สาเหตุที่กษัตริย์และราชินีในยุคกลางอาบน้ำเพียงไม่กี่ครั้งตลอดพระชนม์ชีพ
“สุขอนามัย” คือสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง
การชำระล้างร่างกาย การรักษาความสะอาด ช่วยป้องกันเชื้อโรคและโรคภัยไข้เจ็บ หากแต่ย้อนไปในสมัยโบราณ เรื่องของสุขอนามัยไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญมากนัก โดยเฉพาะในยุคกลาง ซึ่งสามัญชนกลับให้ความสำคัญต่อความสะอาดมากกว่าพระราชวงศ์
นักประวัติศาสตร์หลายรายต่างบอกว่าผู้คนในสมัยโรมัน ล้วนแต่สะอาดกว่าผู้คนในยุคกลาง
โรคระบาดต่างๆ ล้วนแต่เกิดขึ้นในยุคกลาง โดยในเวลานั้น ผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสะอาดมากนัก ไม่มีการชำระล้างร่างกายมากเท่าที่ควร
การอาบน้ำ ถือเป็นการชำระล้างร่างกายที่เก่าแก่ที่สุด และง่ายที่สุดตั้งแต่ยุคโบราณ หากแต่ในสมัยก่อน มีเพียงคนรวยเท่านั้นจึงจะมีห้องอาบน้ำส่วนตัว ในขณะที่ผู้คนส่วนมากจะอาบน้ำโดยใช้หม้อน้ำใหญ่ หรือไม่ก็อาบน้ำในแม่น้ำ
นักประวัติศาสตร์บางรายกล่าวว่าชาวยุโรปเริ่มอาบน้ำบ่อยๆ ก็เนื่องจากอิทธิพลของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งชาวออตโตมันนั้นเป็นผู้ที่รักษาความสะอาดและสุขอนามัยอย่างดี
จริงอยู่ที่ว่าชาวยุโรปในยุคกลางส่วนมากมีฐานะที่ไม่ได้ร่ำรวย ค่อนข้างยากจน เช่นเดียวกับผู้คนทั่วโลกในเวลานั้น แต่คำถามก็คือ
“ทำไมพระราชวงศ์ที่มั่งคั่งจึงไม่ค่อยชำระล้างร่างกาย?”
พระราชวงศ์ส่วนใหญ่มองว่าพระองค์นั้นอยู่เหนือประชาชน พระองค์เป็นผู้วิเศษ มีรังสีบางอย่างหรือ “ออร่า” ที่เหนือคนทั่วไป และออร่านี้ก็จะหายไปหากชำระล้างร่างกาย
บางคนก็ว่าพระราชวงศ์นั้นเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถจะสกปรกได้ และมีพระราชวงศ์เพียงไม่กี่องค์เท่านั้นที่ยอมรับว่าตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์สรงน้ำเพียงไม่กี่ครั้ง
“สมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลที่ 1 แห่งกัสติยา (Isabella I of Castile)” ผู้ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 15-ต้นศตวรรษที่ 16 ได้ทรงยอมรับว่าตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์สรงน้ำเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
ครั้งแรกก็คือเมื่อคราวที่พระองค์เสด็จพระราชสมภพ อีกครั้งก็คือก่อนวันอภิเษกสมรสของพระองค์
แต่ถึงจะไม่ได้สรงน้ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะไม่ชำระล้างส่วนต่างๆ ของพระวรกายเลย คืออาจจะมีการล้างพระพักตร์ พระหัตถ์ หรือส่วนต่างๆ ของพระวรกาย
และในสมัยนั้น การอาบน้ำก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพิธีกรรมทางศาสนา เป็นสิ่งพิเศษที่นานๆ ครั้งจึงจะทำซักที
ในช่วงศตวรรษที่ 17 และศตวรรษที่ 18 ชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศสต่างพยายามเลี่ยงการอาบน้ำ และสิ่งที่นำมาแทนที่น้ำและสบู่ ก็คือแป้งทาหน้า น้ำมัน และน้ำหอม เพื่อใช้ในการทำความสะอาดและปกปิดกลิ่นที่เหม็น
“พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส (Louis XIV)” จะทรงแต่งพระพักตร์ทุกเช้า และใช้น้ำหอมครึ่งขวดเพื่อปกปิดกลิ่นพระวรกาย
มีเรื่องเล่าว่าพระองค์ทรงกลัวน้ำ และตลอดพระชนม์ชีพก็สรงน้ำเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
นี่ก็เป็นเกร็ดทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากค่านิยมของคนในสมัยนี้
อ้างอิงจาก: https://historyofyesterday.com/why-did-some-medieval...
https://www.historyextra.com/.../strange-weird-odd-bad.../
https://www.medievalists.net/.../did-people-in-the.../
http://www.todayifoundout.com/.../did-people-in-medieval.../
ต้นฉบับ: https://www.blockdit.com/posts/628cf59f571a8299fa2b05e1
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
สาวเข้า MRI โดยไม่บอกความจริง ว่ามีโลหะในร่างกาย เกือบคร่าชีวิต
ดื่มน้ำอย่างไรถึงจะพอดี ช่วงเวลาดื่มน้ำ ที่ร่างกายต้องการ
ทรัมป์ประกาศเก็บภาษี 25% ต่อประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน
หนังผีสุดโด่งดังของประเทศไทย ที่ถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศ
สีผ้าปูที่นอนตามวันเกิด เรียกทรัพย์ ปี 2569 ผ้าปูที่นอนสีไหนช่วยเสริมดวงสุขภาพ หลับสบาย และ โชคดี สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ - วันพุธกลางวัน
เลขเด็ด "อ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..อย่ารอช้า รีบมาส่องเลย!
สาวเข้า MRI โดยไม่บอกความจริง ว่ามีโลหะในร่างกาย เกือบคร่าชีวิต
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก




