หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่ เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 กลุ่ม กับวิธีการบำบัดความอ้วนให้อยู่ในเกณฑ์ดี

โพสท์โดย แสงระวี

โรคอ้วนที่เป็นเป็น ๆ หายๆ หรือเป็นเรื้อรัง ถือว่าจำเป็นที่จะต้องรักษาไม่ต่างไปจากการเป็นโรคเบาหวานและความดันหรือโรคเรื้อรังอื่นซึ่งถือว่าต้องพบแพทย์เพื่อรักษาเช่นเดียวกันแต่ในความเข้าใจของคนทั่วไปในปัจจุบันนี้มักจะมองว่าความอ้วนไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงอะไร ไม่มีอาการที่เด่นชัดอะไรมากมายใครๆก็อ้วนกันได้ นี่จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพียงเพราะความอ้วนของตัวเอง

วันนี้เราจึงได้ทำบทความนี้ขึ้นมาเพื่อตระหนักถึงผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วนลงพุงมาฝากกันแต่จะมีหัวข้ออะไรบ้าง และจะบำบัดโรคอ้วนด้วยสติได้อย่างไรบทความนี้มีคำตอบ

 

ดึงสติเพื่อบำบัดรักษาโรคอ้วน

แต่ก่อนที่เราจะเริ่มวางแผนสิ่งที่สำคัญต้องรู้ก่อนก็คือคุณอ้วนอยู่ในระดับไหน คนรอบข้างของคุณอ้วนอยู่ในระดับไหน และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลแล้วเนี่ยจะต้องมาจากการประเมินของแพทย์ เพราะตัวเองคงไม่สามารถประเมินได้อย่างถูกวิธีและครบครัน ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นจะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการบำบัดโรคอ้วนแต่ละบุคคลต่อไปนั่นเอง

การประเมินระดับความรุนแรงในโลกอ้วนปัจจุบันนิยมใช้เกณฑ์ของดัชนีมวลกาย หรือ body mass index รวมถึงภาวะหรือโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติในอนาคตมากน้อยแค่ไหนลงในกลุ่มนี้ที่สำคัญก็ได้แก่โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดอุดตัน โรคเส้นเลือดสมองตีบการบำบัดรักษาโรคอ้วนตามระดับความรุนแรงต่างๆนั้นยังมีความแตกต่างกันไป

จ่ายค่าดัชนีมวลกายที่แนะนำมาจัดระดับความรุนแรงของโรคอ้วนก็เพื่อวางแผนในการบำบัดนั้น ในแนวทางการบำบัดส่วนใหญ่จะใช้ค่าดัชนีมวลกายที่เป็นของชาวตะวันตก ที่ถือว่าตามเกณฑ์องค์กรอนามัยโลกซึ่งถือว่าไม่เท่ากันกับค่าดัชนีมวลกายที่แนะนำให้ใช้ในคนไทยหรือคนในเอเชีย ซึ่งตนเองก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตามพิจารณาที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญได้

 

ค่าดัชนีมวลกายตามเกณฑ์ของชาวตะวันตก

น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ น้อยกว่า 18.5

น้ำหนักปกติ มากกว่าหรือเท่ากับ 18.5-24.9

น้ำหนักเกินเกณฑ์ มากกว่าหรือเท่ากับ 25.00 ถึง 29.9

ภาวะเริ่มอ้วน มากกว่าหรือเท่ากับ 30

ภาวะเริ่มอ้วนระดับ1 30.0ถึง 34.9ฝ

ภาวะเริ่มอ้วนระดับ2 39.0 ถึง 39.9

ภาวะเริ่มอ้วนระดับ3  มากกว่าหรือเท่ากับ 40

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ในภาวะโลกที่อาจนำมาพิจารณาร่วมกับค่าดัชนีมวลกายในการในการจัดระดับความรุนแรงของโรคอ้วนมีดังนี้

ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, ไขมันพอกตับ, ภาวะหยุดหายใจขณะนอน, ข้อเข่าเสื่อมและ

