หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ต้นเหตุสำคัญของ “โรคกระดูกพรุน” ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม

เขียนโดย Alive

ต้นเหตุสำคัญของ “โรคกระดูกพรุน” โรคที่ควรระวัง เพราะไม่ว่าใครก็เป็นได้

 

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือ โรคที่ร่างกายมีความหนาแน่นและมวลของกระดูกลดน้อยลงจนทำให้กระดูกเสื่อม เปราะบาง ผิดรูป และมีโอกาสแตกหักได้ง่าย ถ้าเกิดในส่วนกระดูกสันหลังจะทำให้ส่วนสูงลดลงด้วย 

 

หลายคนเข้าใจว่า “โรคกระดูกพรุน” เป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว โรคกระดูกพรุนเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการสูญเสียมวลกระดูก ทำให้กระดูกเสียคุณสมบัติในการรับน้ำหนัก กระดูกจึงเปราะและแตกหักง่าย 

 

อาการโรคกระดูกพรุน

 

•มีอาการปวดหลังเรื้อรัง

•หลังค่อมหรือกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งลง

•ความสูงลดลง

•กระดูกข้อมือ แขน สะโพก และกระดูกสันหลังแตกหักได้ง่าย แม้ถูกกระแทกแบบไม่รุนแรง

 

ต้นเหตุสำคัญของ “โรคกระดูกพรุน”

 

เซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) และเซลล์สลายกระดูก (Osteoclast) ทำหน้าที่แตกต่างกันคือ “เซลล์สร้างกระดูก” ทำหน้าที่สร้างกระดูกขึ้นมาใหม่จากแคลเซียมและโปรตีนตามกระบวนการการเจริญเติบโตของร่างกาย และช่วยทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอ ส่วน “เซลล์สลายกระดูก” ทำหน้าที่สลายเนื้อกระดูกเก่า

 

เมื่อปริมาณแคลเซียมในร่างกายไม่เพียงพอต่อกระบวนการสร้างกระดูก หรืออาจมีความผิดปกติของเซลล์กระดูกที่ทำงานไม่สมดุลกัน จึงทำให้มีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกที่ส่งผลให้เป็น “โรคกระดูกพรุน” นั่นเอง

 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมา...

ภาวะต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับคำว่า “โรคกระดูกพรุน” ได้แก่

 

•มีโอกาสสูงที่กระดูกจะแตกหักง่าย แม้จะได้รับการกระแทกไม่แรงนัก

•ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวด เคลื่อนไหวลำบาก มีข้อจำกัดมากขึ้นในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้

•ผู้ป่วยที่เดินไม่ได้ หรือขยับตัวลำบาก อาจเกิดแผลกดทับ หรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงจนอาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

 

ปัจจัยเสี่ยง เพิ่มโอกาสเป็น “โรคกระดูกพรุน”

 

•อายุ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มช้าลง การทดแทนกระดูกส่วนที่สึกหรอก็ช้าตามไปด้วย มวลกระดูกจะเปราะบางและแตกหักง่ายแม้ว่าจะได้รับการกระทบกระเทือนไม่รุนแรงก็ตาม หากร่างกายขาดแคลเซียมในปริมาณที่จำเป็นต่อการสร้างกระดูกก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน  

เพศ โรคนี้มักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะเมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ก็ลดลง ทำให้เนื้อกระดูกลดลงตามไปด้วย ส่วนในเพศชายจะมีความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อมีการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) น้อยลง

•กรรมพันธุ์ หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนสูงกว่าคนทั่วไป

ความผิดปกติในการทำงานของต่อมและอวัยวะต่างๆ เช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมหมวกไต ไตและตับ

•โรคและการเจ็บป่วย เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็งกระดูก 

•การบริโภค รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในการสร้างกระดูกและการเจริญเติบโต หรือรับประทานอาหารที่ทำให้แคลเซียมเสียสมดุล เช่น อาหารจำพวกโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งมีความเป็นกรดสูง รวมทั้งการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำ

 

กระดูกพรุน ป้องกันได้

 

เราทุกคนสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยการดูแลใส่ใจสุขภาพและบำรุงกระดูกด้วยวิธีต่างๆ เช่น 

 

•รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เต้าหู้ กุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก ถั่วต่างๆ และผักใบเขียว รวมทั้งอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น ตับ ไข่แดง นม เนื้อ ปลาทู ฟักทอง และเห็ดหอม เป็นต้น

•งดสูบบุหรี่

•หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน และมีค่าความเป็นกรดสูง

•ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

•ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

•ระมัดระวังการใช้ยา โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ที่ต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หากมีความจำเป็นควรปรึกษาแพทย์

 

อ้างอิง โรงพยาบาลพญาไท 

เนื้อหาโดย: พลังบวกจากข้อคิดดีดี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Alive's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 240 ครั้ง
เขียนโดย Alive
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”รายได้คนขับรถไฟ3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทยข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทยซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรายได้ของพนักงานขับรถเมล์ในประเทศไทยจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก"กรุงเทพฯ" คว้าแชมป์ "เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2026"..กัมพูชาไม่ติดโผเลย5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รถเมล์เก่าแก่ที่ยังให้บริการอยู่ขณะนี้ย้อนตำนาน “ไทยไดมารู” ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย จุดเริ่มต้นยุคโมเดิร์นค้าปลีก ที่ยังอยู่ในความทรงจำแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งเมียนมา ตึกสูงกรุงเทพฯ รับรู้แรงสั่นสะเทือน ยันยังไม่มีรายงานความเสียหายจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออกพืชสายพันธุ์หายากมาก ที่พบได้เฉพาะในเขตจังหวัดระนองและพังงากูรูญี่ปุ่นแนะวิธี "ตอกไข่บนพื้นราบ" เปลือกไม่ร่วง-ไข่แดงไม่แตก ลดเสี่ยงแบคทีเรีย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ย้อนตำนาน “ไทยไดมารู” ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทย จุดเริ่มต้นยุคโมเดิร์นค้าปลีก ที่ยังอยู่ในความทรงจำโรงเรียนไหนมีหอพักนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทยกับดักความสบาย! บทเรียนพนักงานวัย 40 ทำงานเดิม 10 ปี แต่ต้องจุกเมื่อ "งานบริการ" กลายเป็น "งานขาย"เช็กด่วน! 10 อาชีพเสี่ยง "นอกใจ" ในที่ทำงานมากที่สุด "ครู" ติดโผอันดับ 2 แชมป์คืออาชีพไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่