สัตวแพทย์ ยืนยัน หมูไทยมีมาตรฐานปลอดภัย ไร้สารเร่งเนื้อแดง ปลอดยาปฏิชีวนะตกค้าง
ปัจจุบันภาพรวมการผลิตสุกรในประเทศไทย หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนแล้ว ประเทศไทยถือได้ว่ามีประสิทธิภาพในการผลิตดีที่สุด แม้ว่าที่ผ่านมาอาจจะเจอวิกฤติการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังสามารถแสดงศักยภาพเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตสุกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าหมูไทยยังคงมีคุณภาพดีไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตสุกรในบ้านเรามีประสิทธิภาพดีนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการนำเทคโนโลยีระดับสูงตามมาตรฐานสากลมาใช้ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ก่อนที่จะได้เนื้อหมูคุณภาพดีให้เราได้เลือกซื้อ คือเริ่มตั้งแต่สุกรต้องมาจากฟาร์มที่ดีมีมาตรฐาน มีการเลี้ยงสุกรในโรงเรือนระบบปิด หรือที่เรียกว่า Evaporative cooling system (EVAP) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ข้อดีของโรงเรือนระบบปิดคือ สามารถควบคุมอุณหภูมิของอากาศภายในโรงเรือน ทำให้สุกรมีความเป็นอยู่ที่สบาย สุขภาพแข็งแรง สามารถควบคุมอัตราการป่วยและป้องกันโรคได้ง่ายขึ้น เพราะบางโรคมาจากพาหะที่มาจากสิ่งแวดล้อม เช่น นก หนู แมลง นอกจากนี้ยังสามารถลดกลิ่นและควบคุมเรื่องน้ำเสียได้ดี ประเด็นต่อมาคือการใช้วัคซีน เนื่องจากประเทศไทยฟาร์มส่วนใหญ่เป็นฟาร์มมาตรฐานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ เพราะฉะนั้นจะมีสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์ม กระบวนการใช้ยาและวัคซีน ที่จะต้องผ่านสัตวแพทย์เป็นผู้สั่งใช้
สำหรับเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องเชื้อดื้อยา การใช้ยาอย่างรับผิดชอบคือใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น สัตว์ป่วยจึงจำเป็นต้องใช้ในการรักษา แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคและแสดงถึงความรับผิดชอบของภาคการผลิตนั้น คือ ระยะเวลาในการหยุดยา นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบที่ปลายทาง มีการเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์เพื่อดูว่ามีการตกค้างของยาปฏิชีวนะหรือไม่ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าเนื้อสุกรที่ผ่านกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานนั้น ไม่มียาปฏิชีวนะตกค้างอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี การตระหนักและตื่นตัวในเรื่องของการลดการใช้ยาปฎิชีวนะ ผนวกกับมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตข้างหน้านี้ จะมีวัคซีนที่จะถูกนำมาใช้ในวงการปศุสัตว์แทนการใช้ยาปฏิชีวนะ นั่นคือ Autogenous vaccines ซึ่งจะลดการป่วยของสุกรและทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างยั่งยืน จึงกล่าวได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นความรับผิดชอบของฟาร์ม สัตวแพทย์ บริษัท หรือคนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้
อีกประเด็นที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ นั่นคือเรื่องของการใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกร ซึ่งคนไทยสามารถภูมิใจได้ว่าด้วยนโยบายของภาครัฐ ทำให้เนื้อหมูที่บริโภคในปัจจุบันปราศจากสารเร่งเนื้อแดง เนื่องจากประเทศไทยห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในกระบวนการเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.2546 ที่สอดคล้องกับสหภาพยุโรป (อียู) และอีกหลายประเทศ ทั้งรัสเซีย จีน ที่มีการห้ามการใช้ สารเร่งเนื้อแดง เพื่อปกป้องความปลอดภัยด้านอาหารแก่ประชาชน
คำแนะนำสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อและบริโภคเนื้อหมูอย่างปลอดภัย ควรพิจารณาลักษณะสีของเนื้อหมูควรเป็นสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีสิ่งผิดปกติอื่นๆ และสถานที่จำหน่ายต้องมีตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK หรือสัญลักษณ์ตัวอักษร Q ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถการันตีได้ว่าเนื้อหมูนั้นปลอดภัย ไร้สารตกค้าง และสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้บริโภคควรปรุงเนื้อหมูให้สุกก่อนรับประทานเพราะความร้อนสามารถทำลายเชื้อโรคและป้องกันการเกิดโรคต่างๆในคนได้
ผศ.น.สพ.ณัฐวุฒิ รัตนวนิชย์โรจน์
รองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ กำแพงแสน
ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ้างอิงจาก: ประชาชาติธุรกิจ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
อาหารไทยสุดหายาก ที่มีความเสี่ยงว่าอาจจะกำลังสูญหายไป
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
เจาะโพยแม่นสายตรง "แม่น้ำหนึ่ง x อริสานำโชค"! หวย 1 กันยายน 2569 ฟันธง 793 ชูชุด 2 ตัว 73 - 39 - 79
เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?
มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ทำไมอินเดียถึงเป็นต้นกำเนิดของศาสนาสำคัญหลายศาสนา
ผลสำรวจพบว่า 35% ของคนหนุ่มสาวโสดในญี่ปุ่น ระบุว่า "ไม่มีแผนที่จะแต่งงาน"




