หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนาน ปลัดขิก เป็นรูปจำลองอวัยวะเพศชาย ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร..มาดูกัน

ตำนาน ปลัดขิก เป็นรูปจำลองอวัยวะเพศชาย มักทำด้วยไม้ ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร..มาดูกัน

ทุกๆคนคงจะรู้จักปลัดขิกกันแล้วใช่ไหมครับปลัดขิกก็คือรูปจำลองอวัยวะเพศชาย มักทำด้วยไม้ เป็นดุ้นมีหลายขนาดนะครับทั้งขนาดใหญ่ยาวเล็กก็แล้วแต่ความพอใจของแต่ละอาจารย์ที่ทำปลัดขิกนะครับ

แต่ก็ยอมรับเลยว่าประเทศไทยเนี่ยน่าจะมีปลัดขิกที่มีคุณลักษณะพิเศษคาถาอาคมมากที่สุดก็ว่าได้นะครับ...น่าจะเป็นดิลโด้รุ่นแรกๆก็ว่าได้ที่มีลักษณะพิเศษแปลกแตกต่าง ของต่างประเทศ...ไทยจะลงคาถาอาคมมีที่มาที่ไป มีความเชื่อ เเกี่ยวกับโชคลาภหรือเรียกทรัพย์ทำเสน่ห์มหาเสน่ห์อะไรก็แล้วแต่นะครับ

ใครอยากจะเชื่ออะไรก็เชื่อ..ถ้าเชื่อถือแล้วมีความสุขกาย สบายใจก็ไม่เสียหายแต่อย่าไปทำให้ใครเดือดร้อนเลยนะครับเป็นดีที่สุด...

เราจะมาเข้าเรื่องบทความกันเลยดีกว่านะครับ

👉🏿ปลัดขิก เป็นรูปจำลองอวัยวะเพศชาย มักทำด้วยไม้ ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง อ้ายขิก, ไอ้ขิก หรือ ขุนเพ็ด ก็เรียก

ปลัดขิกทำจากไม้รัก

ลักษณะ

👉🏿ปลัดขิกหรือขุนเพ็ดจัดเป็นเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่งของคนไทย ปลัดขิกส่วนมากแกะสลักมาจากไม้ที่เชื่อกันว่าเป็นไม้มงคล หรือบางทีอาจทำจาก หิน ทองเหลือง ทองแดง กัลปังหา เขา งา เขี้ยว ของสัตว์ แกะสลักเป็นรูปร่างเหมือนอวัยวะเพศชายแต่ไม่มีหนังหุ้มปลายอวัยวะ มีขนาดต่าง ๆ กันและยาวพอเหมาะกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง เมื่อทำการแกะสลักแล้วก่อนนำมาบูชาเป็นเครื่องรางของขลังจะต้องทำการปลุกเสกโดยผู้มีความรู้ด้านไสยศาสตร์ หรือพระภิกษุ 

👉🏿ซึ่งหากทำการปลุกเสกด้วยพระภิกษุเชื่อกันว่าจะได้รับพระพุทธคุณมาด้วย ในปัจจุบันจึงพบว่าปลัดขิกส่วนใหญ่มาจากการปลุกเสกของพระภิกษุ คนไทยบางคนเชื่อกันว่าให้คุณแก่ผู้บูชา ส่วนชาวต่างชาติก็ทำเป็นของสะสม

👉🏿ส่วนชื่อเรียก ปลัดขิก ไม่มีที่มาปรากฏชัดว่าเหตุใดจึงเรียกเช่นนั้น ส่วนคำว่า ปลัด หมายถึง ตำแหน่งรองจากตำแหน่งที่เหนือกว่า หรือสันนิษฐานว่าพ้องเสียงมาจากคำว่า ปราศวะ ในภาษาสันสกฤต แปลว่าเคียงข้าง

เนื่องจากผู้บูชาปลัดขิกนิยมแขวนไว้ที่เอวหรือหากเป็นเด็กจะแขวนที่คอ เมื่อมีผู้พบเห็นแล้วเกิดหัวเราะเสียงดังคล้าย คิกๆคักๆ จึงอาจเพี้ยนมาเป็นปลัดขิก

ประวัติ

ตามความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมานั้น สันนิษฐานว่าอาจได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดียในแถบตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 2000 ปีก่อน โดยอาจเกี่ยวข้องกับชาวฮินดูที่นับถือพระอิศวร และบูชาแท่งหินแกะสลักคล้ายอวัยวะเพศชาย เรียกว่า ศิวลึงค์

การเริ่มบูชาปลัดขิกนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการบูชาพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งได้มีการสร้างเสาหินที่ผสมผสานระหว่างรูปร่างของพระอาทิตย์และพระจันทร์เข้าด้วยกัน หากดูผิวเผินจะคล้ายกับอวัยวะเพศชาย จึงเรียกว่า ลึงค์ เมื่อมีความเชื่อเกี่ยวกับพระอิศวรหรือพระศิวะกับพระอุมา ศิวะลึงค์จึงได้สร้างขึ้นมาให้มีขนาดเล็กลงเพื่อความสะดวกในการพกพา

👉🏿บางตำนาน กล่าวว่าเกิดจากบรรดาเทพและมนุษย์ร่วมกันสร้างเพื่อบูชาพระศิวะ แต่การจะสร้างพระศิวะเพื่อบูชานั้นอาจดูว่าเป็นเรื่องธรรมดามากเกินไป จึงได้สร้างศิวะลึงค์ขึ้นบูชาซึ่งอาจสื่อถึงความมีราคะของพระศิวะ

👉🏿ส่วนอีกตำนานหนึ่งนั้นกล่าวว่า วันหนึ่งพระศิวะร่วมเสพสังวาสกับพระอุมาในท้องพระโรง ทำให้บรรดาเหล่าเทพที่มาเข้าเฝ้าเห็นเข้า และแสดงความไม่นับถือต่อพระศิวะ ด้วยด้วยเหตุนี้พระศิวะจึงบันดาลโทสะและประกาศในท้องพระโรงนั้นว่า อวัยวะของพระองค์นี่แหละจักปกป้องคุ้มครองแก่ผู้เคารพบูชา หากเทพหรือมนุษย์ผู้ต้องการประสบความสำเร็จและความสุขในชีวิตจะต้องเคารพบูชาให้กราบไหว้บูชาอวัยวะของพระองค์

👉🏿มีบางตำนานกล่าวว่า วันหนึ่งเกิดโรคระบาดจนมีผู้คนล้มตายลงเป็นอันมากและเชื่อกันว่าเกิดจากพระอุมา อัครมเหสีของพระศิวะเกิดบันดาลโทสะโดยไม่ทราบสาเหตุ เหล่าพราหมณ์จึงแก้ด้วยการทำสิ่งบูชาคล้ายอวัยวะเพศชายเพื่อเป็นตัวแทนพระอิศวรและทำให้โรคระบาดหายไปในที่สุด

👉🏿ตำนานที่เชื่อกันว่าน่าเชื่อถือที่สุดคือตำนานเกี่ยวกับการบูชา ตรีมูรติ มีการบูชาเทพผู้เป็นใหญ่ทั้งสามได้แก่ พระศิวะ พระพรหม พระวิษณุ และเทพทั้งสามได้มาปรากฏกายให้ผู้บูชาได้ชื่นชมพระบารมี โดยพระพรหมปรากฏเป็น สี่หน้า สี่กร พระวิษณุ เป็นเทพธรรมดา ส่วนพระศิวะปรากฏให้เห็นเฉพาะส่วนที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเพศชาย หลักจากนั้นจึงได้มีการสร้างสิ่งเคารพที่แสดงถึงเทพทั้งสามตามที่ปรากฏให้เห็น

😁ในประเทศไทยไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มมีมาในสมัยใด และมีความแแตกต่างจากศิวลึงค์ของชาวฮินดู เนื่องจากปลัดขิกที่คนไทยนำมาบูชานั้นทำขึ้นจากผู้มีวิชาความรู้ด้านไสยศาสตร์และทำการปลุกเสกเพื่อให้เป็นเครื่องรางของขลัง โดยในสมัยโบราณคนไทยนิยมห้อยปลัดขิกไว้กับเอวหรือห้อยคอสำหรับเด็กผู้ชาย

ซึ่งการทำเช่นนี้เพราะมีความเชื่อว่าหากมีปลัดขิกติดตัวจะช่วยป้องกันอันตรายต่างๆได้ หรือบางคนนำมาบูชาไว้กับสถานประกอบการค้าขายเพราะเชื่อว่าจะทำให้ค้าขายมีกำไรมีคนอุดหนุนกิจการมากขึ้น

ความเชื่อในปัจจุบัน
ปลัดขิกในปัจจุบันนอกจากทำขึ้นโดยผู้มีความรู้ด้านไสยศาสตร์แล้ว ยังพบว่าถูกสร้างโดยพระภิกษุและได้รับความนิยมมากอาจเพราะมีความเชื่อทางด้านพุทธคุณประกอบกัน หรือ บางครั้งถูกสร้างโดยผู้มีความศรัทธาในพระภิกษุนั้นแล้วทำการแกะสลักปลัดขิกจากนั้นจึงนำไปให้พระภิกษุที่ตนเองนับถือทำการปลุกเสก