กลุ่มอาการรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ

ข้อมูลเหล่านี้ที่นำเอามาพิจารณาเพื่อจัดระดับความรุนแรงของโรคอ้วนนั้นได้ว่าจากการซักถามประวัติ ตรวจร่างกายโดยแพทย์และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจพิเศษ เช่นเอกซเรย์ทรวงอก  การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัลตร้าซาวด์ช่องท้อง หรือตอนวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายที่เป็นไขมันและกล้ามเนื้อ ด้วยเครื่องตัว DXA ภายหลังเมื่อคุณทราบว่าใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงชนิดไหนซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีแนวทางกันบำบัดรักษาที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

  1. กลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะเสี่ยงน้อยเป็นกลุ่มที่ยังไม่อ้วนหรือมีเส้นรอบวงเอวไม่เกินและยังไม่พบความผิดปกติอะไรที่เป็นภาวะหรือโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง แต่ก็ยังคงต้องควบคุมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การนอนหลับพักผ่อน แนะการบริหารจัดการกับความเครียด ความวิตกกังวล ความคิด
  2. กลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย

คนที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์ แล้วยังไม่พบความผิดปกติอะไร ที่เป็นภาวะโลกที่ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค จากการตรวจร่างกาย จากการตรวจร่างกายเช่น การตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เขาอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็จะต้องดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่านี้และต้องลดน้ำหนักให้ลงมาสู่ช่วงปกติให้ได้ โดยเริ่มจากการขอคำแนะนำจากแพทย์ นักโภชนาการ นักกำหนดอาหารเกี่ยวกับแนวทางการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆเพื่อลดน้ำหนักให้อยู่ในกลุ่มที่มีสุขภาพดี

3.ความเสี่ยงปานกลาง

กลุ่มนี้จะได้แก่ผู้ที่มีน้ำหนักเกินตัวหรือภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์และพบความผิดปกติที่เป็นภาวะหรือโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคตั้งแต่ 1 ข้อ เช่นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันพอกตับ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ละครที่มีภาวะที่อยู่ในเกณฑ์อ้วนระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือคนเอเชียรวมถึงคนไทย

ที่อยู่ในเกณฑ์ระดับเสี่ยงปานกลางก็จะต้องวางแผนเพื่อลดน้ำหนักให้ได้ โดยเน้นที่การลดไขมันในร่างกายและสร้างมวลกล้ามเนื้อให้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเดิม เริ่มต้นจากการเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์ นักโภชนาการ การออกกำลังกาย การบำบัดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร รายการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนักแบบสุขภาพดีเช่นเดียวกับข้อที่ 2 ในบางกรณีที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมานานแล้วส่วนมากพิจารณาจากระยะเวลา 6 เดือนหรือครึ่งปี ก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ สืบเนื่องมาจากมีข้อจำกัดในด้านต่างๆ แทนอาจจะพิจารณาให้ยาลดน้ำหนัก ตามความเหมาะสมร่วมด้วย ซึ่งการใช้ยาลดน้ำหนักนี้จะมีแพทย์เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดและต้องได้รับความสมัครใจและร่วมมืออย่างดีจากผู้ประสบ

4 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

คนที่มีภาวะน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์อ้วนไม่ว่าจะในต่างชาติหรือคนในเอเชียรวมทั้งคนไทยด้วย 1 คนที่มีภาวะน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์อ้วนที่มีความผิดปกติเป็นภาวะโลกที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคการรักษาในกลุ่มนี้ต้องวางแผนเพื่อลดน้ำหนักให้ได้โดยประมาณ 10% ของน้ำหนักเดิมหรือมากกว่านั้นพอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ การดูแลรักษาในกลุ่มนี้ควรมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งต้องอาศัยหลายๆวิธีร่วมกันเช่นการวางแผนด้านการรับประทาน มาร์คเป็นแบบจำกัดจำนวนแคลอรี่ต่อวันหรือที่เรียกว่าไดเอทสการออกกำลังกายที่ปรึกษาโดยบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาต่างๆเช่นนักโภชนาการนักกำหนดอาหารนักกายภาพบำบัด

นอกจากนี้แล้วอาจจะบำบัดด้วยการรับประทานยาลดน้ำหนักหากแพทย์พิจารณาแล้วว่าเหมาะสมและผู้อโศกสมัครใจที่จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถลดน้ำหนักได้จากตามที่คาดหวัง ที่ทำมาได้ในระยะหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาประเมินที่ 3-4 เดือน ก็สามารถพิจารณาบำบัดด้วยยาลดน้ำหนักได้

  1. กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก

 กลุ่มที่อ้วนไหนคนไทยหรือคนต่างชาติและคนที่มีน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์อ้วนที่มีความผิดปกติเป็นภาวะหรือโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้สูงมากเนื่องด้วยจากมวลไขมันที่เพิ่มมากในร่างกายและโรคอื่นๆที่เป็นอยู่ก่อนเช่นข้อเข่าเสื่อมภาวะหยุดหายใจขณะนอนภาวะไขมันพอกตับ ถือว่าพบบ่อยมากเกือบทุกคนที่อยู่ในกลุ่ม

การรักษาในกลุ่มนี้ต้องวางแผนอย่างจริงจังเพื่อลดน้ำหนักโดยมีแพทย์เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เป้าหมายของการลดน้ำหนักคือประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเดิมซึ่งต้องอาศัยหลายๆวิธีร่วมเช่น การวางแผนด้าน การรับประทาน การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี รวมกับการดูแลและรับคำปรึกษาโดยบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่นๆเช่นนักโภชนาการนักกำหนดอาหารนักกายภาพ

ทั้งนี้คุณก็ทราบแล้วใช่ไหมเกี่ยวกับการจะบำบัดความอ้วนหรือภาวะลงพุงให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสุขภาพดีอย่างไร และแม้ว่าจะอยู่ในการดูแลของแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่คุณต้องปรับเปลี่ยนตามนั้นก็คือ ความคิด ความอยาก ที่อาจจะยากไปหน่อยแต่เชื่อว่ายิ่งคุณอยู่ในเกณฑ์ดีเท่าไหร่ ความสุขของคุณก็จะมีมากขึ้น และอาจจะได้กลับไปรับประทานอย่างที่ชอบและร่วมกับการรักตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วย

โพสท์โดย: แสงระวี
อ้างอิงจาก: pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แสงระวี's profile


โพสท์โดย: แสงระวี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: แหวนดอกไม้วงนั้น, แม่ชี ใจบาง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นี่คือวงเวียนในเขมร ที่ใช้งบประมาณไปกว่า 70 ล้านบาทในการก่อสร้าง!เท้าอยู่ไม่สุข เลยเจอ " ห้ามแข่งตลอดชีวิต "3 ราศีที่เป็นเสือซุ่ม ฉลาดแต่ไม่ชอบอวดชาวลพบุรีสุดทน!!! ขึ้นป้ายประท้วงกรมอุทยานฯ แก้ปัญหาลิงล่าช้า😆 ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายอันน่าทึ่ง พิสูจน์ว่าไม่มีใครสามารถรู้ทุกอย่าง เกี่ยวกับโลกได้ 😉ข้าวเหนียวมะม่วงของไทย คว้าอันดับ 2 ขนมหวานประเภทมีข้าวเป็นส่วนประกอบที่ดีที่สุดของโลก"ข้าวเหนียวมะม่วง" โดนเคลม! เขมรลั่น ต้นกำเนิดมาจากกำแพงนครวัด?"ปิงปอง" ทำถึงมาก! คัฟเวอร์เป็น "ลาบูบู้"..แบบนี้ลิมิเตดแน่นอน!!คอหวยแห่ส่องทะเบียนรถ งูเล่นน้ำหน้ารถกระบะ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สาวป่วยไตวายระยะสุดท้ายเพราะกินชานมไข่มุกใครอยากกินทุเรียนช่วงนี้ให้ระวัง!ลิงลพบุรีไม่ทน! หลังโดนป้ายขับไล่..ต่างลุกฮือขึ้นมาทำลายป้ายทิ้งทันทีนี่คือวงเวียนในเขมร ที่ใช้งบประมาณไปกว่า 70 ล้านบาทในการก่อสร้าง!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ลักษณะหน้าตาของจิ๊มิ เรื่องปกติเกือบติดคุก เพราะร่างกาย " ผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง "debut: เปิดตัวครั้งแรก แสดงตัวครั้งแรกเครียดมากเลยช่วงนี้ทำอย่างไรดี
ตั้งกระทู้ใหม่