว่าอะไรคือ "ของจำเป็น" และอะไรคือ "ของฟุ่มเฟือย"
4. เริ่มสอนเรื่องสินเชื่อหรือบัตรเครดิต
ถ้าลูกรบเร้าให้คุณซื้อของเล่นสักชิ้น อย่าดุว่าหรือซื้อให้ลูกทันที คุณควรต่อรองให้ลูกออมเงินไว้ซื้อเองวันหลัง หากพูดยังไงลูกก็ไม่ฟัง นี่อาจเป็นโอกาสดีที่คุณจะสอนลูกเรื่องสินเชื่อหรือบัตรเครดิต
เริ่มจากบอกลูกว่าคุณจะให้ลูกยืมเงินไปซื้อของก่อน และลูกต้องหาเงินมาคืนให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่อย่างนั้นลูกต้องจ่ายเงินคุณเพิ่มเป็นค่าดอกเบี้ยตามอัตราที่คุณกำหนด ถ้าคุณปลูกฝังนิสัยนี้ให้ลูกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ลูกจะเห็นคุณค่าของของแต่ละชิ้นว่าหาซื้อมาได้ด้วย "เงินของตัวเอง"
5. เปิดบัญชีธนาคารและทำบัตรเดบิตให้ลูก
เมื่อลูกโตพอจะมีเงินค่าขนมแล้ว สอนให้ลูกรู้จักพื้นฐานของการทำงานหาเงินและทำบัญชีรายรับรายจ่าย คุณอาจให้ลูกดูสลิปเงินเดือนของคุณและเล่าให้ลูกฟังคร่าว ๆ ว่าคุณใช้เงินกับเก็บออมเงินอย่างไร คุณอาจเปิดบัญชีธนาคารให้ลูกและย้ายเงินรับขวัญหรือเงินที่ลูกได้รับจากญาติ ๆ ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ มาไว้ในบัญชีนี้
เด็ก ๆ ชอบที่จะได้รู้สึกว่าตัวเองเป็น "ผู้ใหญ่" ธนาคารบางแห่งมีบัตรเดบิตสำหรับเด็กด้วย การให้ลูกได้เป็นเจ้าของบัตรสักใบนับเป็นความคิดที่ดีตราบใดที่คุณหมั่นติดตามการใช้จ่ายของลูก
6. ตั้งงบและติดตามค่าใช้จ่าย
วัยรุ่นและวัยย่างเข้าวัยรุ่นพร้อมจะเรียนรู้เรื่องงบและการตั้งเป้าแล้ว แนะแนวทางให้ลูกหัดตั้งงบสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ เช่น เงินค่าเติมมือถือ ค่าดูหนัง ค่ากาแฟเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อน เด็กยุคปัจจุบันไวเรื่องเทคโนโลยี บอกให้ลูกใช้แอปพลิเคชันติดตามค่าใช้จ่ายของตัวเองดูก็เป็นความคิดดี
สำหรับลูกวัยรุ่น ถ้าคุณต้องการสอนเรื่องการวางแผนการเงิน ลองแนะนำให้ลูกฝากเงินบางส่วนในบัญชีฝากประจำเพื่อดอกเบี้ยที่สูงกว่า ลูกจะได้เรียนรู้ถึงข้อแตกต่างของการออมเงินแต่ละประเภท
7. หมั่นตรวจสอบค่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
ปัจจุบันเด็กสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันขายของทางสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย และอาจเผลอใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย คุณควรหมั่นตรวจสอบเรื่องนี้ แต่อย่าถึงกับห้ามลูกใช้มือถือ คุณควรสอนลูกให้เขียนรายการของที่อยากได้และให้ศึกษาหลาย ๆ เว็บดูว่าที่ไหนขายของนั้น ๆ ถูกที่สุด และเน้นย้ำถึงความแตกต่างระหว่าง "ของจำเป็น" กับ "ของฟุ่มเฟือย" ที่สำคัญคือลูกต้องใช้เงินให้อยู่ในงบค่าขนมของตัวเองเท่านั้น
8. ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
ข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดของการสอนลูกออมเงินคือ คุณต้องเป็นตัวอย่างให้ลูก อย่าลืมว่าลูกเปรียบเสมือนฟองน้ำที่จะดูดซับนิสัยทุกอย่างของคุณ ทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างด้วยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน เก็บออมเงินฉุกเฉินและใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ถ้าคุณมีความรับผิดชอบต่อการใช้เงินของคุณเอง คุณก็จะส่งต่อค่านิยมเดียวกันนี้ให้ลูก และคุณจะมั่นใจได้ว่าลูกสามารถบริหารเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อพ้นอกคุณไป
8 วิธีง่าย ๆ เพื่อวางแผนอนาคตให้คนที่เรารัก มีวินัยทางการเงิน อย่างน้อยเราก็จะได้เบาใจได้บ้างว่าลูกของเรา สามารถที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขในอนาคต 

อ้างอิงจาก: theindusparent.com, theAsianparent.com
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
🇹🇭 “ไทย” ดังระดับโลก! ขนมไทยผงาดติดท็อป 1 ใน 100 ของหวานอร่อยที่สุดในโลก ต่างชาติยกนิ้ว เขมรได้แต่นั่งเซ็ง บอกเบา ๆ ‘บ้านฉันก็มีนะ’
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดก็คือวันหยุด วันแห่งความสุขมักจะหมดเร็ว แป๊บเดียววันหยุดมันก็จะผ่านไป ขอบคุณครับ
นี่สนามรบไม่ใช่ฮาเร็ม ทหารเขมรหิ้วเมียเข้าสนามรบ ช่วยใส่ลูกปืน สุดท้าย ดับคาบังเกอร์
เปิดประวัติ "Cheerio" ผู้เล่นเงาของ Tokyogurl
เมื่อเพื่อนฝรั่งบอกว่า กลิ่นใบเตยเหมือนกลิ่นนี้.....?
ด่วนที่สุด กรุงการากัสเดือด! สหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการ "โทมาฮอว์ก" ถล่มเวเนซุเอลา
แฉให้ยับ! "เชลยเขมร" ถึงบ้านปุ๊บ รีบอัดคลิปแฉทันที! "เงินบริจาค" หายเกลี้ยง! โดนรัฐบาลปล้นเรียบไม่เหลือถึงมือแม้แต่บาทเดียว!
ขบวนแห่แต่งงานตกแม่น้ำ หลังจู่ๆสะพานก็พังถล่มลงมา
เขมรโวย หาว่าไทยล้ำแดน หลังทหารไทย ยกตู้คอนเทนเนอร์ไปวาง
เปิดโมเดลครอบครัวญี่ปุ่น ภรรยาบริหารการเงินทั้งบ้าน สามีรับเงินใช้รายวัน วัฒนธรรมเก่าแก่ที่ทำให้ชาติออมเงินเก่งติดอันดับโลก
บ้านเรานั้นเรียกว่า "ไก่ต๊อก" ความน่ารักในกิจกรรมประจำวัน
เรียงความเรื่อง ของขวัญปีใหม่
ครบ 25 ปี คดีสะเทือนขวัญในประเทศญี่ปุ่น “คดีการสังหารยกครัวมิยาซาวะ”