😄นอกจากนี้ปลัดขิกยังถูกมองว่าเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะมีการแกะสลักเป็นรูปลิง หรือรูปร่างหญิงเปลือยกาย ซึ่งล้วนแต่มีความเชื่อผสมอยู่เสมอ เช่น ลิงอาจหมายถึงความคล่องแคล่ว หญิง หมายถึง มีเสน่ห์ หรือทำขึ้นเพื่อให้ชาวต่างชาตินำไปเป็นของสะสม โดยมีความศรัทธาร่วมหรือไม่ก็สุดแล้วแต่

😁เป็นยังไงบ้างล่ะครับจบบทความเรื่องปลัดขิกแล้วปลัดขิกของคนไทยเน้นคาถามหานิยม
👉🏿ถ้าเป็นพวกฝรั่งมังค่า..มาเห็นปลัดขิกไทย ก็อาจเข้าใจผิด..คงนึกถึงดิลโด้หรืออวัยวะเพศชายเทียมที่ใช้สำหรับผู้หญิงสาวแก่แม่หม้ายผัวทิ้งที่มีความต้องการทางเพศ....บางทีความคิดคนเรามันก็แตกต่างกันนะครับของสิ่งเดียวกัน...แต่มีความเชื่อหลากหลาย

โพสท์โดย: เรียบเรียงข้อมูลบทความใหม่เพิ่มเติมโดย man
อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย และ YouTube
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: man
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
น้ำในมหาสมุทรอาร์กติกกลายเป็นกรดแล้ว!!
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใครอ่ะหน้าคุ้นๆ! หนุ่มไปซื้อกล้องมือสองที่คลองถม พอเปิดเช็คดู เจอภาพเก่าหายาก ไอ้ย่ะ!นี่มัน"ทักษิณ"นี่แซ่บไฟลุก!! "คริส หอวัง" ออกมาทวิต ประโยคสั้นๆ อ่านแล้วขนลุกมากมาดูยอดฝีมือเขาออกกำลังกัน บอกเลยแต่ละอันนี่ ไม่ธรรมดา...และไม่รู้จะทำไปทำไมด้วยบางอัน (ฮา)นาคเล่นน้ำ"ภัยธรรมชาติ"แชร์ว่อน ขับรถหรูลุยน้ำท่วม ชาวเน็ตบอก นี่มันลัมโบร์กินีรุ่นใหม่หรอ ไม่เคยเห็นมาก่อน !ผู้ใช้งาน A.I.ลองให้ A.I. ทำการออกแบบตัวละคร 12 นักษัตร ออกมาแล้วก็ดูสวย ดูเท่ห์ดีอยู่นะเนี่ยรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ วันที่เหลือทำงานอีก 2 วันก็ได้หยุดแล้ว ช่วงนี้ฝนยังตกเยอะอยู่ WFH ได้ ก็ WFH กันเด้อโอ้โห!! ไปซื้อไอติม แล้วอยากเห็นหน้าพ่อค้า เปิดออกมา ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้!!แชร์ว่อนถูกใจชาวเน็ต รถหรูทำเนียนจอดช่องผู้พิการ เป็นไงล่ะเจอป้ายบอก คุณไม่ใช่ผู้พิการมาจอดทำไม !! แบบนี้ต้องเรียกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ! เมื่อสาวเสิร์ฟใส่ชุดนี้มาเสิร์ฟอาหาร มองเพลินจนลืมหิว!!!"อิลสลิก" เดือด!ท้า "ตูน บอดี้สแลม" ขึ้นมาประชันกันบนเวที ตัวต่อตัว ลั่น "กูเป็นนักกวีไม่ใช่นักวิ่ง!"(มีคลิป)ชาวเน็ตอึ้ง! "ต้น ธนษิต" ใส่ชุดนี้ออกงาน ไม่คิดว่าจะกล้าใส่ ให้กี่คะแนนดี?ตำนานของ “ช้างเอราวัณ” สัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
กำเนิด“รูบิค”ของเล่นลับสมองที่โด่งดังไปทั่วโลกเวรกรรมตามสนอง..เรื่องจริงของคนฆ่ๅวัวเหตุการณ์ระทึก..เจ้าของรถพบว่ามีสิ่งผิดปกติใต้ท้องรถ นำรถเข้าอู่ซ่อม แต่มาเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีงูเหลือมยาวเป็นเมตรเลื้อยพันอยู่ใต้ท้องรถโรคเวร โรคกรรม กรรมจากการกินตะพาบน้ำ เวรกรรมมีจริง
ตั้งกระทู้ใหม่